ปล้นการเลือกตัั้งเสี่ยงล้มกระดาน
ปล้นการเลือกตัั้งเสี่ยงล้มกระดาน
เลือกตั้ง 8 ก.พ. 69 ปิดจบไม่ลง เมื่อขบวนการปล้นประชาธิปไตยถูกกระเทาะเปลือกเห็นพฤติการณ์ชนิดสังคมมองเห็นการซื้อสิทธิขายเสียงและซื้อยกหน่วยเลือกตั้งเป็นปมเล็กน้อยไปทันที
เพราะประเด็นบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งสส.ชนวนร้อนแรงชั่วข้ามคืนกลบหมด ส่อล้างกระดานเลือกตั้งกลายเป็นโมฆะ เริ่มนับหนึ่งใหม่ทันที
ขณะที่กกต.ที่ชี้แจงรายวันจนลิ้นพันคอตัวเอง ยิ่งพูดยิ่งหลงทาง ตกอยู่ในสภาพมวยเมาหมัด ต้องปรับกลยุทธ์เป็นแถลงข่าวแจก ชี้แจงเป็นรายวันแทน
ระหว่างที่ปรมาจารย์กฎหมายจากสำนักเดียวกัน มองต่างมุม “วิษณุ เครืองาม” อดีตรองนายกรัฐมนตรี ด้านกฎหมาย พลิกมุมคิดถึงการลงคะแนนโดยตรงและลับ ไปทิศตะวันออก กกต.เสี่ยงติดคุก
ต่างกับว่าที่รองนายกฯ ด้านกฎหมาย รัฐบาลอนุทิน 2 “บวรศักดิ์ อุวรรณโณ” ขยับมุมมองไปทิศตะวันตก บัตรเลือกตั้งเป็นไปตามกฎหมาย
ระดับมือกฎหมายรัฐบาลอนุทิน กลับเปิดพจนานุกรมออกโรงแก้ต่างให้กกต.ที่ไม่กล้าออกมาเจอแสงสปอร์ตไลท์แห่งการตรวจสอบ
แต่ปมข้อเท็จจริงที่น่าสนใจอยู่ที่ นายพริษฐ์ วัชรสินธุ โฆษกพรรคประชาชน ดักคอ กกต. โดยกวักมือประชาชนร่วมสังเกตุการณ์จับตาลงคะแนนเสียงใหม่บางหน่วยในกทม. 22 ก.พ. 69
“สิ่งที่จะเห็น 22 ก.ก.พ. ต้องเหมือนสิ่งที่เคยเห็นเลือกตั้งใหญ่ 8 ก.พ. ทุกประการ โดยบัตรเลือกตั้งต้องมีบาร์โค้ด คิวอาร์โค้ดเหมือนเดิม
ตอนรับบัตรเลือกตั้งจากเจ้าหน้าที่ ประชาชนที่ออกไปใช้สิทธิลงคะแนนเสียง ต้องเห็นรหัสบัตร ตรงต้นขั้วของบัตรที่ได้รับ
หากประชาชน 2 คนเข้าคิวต่อกันเพื่อรับบัตรเลือกตั้ง รหัสบัตร ตรงต้นขั้วของ 2 คนนั้น ต้องเป็นรหัสหรือตัวเลขที่เรียงกัน
ตอนรับบัตรเลือกตั้งจากเจ้าหน้าที่ เจ้าหน้าที่จะมีการเขียนลำดับ ซึ่งหมายถึงลำดับในบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ไม่ใช่ลำดับการรับบัตร ของผู้รับบัตรไว้ตรงต้นขั้ว
ตอนนับคะแนนที่หน่วยเลือกตั้ง เจ้าหน้าที่จะต้องชูบัตรและขานคะแนนต่อหน้าประชาชนที่สังเกตการณ์ในลักษณะที่ไม่มีการจงใจปกปิด บาร์โค้ด คิวอาร์โค้ด
หากสิ่งใดสิ่งหนึ่งต่อไปนี้ไม่เกิดขึ้นในวันที่ 22 ก.พ. แสดงว่าการจัดการเลือกตั้งวันที่ 8 ก.พ. กับวันที่ 22 ก.พ. ใช้แนวปฏิบัติที่ไม่เหมือนกัน อาจแสดงว่ากกต.ยอมรับโดยปริยายถึงการจัดการเลือกตั้ง 8 ก.พ. มีปัญหา” ปรากฏว่า “บัตรเลือกตั้งใหม่ที่เขตคันนายาว ไม่มีเลขต้นขั้วบัตรเลือกตั้งสส.บัญชีรายชื่อ” บ่งบอกให้เห็นว่ากกต.เปลี่ยนแบบพิมพ์บัตร “ยอมรับโดยกกต.ว่าบัตรเลือกตั้งที่ใช้ 8 ก.พ. มีปัญหา” นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชนตอกย้ำถึงความผิดปกติ
พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงกกต.ที่แถลงเป็นลายลักษณ์อักษรว่าการถ่ายภาพเลือกตั้งผิดกฎหมาย แต่ในกฎหมายห้ามไม่ให้ถ่ายบัตรเลือกตั้งที่มีการลงคะแนนแล้ว
ขั้นตอนทั้งหมดที่พรรคประชาชนบดขยี้กกต. มีบางพรรคทดสอบว่ากันว่าในบางหน่วยเลือกตั้ง สามารถตรวจสอบย้อนหลังได้ทันที ประชาชนเลือกผู้สมัครสส.คนไหน เลือกพรรคอะไร
โดยบัตรเลือกตั้งสส.บัญชีรายชื่อแต่ละเล่มมี 20 ใบ มีรหัสตัวอักษรและตัวเลข 8 หลัก โดยตัวอักษรและตัวเลขกลุ่มด้านซ้ายแสดงถึงเล่มที่ ส่วนตัวเลขที่เหลือเรียงลำดับไปตามบัตรเลือกตั้งแต่ละใบทั้ง 20 ใบ
บางพรรควางแผนให้หัวคะแนน1 คน คุมเสียงประชาชน 19 คนเข้าแถวใช้สิทธิ โดยคนแรก คือหัวคะแนนทราบหมายเลขรหัสบัตรเลือกตั้งของตนเอง ที่ดูจากรหัสบนต้นขั้ว
รู้ทันทีคนที่ต่อแถวตามหลังมีหมายเลขรหัสบัตรเลือกตั้งหมายเลขใดตามลำดับ ลงมือปฏิบัติการแบบนี้จนครบตามเป้าหมายที่แต่ละเขตเลือกตั้งวางเอาไว้
ในช่วงเปิดหีบนับคะแนน ฝ่ายการเมืองวางคนถ่ายภาพบัตรเลือกตั้งทุกใบให้เห็นบาร์โค้ด ที่สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ว่าเป็นหมายเลขรหัสบัตรเลือกตั้งใด
โดยสแกนบาร์โค้ดจากภาพที่ถ่ายมาด้วยมือถือ ผ่านแอพพลิเคชัน Barcode Scanner และ QR Reader ทราบหมายเลขรหัสบัตรเลือกตั้งแต่ละใบทันที
เมื่อหลายพรรคการเมืองเห็นไส้เห็นพุงแผนการสุดแยบยล ทำให้เลือกตั้งใหม่ในบางหน่วย โดยเฉพาะที่เขตคันนายาว กทม. จำเป็นต้องเปลี่ยนบัตร สลับไพ่สำรับใหม่ ป้องกันจับโป๊ะแตก “เลือกตั้งโดยตรง แต่ไม่ลับ”หรือไม่
#มะม่วงแปดริ้ว