โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

SHR เทขาย 15 โรงแรม ปั้นกำไรนิวไฮ600 ล้าน เน้นคุณภาพพอร์ต

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 7 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

บริษัท เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท จำกัด (มหาชน)หรือ SHR รายงานรายได้รวมปี 2568 ที่ 10,299 ล้านบาทแรงหนุนหลักมาจากโรงแรมในประเทศไทยที่รายได้เติบโตกว่า 21% จากปีก่อนหัวใจสำคัญคือการปรับเพิ่มอัตราค่าห้องพักเฉลี่ย (ADR)และการดึงลูกค้ากำลังซื้อสูงเข้าสู่พอร์ตผลลัพธ์คือกำไรสุทธิปรับปรุงแล้ว (Normalised Net Profit) 615 ล้านบาทสูงสุดเป็นประวัติการณ์

คณะกรรมการจึงเสนอจ่ายปันผลรวม 0.070 บาทต่อหุ้นนับเป็นระดับสูงสุดตั้งแต่บริษัทเคยจ่ายมานี่ไม่ใช่แค่กำไรที่ดีแต่คือ “สัญญาณความมั่นใจ” ต่อผู้ถือหุ้น

กลยุทธ์ลดจำนวน เพื่อเพิ่มคุณภาพ

ปีนี้ SHR ตัดสินใจครั้งสำคัญขายโรงแรม 15 แห่งในสหราชอาณาจักรซึ่งจัดเป็นสินทรัพย์ Non-core แม้ต้องบันทึกค่าใช้จ่ายด้อยค่าแบบครั้งเดียวแต่คือการยอม “เจ็บสั้น” เพื่อ “โตยาว”

ไมเคิล มาร์แชล ซีอีโอของบริษัท อธิบายชัดว่า จากนี้จะวัดความสำเร็จที่ “Asset Quality”ไม่ใช่ “Asset Quantity” พูดง่าย ๆ คือไม่ได้แข่งกันว่ามีโรงแรมกี่แห่งแต่แข่งกันว่าโรงแรมเหล่านั้นทำกำไรได้ดีแค่ไหนเงินสดที่ได้จากการขายจะนำไปลดหนี้ดอกเบี้ยสูงและหมุนลงทุนในสินทรัพย์ศักยภาพนี่คือ Asset Rotation ตัวจริง

"ปีนี้ยังเป็นอีกหนึ่งปีที่บริษัทฯ ตัดสินใจครั้งสำคัญในการปรับกลยุทธ์ไปสู่การมุ่งเน้นและให้ความสำคัญกับคุณภาพสินทรัพย์ (Asset Quality) ซึ่งวัดจากการสร้างกำไรและผลตอบแทนของพอร์ตโฟลิโอ มากกว่าปริมาณของสินทรัพย์ (Asset Quantity)"

ไม่ว่าจะเป็นจำนวนโรงแรม หรือห้องพักที่บริษัทฯ เป็นเจ้าของหรือบริหารจัดการ โดยการขายโรงแรม 15 แห่งในสหราชอาณาจักร เพื่อยกระดับประสิทธิภาพและศักยภาพการทำกำไรของพอร์ตโฟลิโอโดยรวมให้สูงขึ้น โดยเงินสดสุทธิที่ได้มาจากการขายในครั้งนี้จะนำไปชำระหนี้เงินกู้จากสถาบันการเงินที่มีดอกเบี้ยสูง และลงทุนในสินทรัพย์ที่มีศักยภาพต่อไป

ไทย–มัลดีฟส์ เครื่องยนต์หลักปี 2569

แนวโน้มปี 2569แรงขับยังอยู่ที่ประเทศไทยและมัลดีฟส์ เดือนมกราคมที่ผ่านมา RevPAR ในไทยโต 8% โดยเฉพาะทราย ลากูน่า ภูเก็ตทำ RevPAR โต 17%พร้อมดัน ADR แตะ 18,574 บาทต่อคืน สูงสุดใหม่ฝั่งมัลดีฟส์RevPAR โต 19%

โรงแรมทราย ลากูน มัลดีฟส์ปรับราคาห้องพักขึ้น 27%สู่ระดับ 512 ดอลลาร์ต่อคืนภาพนี้สะท้อนชัดว่าSHR ไม่ได้โตจาก “จำนวนห้อง”แต่โตจาก “คุณภาพรายได้ต่อห้อง”

เป้าหมายใหม่ EBITDA Margin แตะ 30%

หนึ่งในผลลัพธ์สำคัญหลังปรับพอร์ตคือการยกระดับ Recurring EBITDA Marginจากระดับ 25-26%สู่เป้าหมาย 27-30%เพราะสินทรัพย์ที่ขายออกไปเคยเป็นตัวถ่วงกำไรสุทธิเมื่อถอดภาระนั้นออกโครงสร้างกำไรจะเบาและแข็งแรงขึ้น

งบลงทุน 3,000–3,500 ล้าน เลือกดีลที่ “คืนทุนไว”

ปี 2569 SHR ตั้งงบลงทุน 3,000–3,500 ล้านบาทเน้นโครงการ Brownfieldหรือสินทรัพย์ที่สามารถเพิ่มมูลค่า (Uplift) ได้เร็ว
แทนการลงทุนใหม่ที่ใช้เวลาสร้างนานนี่คือการจัดพอร์ตแบบมีวินัยทางการเงินในจังหวะดอกเบี้ยโลกยังไม่แน่นอน

จากบริษัทลูก สู่ผู้เล่นโรงแรมระดับโลก

SHR เป็นบริษัทในเครือบริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน)ตลอดหลายปีที่ผ่านมาบริษัทเติบโตผ่านการถือครองพอร์ตโรงแรมในจุดหมายปลายทางระดับโลกแต่ปี 2568 คือจุดเปลี่ยนสำคัญ

จากยุค “ขยายพอร์ต”สู่ยุค “คัดพอร์ต”

จากการโตด้วยขนาดสู่การโตด้วยคุณภาพกำไรในโลกธุรกิจโรงแรม
รายได้อาจผันผวนตามฤดูกาลท่องเที่ยวแต่ “วินัยในการบริหารสินทรัพย์”คือสิ่งที่กำหนดความยั่งยืนในระยะยาวและวันนี้ SHR กำลังพิสูจน์ว่าการยอมลดจำนวนอาจเป็นหนทางที่เร็วที่สุดสู่การเพิ่มกำไรอย่างแข็งแกร่งกว่าเดิม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...