โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

LPH ทุ่มงบ 1 พันล้าน ผุด 2 โรงพยาบาลเฉพาะทาง หนุนรายได้โตยั่งยืน

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 23 ก.พ. เวลา 10.08 น. • เผยแพร่ 23 ก.พ. เวลา 10.04 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ดร.อังกูร ฉันทนาวานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โรงพยาบาลลาดพร้าว จำกัด (มหาชน) หรือ LPH เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานของบริษัทฯ และบริษัทย่อยในงวดปี 2568 มีกำไรสุทธิรวมส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่อยู่ที่ 196.6 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้น 151.5% เมื่อเทียบกับปีก่อน ขณะที่รายได้รวมอยู่ที่ 2,614.3 ล้านบาท เติบโต 7.3% จากปีก่อนที่มีรายได้รวม 2,436.2 ล้านบาท โดยรายได้จากการดำเนินงานในปี 2568 อยู่ที่ 2,585.2 ล้านบาท เติบโต 7.6% ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว ปัจจัยสนับสนุนหลักมาจากรายได้กิจการโรงพยาบาลที่ขยายตัว 1.8% และรายได้จากโครงการประกันสังคมที่เติบโต 8.2% เมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งเป็นผลจากการขยายขอบเขตการดูแลสุขภาพของโครงการประกันสังคม การเพิ่มขึ้นของจำนวนผู้ประกันตน การปรับเพิ่มค่าบริการและยาสำหรับการรักษาโรคมะเร็ง ตลอดจนการปรับขึ้นอัตราค่ารักษาสำหรับผู้ป่วยโรคซับซ้อน

อย่างไรก็ตาม แม้รายได้จากการรักษาพยาบาลจะได้รับผลกระทบจากการลดลงของผู้มาใช้บริการชาวต่างชาติ โดยเฉพาะกลุ่มประเทศเพื่อนบ้านอย่างกัมพูชาที่ปรับตัวลดลง 60% อันเนื่องมาจากปัญหาต่อเนื่องบริเวณแนวชายแดน แต่บริษัทฯ ยังสามารถชดเชยได้จากรายได้ลูกค้ากลุ่ม CLMV อื่นๆ โดยเฉพาะจากประเทศเมียนมาที่เติบโตเพิ่มขึ้นมากกว่า 65% รวมถึงกลุ่มประเทศอาหรับที่ยังคงเติบโตเพิ่มขึ้นกว่า 20% แม้จะอยู่ภายใต้นโยบายที่เข้มงวดในการส่งคนไข้ไปรักษานอกประเทศของกลุ่มประเทศอาหรับก็ตาม นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้รับปัจจัยหนุนจากรายได้การให้บริการของบริษัทย่อย คือ บริษัท ศูนย์ห้องปฏิบัติการและวิจัยทางการแพทย์และการเกษตรแห่งเอเซีย จำกัด (มหาชน) หรือ AMARC ที่เพิ่มขึ้น 42.5% เทียบกับปีก่อนหน้า โดดเด่นอย่างมากในกลุ่มบริการตรวจวิเคราะห์ ซึ่งเป็นผลจากการที่กลุ่มลูกค้าเอกชนให้ความสำคัญกับคุณภาพการตรวจวิเคราะห์มากขึ้น สอดรับกับความต้องการของลูกค้า ส่งผลให้สามารถรักษาฐานลูกค้าเดิมและขยายฐานลูกค้าใหม่ได้อย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ เพื่อเป็นการตอบแทนผู้ถือหุ้น ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ ได้มีมติเสนอต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อพิจารณาอนุมัติจ่ายเงินปันผลจากผลการดำเนินงานงวดปี 2568 และกำไรสะสม เป็นเงินสดในอัตราหุ้นละ 0.10 บาท โดยกำหนดวันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล (XD) ในวันที่ 29 เมษายน 2569 กำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิรับเงินปันผล (Record Date) ในวันที่ 30 เมษายน 2569 และกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 8 พฤษภาคม 2569

สำหรับแผนการดำเนินงานในปี 2569 บริษัทฯ ตั้งเป้าหมายรายได้จากการให้บริการทางการแพทย์เติบโต 10% จากปีที่ผ่านมา โดยประเมินว่ารายได้จากกลุ่มผู้ป่วยประกันสังคมจะเติบโต 2-3% ตามจำนวนผู้ป่วยที่เข้าสู่ระบบมากขึ้น ขณะที่กลุ่มผู้ป่วยทั่วไปที่ชำระเงินเองคาดว่าจะเติบโต 10% สอดคล้องกับกลยุทธ์ที่มุ่งเน้นการให้ความสำคัญกับการรักษาโรคยากมากขึ้น

