โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

ความลับ!

ไทยโพสต์

อัพเดต 58 นาทีที่แล้ว • เผยแพร่ 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา

หลายหัวย่อมดีกว่าหัวเดียวครับ

เมื่อมีคนจำพวกแพ้แล้วพาลอยู่เยอะ ก็จำต้องอธิบายเรื่องราว เพื่อไม่ให้อาชญากรทางการเมือง เอาเรื่องผิดๆ ไปใส่หัวมวลชน ขยายความเข้าใจผิดให้กว้างขวางยิ่งขึ้น

เพียงเพื่อให้บรรลุความต้องการของตนเอง โดยไม่สนใจข้อกฎหมาย และข้อเท็จจริง

ยังอยู่ที่เรื่อง บาร์โค้ด คิวอาร์โค้ด ครับ

ต้องอธิบายกันต่อไปว่า การเลือกตั้งที่ใช้บัตรเลือกตั้งมี บาร์โค้ด คิวอาร์โค้ด นั้นไม่อาจทำให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ จนต้องเลือกตั้งใหม่ทั้งประเทศ

ที่จริงก็น่าผิดหวังครับ นักการเมืองคุณภาพมีความรู้ด้านกฎหมายแน่นเปรี๊ยะบางคน นักการเมืองรุ่นใหม่ นักวิชาการมีชื่อเสียงคับประเทศ เช่น ปริญญา เทวานฤมิตรกุล ยืนกระต่ายขาเดียว

ผิด!

กกต.ต้องรับผิดชอบ

ทั้งๆ ที่รู้ว่าการเข้าถึงบัตรเลือกตั้งที่อยู่ในหีบนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย ที่คนธรรมดาทั่วไปจะเข้าไปดูได้ แม้แต่ กกต.เองก็ไปทำอะไรโดยพลการไม่ได้

พวกนี้ตีความกฎหมายแข็งทื่อ ไม่มีความกล้าหาญพอที่จะสอดเจตนารมณ์ของกฎหมายเข้าไป นั่นเพราะธงของเขา อยากเห็นรัฐบาลสีส้ม มากกว่า น้ำเงิน

เพราะเชื่อว่าส้มจะเข้าไปเปลี่่ยนแปลง

แต่ข้อเท็จจริงขณะนี้ แค่ "แก้วตา-ธิษะณา ชุณหะวัณ" เพียงคนเดียว พรรคส้มทั้งพรรคยังแทบรับมือไม่ได้

ครับ…มาว่ากันเรื่อง "ลับ" หรือ "ไม่ลับ" กันต่อ

เฟซบุ๊ก Tewarit Bus Maneechai "เทวฤทธิ์ มณีฉาย" สมาชิกวุฒิสภา

-----------------------

"…ประเด็น 'การออกเสียงลงคะแนนโดยลับ'อาจารย์บวรศักดิ์ ชี้ว่า 'ลับ'นี้ มีคน ๒ กลุ่มที่รู้ได้ คือ ๑.ตัวผู้มีสิทธิเลือก ๒.ผู้มีอำนาจหน้าที่ในการตรวจสอบ ในที่นี้คือ ศาลและคณะ กกต.

แต่ผมเห็นว่า เมื่อพิจารณาจากความมุ่งหมายและคำอธิบายประกอบรัฐธรรมนูญมาตรา ๘๕ [ในหนังสือ ความมุ่งหมายและคำอธิบายประกอบรายมาตรา ของรัฐธรรมนูญ ๒๕๖๐ ที่คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญเขียนไว้ หน้า ๑๔๑ https://www.senate.go.th/…/article_20191021103453.pdf] ซึ่งขยายความคำว่า 'การออกเสียงลงคะแนนโดยลับ'นั้นว่า

'จะต้องกระทำในลักษณะที่บุคคลอื่นไม่อาจทราบหรือตรวจสอบได้ว่าผู้มีสิทธิออกเสียงได้ลงคะแนนเสียงอย่างไรหรือออกเสียงลงคะแนนให้ผู้สมัครคนใด'

จะเห็นว่ามันไม่ใช่เพียงแค่ ไม่อาจทราบ แต่ยังรวมถึง 'ไม่อาจตรวจสอบได้'เพื่อคุ้มครองผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้ง

ผมจึงคิดว่ามันไม่ได้เปิดให้ใครเลยที่จะตรวจสอบผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งลงคะแนนให้ใครหรืออย่างไร ศาลหรือคณะ กกต.ก็ไม่สามารถตรวจสอบได้

ต่อให้มีอำนาจตรวจสอบได้ แต่ก็ไม่สามารถขอเห็นกับตาว่า นาย A ผู้มีสิทธิเลือกตั้งกาอะไรในบัตรนั้น

ส่วน 'การตรวจสอบให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม'อันนี้มันก็ไม่ใช่ไปดูว่าเขากาว่าอะไร แต่อาจดูความผิดปกติที่เป็นที่ประจักษ์ว่ามัน ไม่สุจริตและเที่ยงธรรม

เช่น จำนวนบัตรที่คลาดเคลื่อน การตรวจว่ามีการลงคะแนนโดยมิชอบ เป็นต้น หากเราเปิดช่องให้สามารถเช็กได้ว่าผู้มีสิทธิออกเสียงนั้นกาอะไร

คำถามคือ แล้วจะเอาอย่างไรกับบัตรประชามติที่ไม่มีทั้ง Barcode และ QR Code ถ้าศาลหรือคณะ กกต.สามารถตรวจสอบได้จริง แล้วจะตรวจสอบบัตรประชามติอย่างไร

