โพลจาก ChatGPT
คอลัมน์ : สามัญสำนึก ผู้เขียน : วิมล ตัน
โค้งสุดท้ายอีก 2 สัปดาห์ จะถึงวันเลือกตั้ง อาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569
วันสำคัญที่เรา ๆ ผู้มีสิทธิลงคะแนน ไปใช้สิทธิใช้เสียงเลือก“คนที่รัก” เลือก “พรรคที่ชอบ” ให้เข้าไปปฏิบัติหน้าที่บริหารงบประมาณแผ่นดิน 3.78 ล้านล้านบาท
หลายคนตั้งความหวังว่า เลือกตั้งครั้งนี้จะเกิดจุดเปลี่ยนสำคัญ เพราะเศรษฐกิจของประเทศกำลังเผชิญกับสารพัดปัญหา ทั้งภายในและภายนอก ล้วนแต่มีผลให้จีดีพีต่ำเตี้ย โตแค่ปีละ 1-2% ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อรายได้ของคนในประเทศ มนุษย์เงินเดือนและประชากรวัยทำงาน โดยเฉพาะแรงงานในภาคเกษตร ซึ่งถือว่าเป็นคนทำงานส่วนใหญ่ของประเทศ ที่นับวันรายได้ยิ่งชักหน้าไม่ถึงหลัง
ไหนจะปัญหาความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ส่อเค้ารุนแรง ยืดเยื้อและขยายวงมากขึ้น จนกระทบต่อการค้าการขาย เศรษฐกิจฝืดเคือง แถมด้วยภัยธรรมชาติที่คนไทยเริ่มเจอบ่อยขึ้น ล่าสุดน้ำท่วมหนักภาคใต้ และฝุ่น PM 2.5 ที่คืบคลานคุกคามคนไทย สร้างความเดือดร้อนทุกหน้าหนาว
ล้วนเป็นปัญหาหนักหนาสาหัส จนว่ากันว่า คนไทยเบื่อนักการเมืองที่แก้ปัญหาแบบขอไปที
วันที่ 8 กุมภาพันธ์ จึงจะเป็นอีกครั้งสำคัญที่จะได้แสดงพลัง !
แต่ดูเหมือนว่า ผ่านมาจนถึงตอนนี้ ก็ยังไม่เห็นนโยบายใหม่ ๆ ที่แสดงให้เห็นถึงความเข้าถึงปัญหา ไม่เห็นวี่แววความใหม่สดของนักการเมือง ผู้สมัครส่วนใหญ่ก็ยังคงหน้าเดิม ๆ คนเดิม ๆ แค่เปลี่ยนพรรคเท่านั้น
ที่พอจะสร้างสีสันได้บ้าง ก็น่าจะเป็นการเสนอ “คนนอก” เข้าร่วมบริหารประเทศ เป็นคนนอกที่มีแบ็กกราวนด์ดี มีประสบการณ์ เป็นที่รู้จักในวงธุรกิจ วงวิชาการ ซึ่งโดดเด่นสุด น่าจะเป็น “3 คนนอกของพรรคภูมิใจไทย” ได้แก่ ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว และนางศุภจี สุธรรมพันธุ์
ซึ่งทั้ง 3 สร้างปรากฏการณ์เข้าเป็นรัฐมนตรีในรัฐบาล อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่มีอายุการทำงานแค่ 2 เดือน แต่เป็น 2 เดือนที่ได้ใจประชาชนไปอักโข ทั้งบุคลิกอ่อนหวาน มารยาทงดงาม แถมฝีปากฉะฉาน อภิปรายโต้ตอบโดนใจ ของคุณศุภจี หรือฝีไม้ลายมือในฐานะทูตมืออาชีพ รับมือปัญหาขัดแย้งไทย-กัมพูชาได้ถูกอกถูกใจคนไทยของท่านทูตสีหศักดิ์ ผสานกับคนคลังทั้งเนื้อทั้งตัวอย่าง ดร.เอกนิติ ที่อัดแน่นไปด้วยประสบการณ์คนรู้จริง ทำให้การทำงานในฐานะรัฐมนตรีคลังจึงเต็มไปด้วยความเข้าใจเข้ามือ
ปฏิเสธไม่ได้ว่า 3 คนนอก ทำให้ภาพลักษณ์พรรคภูมิใจไทยดูดี มีราคาขึ้นเป็นกอง มีผลให้หลายคนถึงกับยอมเปลี่ยนใจมาลงคะแนนให้พรรคภูมิใจไทย ทั้งที่ไม่เคยเหลียวแลพรรคนี้มาก่อน นั่นเป็นหมุดหมายสำคัญที่อาจทำให้เลือกตั้งครั้งนี้ จะเป็นครั้งแรกที่ภูมิใจไทยได้คะแนนจากคน กทม. จากที่คว้าน้ำเหลวมาตลอด
ขณะที่พรรคประชาชนก็มีการเปิดตัวทีมคนนอกที่จะเข้ามาร่วมงาน ไม่ว่าจะ อนุชาติ พวงสำลี ประธานอำนวยการโรงเรียนสาธิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มุนินทร์ พงศาปาน อดีตคณบดีคณะนิติศาสตร์ มธ. และ เพียงพนอ บุญกล่ำ อดีตรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ปตท. แต่ก็อาจจะช้าไปหนึ่งก้าว เรียกเสียงว้าวไม่ค่อยได้
แต่ถึงกระนั้น เลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ ยังต้องลุ้นว่า พรรคไหนจะคะแนนเป็นที่หนึ่ง ต้องจับตาโค้งสุดท้ายว่า จะมีอะไรดี ๆ แรง ๆ และเป็นไวรัลพอที่จะกระชากคะแนนเสียงส่งท้ายได้หรือไม่
ลองถาม ChatGPT ว่า ตอนนี้พรรคไหนมาแรง
ได้คำตอบว่า“พรรคประชาชน” กระแสแรงสุด ทั้งจากผลโพลหลายสำนักที่ชี้ว่า ได้คะแนนนำทั้งภาพรวม และการเลือกนายกรัฐมนตรี อีกทั้งประชาชนให้ความสำคัญนโยบายปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจ ส่วนอันดับ 2 คือ พรรคเพื่อไทย ที่ยังมีฐานเสียงเหนียวแน่นในต่างจังหวัด โดยเฉพาะอีสาน ขณะที่พรรคภูมิใจไทย ของนายกฯหนู มาเป็นอันดับ 3 แต่ ChatGPT เสริมว่า ภูมิใจไทยมีโอกาสจัดตั้งรัฐบาล ในกรณีที่ไม่มีพรรคใดได้เสียงข้างมาก
ดังนั้น มาลุ้นกันว่า พรรคประชาชนจะ “ฮึด” ให้ได้เสียงเกิน 150 ที่นั่งหรือไม่
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : โพลจาก ChatGPT
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net