แสงจันทร์เดียวกัน: สามวัฒนธรรม สามเทศกาล ในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 | World Wide View
ในโลกยุคดิจิทัลที่หลายคนเดินตามวันเวลาบนหน้าจอโทรศัพท์ด้วยปฏิทินสากลแบบเกรกอเรียน เราอาจลืมไปว่า มนุษย์ใช้ “ปฏิทินจันทรคติ” มานับพันปี ดวงจันทร์ที่โคจรรอบโลกทุกประมาณ 29.5 วัน (Synodic Month) ไม่ได้เป็นเพียงวัตถุบนท้องฟ้ายามค่ำคืน แต่คือพลังที่กำหนดจังหวะชีวิต ศาสนา และวัฒนธรรมของผู้คนทั่วโลก เดือนกุมภาพันธ์ 2569 เป็นตัวอย่างชัดเจนของความสำคัญของปฏิทินจันทรคติ เพราะมีวันสำคัญของโลกที่เกือบซ้อนทับกันในช่วงเวลาเดียวกัน ได้แก่ วันมหาศิวราตรี วันตรุษจีน และการเริ่มต้นเดือนรอมฎอน
วันมหาศิวราตรี (Maha Shivratri) ตรงกับวันที่ 15 กุมภาพันธ์ ในปีนี้ ซึ่งเป็นเทศกาลสำคัญของศาสนาฮินดู จัดขึ้นในคืนเดือนมืด (แรม 14 ค่ำ) ตามปฏิทินจันทรคติฮินดู คำว่า “มหา” แปลว่า ยิ่งใหญ่ “ศิวะ” คือพระศิวะ เทพแห่งการทำลายล้างสิ่งชั่วร้ายและกิเลส และ “ราตรี” แปลว่า กลางคืน จึงหมายถึง “คืนอันยิ่งใหญ่ของพระศิวะ” พระศิวะเป็นเทพแห่งการทำลายเพื่อการสร้างใหม่ คืนเดือนดับจึงไม่ใช่จุดจบ หากคือศักยภาพของการกำเนิดใหม่ ผู้ศรัทธามักถือศีลอด สวดมนต์ และนั่งสมาธิ ในวันนี้ เพราะเชื่อว่าพลังงานในคืนมืดสนิทเหมาะแก่การตื่นรู้ทางจิตวิญญาณ คนอินเดียยังเชื่อว่า วันนี้คือวันอภิเษกของพระศิวะกับพระแม่ปารวตี ซึ่งสะท้อนแนวคิดเรื่องความสมดุลของพลังชาย–หญิงในจักรวาล
ถัดมาไม่กี่วัน คือวันตรุษจีน ซึ่งปี 2569 ตรงกับวันที่ 17 กุมภาพันธ์ กำหนดจากวันขึ้น 1 ค่ำ เดือน 1 ตามปฏิทินจีนแบบจันทรสุริยคติ ที่ผสานการโคจรของดวงจันทร์กับฤดูกาลของดวงอาทิตย์ วันปีใหม่จึงเคลื่อนไปในช่วงปลายมกราคมถึงกลางกุมภาพันธ์ของทุกปี ในสาธารณรัฐประชาชนจีน ตรุษจีนไม่ได้มีเพียงวันเดียว แต่เป็นเทศกาลยาว 15 วัน การเริ่มต้นปีหลังคืนเดือนมืดสื่อถึงความหวังและการฟื้นคืนของพลังชีวิตในช่วงปลายฤดูหนาวสู่ฤดูใบไม้ผลิ อาหารบนโต๊ะปีใหม่ล้วนมีความหมายเชิงสัญลักษณ์ของความมั่งคั่งและความอุดมสมบูรณ์
อีกหนึ่งเหตุการณ์สำคัญของเดือนนี้คือการเริ่มต้นเดือนรอมฎอนของชาวมุสลิมทั่วโลก ซึ่งหลายประเทศได้เริ่มถือศีลอดแล้วเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ (ขึ้นอยู่กับการเห็นจันทร์เสี้ยวจริงในแต่ละประเทศ) ปฏิทินอิสลามเป็นจันทรคติแท้ ไม่ผูกกับฤดูกาล ทำให้เดือนรอมฎอนเคลื่อนที่ไปเรื่อยๆ ในปฏิทินสากล ในเดือนนี้ ชาวมุสลิมจะถือศีลอดตั้งแต่รุ่งอรุณจนตะวันตกดิน งดทั้งอาหารและน้ำ และกิจกรรมบางอย่าง (เช่น การสูบบุหรี่) การกำหนดเวลาละศีลอด (อิฟตาร์) และเริ่มถือศีลอด (ซูโฮร์) ผูกกับการขึ้นและตกของดวงอาทิตย์โดยตรง ชีวิตประจำวันจึงถูก “รีเซ็ต” ให้เดินตามจังหวะแสงอย่างชัดเจน ร่างกาย จิตใจ และเวลาในสังคมก็ถูกปรับเข้าสู่จังหวะเดียวกัน นอกจากการอดอาหารแล้ว รอมฎอนยังเน้นการให้ทาน (ซะกาตและซอดาเกาะฮ์) การอ่านคัมภีร์อัลกุรอาน และการละหมาดกลางคืนพิเศษ (ตะรอเวียะห์) เพื่อสร้างพลังแห่งการแบ่งปัน การฝึกความอดทน อดกลั้น และการขัดเกลาจิตใจ
สามวัฒนธรรม สามศาสนา สามภูมิภาค ต่างกำหนดวันสำคัญจากการเคลื่อนไหวของดวงจันทร์ แม้ความเชื่อจะแตกต่างกัน ที่น่าสนใจคือ การเลือก “คืนเดือนมืด” หรือช่วงเริ่มรอบจันทร์ใหม่ไม่ได้เป็นเรื่องบังเอิญ ความมืดในคติฮินดูไม่ใช่ความชั่วร้าย แต่คือพื้นที่ว่างแห่งศักยภาพ เป็นช่วงเวลาที่เหมาะแก่การปล่อยวางอดีตและเตรียมรับการเริ่มต้นใหม่ คล้ายกับแนวคิดของตรุษจีนที่เริ่มต้นหลังคืนเดือนดับ และการเริ่มเดือนรอมฎอนที่รอแสงจันทร์เสี้ยวแรก
ปฏิทินจันทรคติจึงเป็นเครื่องเตือนใจว่า ทุกชีวิตบนโลกนี้ มีรอบ มีจังหวะ มีขึ้น มีลง เดือนกุมภาพันธ์ 2569 เป็นภาพสะท้อนชัดเจนว่า มนุษย์จากหลากหลายมุมโลก แม้อาจมีความขัดแย้งกันด้วยความแตกต่างทางความคิดและความเชื่อ แต่ก็ยังคงเงยหน้ามองท้องฟ้าเดียวกัน และได้กำหนดวันสำคัญของชีวิตจากแสงเดียวกันนั้นเอง