นั่นล่ะครับ คำอธิบายประกอบมาตรา ๘๕ น่าจะยืนยันว่า ไม่มีใครที่จะทราบหรือตรวจสอบได้ว่า ผู้มีสิทธิออกเสียงได้ลงคะแนนเสียงอย่างไรหรือออกเสียงลงคะแนนให้ผู้สมัครคนใด

ส่วนการตรวจสอบเพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรมนั้น ก็ต้องมีกระบวนวิธีการอื่นที่จะได้มาซึ่งข้อมูล จะโดยขอสอบสวนด้วยความยินยอม การพิจารณาบริบทแวดล้อม การตรวจสอบความผิดปกติของบัตร ฯลฯ

แต่ไม่ใช่การเข้าไปล่วงรู้ว่าขณะที่เขาเข้าคูหากาอะไร…"

-----------------

เฟซบุ๊ก Manit Jumpa ของ รองศาสตราจารย์ ดร.มานิตย์ จุมปา คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

----------

"…คำวินิจฉัยศาลธรรมนูญที่ ๓/๒๕๖๑ วินิจฉัยว่าความตอนหนึ่งว่า

'ตราบใดที่ไม่มีการเปิดเผยผลการออกเสียงลงคะแนนของคนพิการหรือทุพพลภาพ หรือผู้สูงอายุนั้นต่อสาธารณะ ก็ถือได้ว่า เป็นการลงคะแนนโดยตรงและลับ'

เป็นคำวินิจฉัยที่มีการเสนอว่าร่างพระราชบัญญัติประกอบสำนวนว่าด้วยการเลือกตั้งฯ ที่กำหนดให้มีการช่วยเหลือแก่ผู้พิการหรือทุพพลภาพหรือสูงอายุ ในการลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง ขัดต่อหลักการเรื่องการเลือกตั้งเป็นความลับหรือไม่…"

------------

เก็บตกจาก เฟซบุ๊ก Borwornsak Uwanno ของ "บวรศักดิ์ อุวรรณโณ

"…ประเทศสิงคโปร์ใช้ระบบเลขรหัสประจำใบเพื่อยืนยันว่าบัตรทุกใบที่ถูกนับเป็นบัตรที่ออกโดยรัฐอย่างถูกต้องตามกฎหมายและไม่มีการทุจริตนับคะแนนเกิน (Ballot Stuffing)

รหัสเหล่านี้ทำหน้าที่เป็นเครื่องมือยืนยัน ความโปร่งใส ในกระบวนการโลจิสติกส์และการจัดเก็บคะแนน

โดยรัฐบาลสิงคโปร์มีมาตรการรักษาความลับที่เคร่งครัด หลังจากนับคะแนนเสร็จสิ้น บัตรและต้นขั้วทั้งหมดจะถูกปิดผนึกและทำลายทิ้งภายใน ๖ เดือน เพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่มีใครสามารถเข้าถึงข้อมูลเพื่อจับคู่รหัสบัตรกับตัวบุคคลได้ในภายหลัง

สำหรับอังกฤษ การใช้เลขซีเรียลหรือบาร์โค้ด มีจุดประสงค์หลักเพื่อความปลอดภัยและการป้องกันการทุจริต เช่น การสวมสิทธิหรือการนำบัตรปลอมใส่ในหีบ

โดยเลขบนบัตรจะตรงกับเลขบนต้นขั้วบัตร (Counterfoil) ที่เจ้าหน้าที่จะบันทึกเลขลำดับ ของผู้มีสิทธิเลือกตั้งไว้ขณะจ่ายบัตร

แม้ในทางทฤษฎีระบบนี้อาจสามารถสืบย้อนกลับไปหาผู้ลงคะแนนได้

รัฐมิชิแกน (Michigan) สหรัฐอเมริกา มีการใช้เลขซีเรียล (Serial Number) บนบัตรเลือกตั้งนั้น มีวัตถุประสงค์หลัก เพื่อการตรวจสอบความถูกต้องและป้องกันการทุจริตในขั้นตอนการจ่ายบัตร (Ballot Accountability)

โดยกฎหมายของรัฐมิชิแกนกำหนดให้บัตรเลือกตั้งต้องมี 'ต้นขั้วที่ระบุหมายเลข' (Numbered Stub) เพื่อให้เจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้งสามารถตรวจสอบได้ว่า บัตรที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งหย่อนลงหีบนั้น เป็นบัตรใบเดียวกับที่เจ้าหน้าที่มอบให้หลังจากยืนยันตัวตนจริงหรือไม่

เพื่อป้องกันการสลับบัตรหรือการนำบัตรปลอมจากภายนอกมาหย่อน (Ballot Stuffing)…"

ครับ…ข้อมูลน่าจะมากพอที่ทำให้หลายๆ คนแยกแยะได้ว่า การให้มี บาร์โค้ด คิวอาร์โค้ด บนบัตรเลือกตั้งนั้นมีไว้เพื่อโกงเลือกตั้ง เอาไว้ให้พรรคการเมืองมาตรวจสอบว่าที่จ่ายเงินไปแล้ว ชาวบ้านกาถูกเบอร์หรือเปล่า

หรือมีไว้เพื่อป้องกันไม่ให้มีการโกงเลือกตั้ง

ถอดเสื้อพรรคการเมืองออก จะเห็นคำตอบที่ชัดเจนครับ.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...