โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ท่องเที่ยว

AAV เปิดผลประกอบการไทยแอร์เอเชีย ปี 2568 รายได้หดตัว 8% รับผลราคาค่าโดยสารเฉลี่ยปรับลง การชะลอตัวตลาดนักท่องเที่ยวจีน ตั้งเป้ารายได้ปี 69 โต 9%

BTimes

อัพเดต 21 นาทีที่แล้ว • เผยแพร่ 7 ชั่วโมงที่ผ่านมา • อัพเดตข่าวหุ้น ธุรกิจ การเงิน การลงทุน การตลาด การค้า สุขภาพ กับ บัญชา ชุมชัยเวทย์ - BTimes.Biz

บมจ. เอเชีย เอวิเอชั่น ( AAV ) ผู้ถือหุ้นใหญ่ในสายการบินไทยแอร์เอเชีย (TAA) รายงานผลการดำเนินงานประจำปี 2568 มีรายได้จากการขายและบริการรวม 45,690.9 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 8 เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยปัจจัยหลักมาจากราคาค่าโดยสารเฉลี่ยที่ปรับลดลงร้อยละ 9 ท่ามกลางสถานการณ์ท่องเที่ยวที่เผชิญความท้าทายจากการชะลอตัวของกลุ่มตลาดนักท่องเที่ยวจีนที่ปรับลดลง

อย่างไรก็ตาม จากประสิทธิภาพในการบริหารจัดการต้นทุน โดยเฉพาะต้นทุนน้ำมันที่ลดลงร้อยละ 10 ตามราคาน้ำมันโลก ส่งผลให้ต้นทุนต่อหน่วย (“CASK”) ลดลงร้อยละ 5 อยู่ที่ 1.76 บาท บริษัทจึงรายงานกำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) ที่ 7,835.1 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิรวม 2,336.2 ล้านบาท ซึ่งได้รับปัจจัยหนุนสำคัญจากกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนจำนวน 2,541.9 ล้านบาท ตามการแข็งค่าของเงินบาทตลอดทั้งปี ทั้งนี้ หากไม่รวมรายการดังกล่าว บริษัทมีกำไรจากการดำเนินงานหลักอยู่ที่ 302.7 ล้านบาท

ทั้งนี้ในปี 2568 TAA ขนส่งผู้โดยสารรวม 21.0 ล้านคน เพิ่มขึ้นร้อยละ 1 โดยมีอัตราส่วนขนส่งผู้โดยสารเฉลี่ยร้อยละ 83 จากปริมาณที่นั่งที่ให้บริการ 25.2 ล้านที่นั่ง เพิ่มขึ้นร้อยละ 10 โดย ณ สิ้นปีมีฝูงบินรวม 62 ลำ และใช้เครื่องปฏิบัติการบิน 59 ลำ

สำหรับในไตรมาส 4 ปี 2568 TAA มีรายได้รวม 14,259.1ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 6 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 1,609.5 ล้านบาท เติบโตขึ้นร้อยละ 351 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วนกำไรจากการดำเนินงานหลักอยู่ที่ 1,087.5 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 25 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน อย่างไรก็ตาม TAA ยังคงครองส่วนแบ่งการตลาดในประเทศในไตรมาสสุดท้ายแตะระดับสูงสุดที่ร้อยละ 43 พร้อมสัญญาณบวกจากตลาดจีนที่เริ่มมีแนวโน้มคงตัว โดยอัตราส่วนขนส่งผู้โดยสารของเส้นทางบินจีนขยับขึ้นมาอยู่ที่ร้อยละ 85 ในระหว่างไตรมาส นอกจากนี้ได้เปิดเส้นทางบินใหม่จากสุวรรณภูมิไปยังนครศรีธรรมราช และเชียงราย รวมทั้งเปิดเส้นทางข้ามภาคจากเชียงใหม่ไปยังอุดรธานี ส่วนเส้นทางภูเก็ต-ขอนแก่น และภูเก็ต-อุดรธานี กลับมาเปิดทำการอีกครั้งเพื่อรองรับฤดูกาลท่องเที่ยว

นายไพรัชล์ พรพัฒนนางกูร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ AAV และ TAA กล่าวว่า “ปี 2568 เป็นปีที่ท้าทายอย่างยิ่งจากปัจจัยภายนอก โดยเฉพาะภาพรวมตลาดจีนที่ชะลอตัว อย่างไรก็ตามสายการบินได้ปรับกลยุทธ์เน้นความเป็นผู้นำในตลาดภายในประเทศ จนสามารถครองส่วนแบ่งการตลาดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ร้อยละ 41 พร้อมขยายเส้นทางบินไปยังเอเชียใต้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเส้นทางอินเดียปีนี้ ที่ยอดผู้โดยสารไทยแอร์เอเชียเพิ่มขึ้นมากกว่าร้อยละ 20 รวมถึงการขยายฐานปฏิบัติการ ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพื่อเชื่อมต่อนักท่องเที่ยวคุณภาพจากยุโรปและอเมริกาเข้าสู่เครือข่ายบินของเรา”

สำหรับตลาดระหว่างประเทศ แม้สายการบินปรับลดปริมาณที่นั่งลงร้อยละ 5 เพื่อให้สอดรับกับความต้องการเดินทาง แต่เส้นทางในตลาด CLMV (กัมพูชา ลาว เมียนมา เวียดนาม) และเส้นทางสิทธิเสรีภาพที่ 5 (Fifth Freedom) เช่น ดอนเมือง-ไทเป-โอกินาวา และดอนเมือง-หลวงพระบาง-ฮานอย ยังคงทำผลงานได้โดดเด่นและได้รับการตอบรับที่ดี

“สำหรับแนวโน้มปี 2569 เราเชื่อมั่นว่าอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวจะเริ่มกลับมาฟื้นตัว โดยตั้งเป้ารายได้จากการขายและบริการเติบโตร้อยละ 7-9 และขนส่งผู้โดยสารที่ 23.5 ล้านคน ภายใต้กลยุทธ์การขยายฝูงบินเพิ่มอีก 5 ลำในช่วงครึ่งปีหลัง นอกจากนี้ตั้งเเต่ต้นปี เรายังได้รับแรงหนุนจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ผ่านแคมเปญ ‘Feel All the Feelings’ ที่มีลิซ่าเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ ซึ่งจะช่วยกระตุ้นการเดินทางในประเทศให้คึกคักยิ่งขึ้น ควบคู่ไปกับการรักษามาตรฐานความยั่งยืน ซึ่งล่าสุดบริษัทฯ ได้รับการประเมินประจำปี 2568 จาก SET ESG Ratings โดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในระดับ AAA ซึ่งเป็นระดับสูงสุดของการประเมินหุ้นยั่งยืน สะท้อนถึงการดำเนินธุรกิจที่โปร่งใสและรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม” นายไพรัชล์กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...