พร้อมกันนี้ บริษัทฯ คาดการณ์ว่าอัตราการครองเตียงของผู้ป่วยในปี 2569 จะกลับมาอยู่ในระดับที่สูงกว่าปี 2568 ซึ่งมีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 70% โดยในปี 2568 อัตราการครองเตียงถือว่าอยู่ในระดับต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ สาเหตุหลักมาจากปริมาณโรงพยาบาลรับผู้ป่วยเด็กน้อยลง เนื่องจากการประเมินว่าเด็กมีการป้องกันตัวด้วยการฉีดวัคซีนมากขึ้น เช่น วัคซีนไอพีดี (PCV) ป้องกันเชื้อแบคทีเรียสาเหตุของปอดอักเสบหรือเยื่อหุ้มสมองอักเสบ, วัคซีนไข้หวัดใหญ่ (Influenza) รวมถึงวัคซีนเสริม RSV เพื่อป้องกันไวรัสรุนแรงในทารกและเด็กเล็ก ประกอบกับผู้ปกครองดูแลสุขภาพบุตรหลานมากขึ้น ในส่วนของผู้ป่วยวัยผู้ใหญ่พบว่ามีการเข้ารับการพักรักษาตัว (Admit) เป็นผู้ป่วยในลดลง ซึ่งเป็นผลกระทบจากระบบ Co-payment ที่ผู้ป่วยต้องร่วมจ่ายค่ารักษาพยาบาลเอง ทำให้ผู้ป่วยตัดสินใจ Admit น้อยลง

ด้านความสามารถในการทำกำไรในปี 2569 ประเมินว่าจะมีทิศทางที่ดีขึ้น ปัจจัยสนับสนุนมาจากการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรและการจ่ายเงินปันผลในเกณฑ์ดีมากจากบริษัทย่อย AMARC ซึ่ง LPH ถือหุ้นในสัดส่วน 70% ขณะที่ฐานสมาชิกผู้ป่วยประกันสังคมของ LPH ปัจจุบันมีผู้ป่วยในระบบมากกว่า 190,000 ราย จากโควตาทั้งหมดกว่า 200,000 ราย โดยที่ผ่านมาจำนวนผู้ประกันตนมีการปรับตัวเพิ่มขึ้นในทุกๆ เดือน ปัจจัยหลักมาจากความพึงพอใจในการเข้ารับการรักษาของผู้ป่วยเดิม และการเข้ามาของผู้ป่วยใหม่ที่มองเห็นศักยภาพการรักษาพยาบาลที่มีคุณภาพ โดยเฉพาะในด้านโรคเฉพาะทาง ซึ่งที่ผ่านมาโรงพยาบาลได้ดึงตัวแพทย์เฉพาะทางที่มีชื่อเสียงเข้ามารักษาผู้ป่วย ส่งผลให้ผู้ป่วยชาวไทยตัดสินใจย้ายสิทธิการรักษาเข้ามาที่โรงพยาบาลเพิ่มมากขึ้น

นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังพร้อมเดินหน้าลงทุนภายใต้งบประมาณราว 1,000 ล้านบาท สำหรับการปรับปรุงอาคารเก่า อุปกรณ์ทางการแพทย์ และการก่อสร้างโรงพยาบาลเฉพาะทางแห่งใหม่ 2 แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาลจักษุอินเตอร์ฯ ลาดพร้าว และโรงพยาบาลศัลยกรรมเฉพาะทางรวมผ่าตัดหัวใจครบวงจร โดยได้มีการออกแบบให้เป็นอาคารสีเขียว (Green Building) ตอบรับเทรนด์รักษ์โลก คาดว่าการก่อสร้างโรงพยาบาลเฉพาะทางทั้ง 2 แห่งจะแล้วเสร็จและพร้อมเปิดให้บริการได้ภายในปี 2570 ซึ่งหากการก่อสร้างแล้วเสร็จจะเข้ามาช่วยรองรับกลุ่มคนไข้ชาวไทยระดับพรีเมียมและคนไข้ชาวต่างชาติ ซึ่งจะเป็นฐานรายได้สำคัญในกลุ่มผู้ป่วยเงินสดในอนาคต และจะผลักดันให้ LPH เติบโตอย่างมั่นคง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...