สสว.ทุ่ม 8 พันล้าน ยกระดับ SMEs ทั่วประเทศ-ดันเปิดตลาดใหม่ ตะวันออกกลาง–แอฟริกา
สสว.ทุ่ม 8 พันล้าน ยกระดับ SMEs ทั่วประเทศ-ดันเปิดตลาดใหม่ ตะวันออกกลาง–แอฟริกา
ดร.ปณิตา ชินวัตร รักษาการผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดเผย ถึงทิศทางการดำเนินงานในปี 2569 ว่า สสว. มุ่งเน้นการยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการ SMEs ผ่านแผนปฏิบัติการส่งเสริม SMEs ที่มีการบูรณาการร่วมกับ 11 กระทรวง 49 หน่วยงาน รวมกว่า 100 โครงการ ภายใต้งบประมาณรวมกว่า 8,000 ล้านบาท เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากและผลักดันจีดีพีของประเทศให้เติบโตอย่างยั่งยืน
ดร.ปณิตา กล่าวว่า ตนขอแสดงความยินดีกับผลประชามติของประชาชนที่นำไปสู่การจัดตั้งรัฐบาลใหม่ ซึ่งไม่ว่ารัฐบาลจะมาจากพรรคการเมืองใด นโยบายการส่งเสริม SMEs ถือเป็นนโยบายระดับชาติที่ต้องเดินหน้าต่อเนื่อง โดย สสว. พร้อมสนองนโยบายภาครัฐในทุกมิติ และ มีความพร้อมในการขับเคลื่อนมาตรการต่าง ๆ อย่างไร้รอยต่อ เนื่องจากการส่งเสริม SMEs เป็นภารกิจที่ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องทุกยุคทุกสมัย และถือเป็นกลไกสำคัญของเศรษฐกิจฐานรากที่ช่วยสร้างรายได้และผลักดันการเติบโตของ จีดีพี ประเทศ
ดร.ปณิตา กล่าวว่า จากการสำรวจความต้องการของผู้ประกอบการ พบว่าปัญหาหลักคือการเข้าถึงแหล่งเงินทุน สสว. จึงได้เตรียมเปิดตัวโครงการ สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำเพียง 1% ต่อปี วงเงินรวม 1,200 ล้านบาท ภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 นี้ โดยร่วมกับธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (SME D Bank) และธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK)
“ไฮไลต์สำคัญของเงินทุนก้อนนี้คือ ผู้ประกอบการที่ติดสถานะ NPL ก็สามารถยื่นขอสินเชื่อได้ เนื่องจากเป็นเงินจากกองทุนส่งเสริม SME ของ สสว. โดยตรง ซึ่งไม่ได้ใช้หลักเกณฑ์พิจารณาเดียวกับธนาคารพาณิชย์ภายใต้กำกับของธนาคารแห่งประเทศไทย เพื่อเปิดโอกาสให้ธุรกิจที่ประสบปัญหาได้มีสภาพคล่องไปต่อยอดธุรกิจ” ดร.ปณิตา กล่าว
ดร.ปณิตา กล่าวว่า นอกจากนี้ ยังมีกลไกสนับสนุนผ่านระบบ Factoring (การซื้อลดลูกหนี้การค้า) โดยเปิดช่องให้ SME ที่เป็นคู่สัญญากับภาครัฐ สามารถนำสัญญาจัดซื้อจัดจ้างมาเป็นหลักประกันในการขอสินเชื่อได้ รวมถึงการสนับสนุนผ่านบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรม (บสย.) เพื่อช่วยค้ำประกันเงินกู้ให้กับกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูง
ดร.ปณิตา กล่าวว่า ในด้านการพัฒนาศักยภาพสินค้าและบริการ สสว.ได้จัดอบรมและโครงการ Upskill หลากหลายรูปแบบ เพื่อยกระดับคุณภาพผลิตภัณฑ์และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ขณะเดียวกัน ยังให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาด้านช่องทางการตลาด โดยในปีนี้ได้ริเริ่มโครงการเปิดตลาดใหม่ (New Opportunity) เพื่อช่วย SMEs กระจายความเสี่ยงจากผลกระทบมาตรการกีดกันทางการค้าและภาษีในตลาดหลัก ผ่านการพาผู้ประกอบการขยายตลาดไปยังภูมิภาคที่มีศักยภาพสูง เช่น ตะวันออกกลางและแอฟริกา
ดร.ปณิตา กล่าวว่า ปัจจุบัน SMEs ไทยสามารถเข้าถึงมูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐสูงกว่า 600,000 ล้านบาทต่อปี โดย สสว.ได้เชื่อมโยงผู้ประกอบการที่เป็นคู่สัญญาภาครัฐกับธนาคารพาณิชย์และสถาบันการเงินรวม 8 แห่ง เพื่อสนับสนุนสินเชื่อหมุนเวียนในรูปแบบ Invoice Financing หรือสินเชื่อเฉพาะโครงการ ช่วยให้ SMEs มีสภาพคล่องเพียงพอในการดำเนินธุรกิจและรับงานภาครัฐได้อย่างต่อเนื่อง
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สสว.ทุ่ม 8 พันล้าน ยกระดับ SMEs ทั่วประเทศ-ดันเปิดตลาดใหม่ ตะวันออกกลาง–แอฟริกา
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th