บันทึกหน้า 4
ในที่สุดคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ภายใต้บังเหียนของ ประธาน กกต. “ณรงค์ กลั่นวารินทร์” ได้ฤกษ์ประกาศผลรับรองสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือ สส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง หลังการเลือกตั้งเมื่อวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 จำนวน 369 คน ซึ่งก็เป็นไปตามกรอบเวลาที่กฎหมายกำหนดไว้ให้คือ ไม่เกิน 90 วัน ซึ่งเดดไลน์คือ 9 เมษายน 2569…๐
แต่การประกาศล็อตแรกนี้ก็ทำให้สภาผู้แทนราษฎรยังไม่สามารถเปิดประชุมเพื่อลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีได้ เพราะ 396 คนนั้น เป็นเพียง 79.2% ของ สส.ทั้งหมด โดยกฎหมายกำหนดไว้ว่า ในการเปิดประชุมรัฐสภาครั้งแรกนั้นต้องมี สส. 475 คน จาก 500 คน หรือ 95% แต่ก็เป็นการส่งสัญญาณที่ดีอย่างหนึ่งว่า อีกไม่นานเกินรอก็คงมีประกาศล็อตสอง …๐
บรรดาขาเมาธ์ก็คาดเดากันว่า ล็อต 2 จำนวน 104 คน อาจประกาศพร้อมกัน โดยประกอบด้วย สส.เขต 4 พื้นที่ที่ กกต.สั่งให้มีการออกเสียงลงคะแนนใหม่ ซึ่ง ผู้ชนะเลือกตั้ง สส.เขตทั้ง 4เขต คือ พะเยา เขต 1 “อัครา พรหมเผ่า” พรรคกล้าธรรม, สุพรรณบุรี เขต 2 “ณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ” พรรคภูมิใจไทย, จันทบุรี เขต 1 “สุรพล วิรัตน์โยสินทร์” พรรคภูมิใจไทย และจันทบุรี เขต 2 “คัมภีร์ ชื่นบาน” พรรคภูมิใจไทย รวมทั้ง สส.บัญชีรายชื่ออีก 100 ราย โดยว่าที่ สส. 396 รายนั้น สามารถไปรับหนังสือรับรองได้แต่วันที่ 26 ก.พ.นี้เป็นต้นไป ไม่เว้นวันหยุดราชการ…๐
เมื่อเริ่มมีความชัดเจน การจัดตั้งรัฐบาลก็เริ่มสะเด็ดน้ำเช่นกัน โดยล่าสุดค่ายน้ำเงินของ “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรค ภท.นั้น ก็เตรียมเปิดตัวอีก 2 พรรคในการเป็นเสียงหนุนให้นั่งนายกฯ ในวันที่ 26 ก.พ.นี้ คือ พรรคพลังประชารัฐ ที่มี “ตรีนุช เทียนทอง” จำนวน 5 เสียง และ “อนาคตใหม่” ที่มี “จตุพร บุรุษพัฒน์” เป็นหัวหน้าพรรค 1 เสียง ทำให้ขณะนี้มีพรรคการเมืองที่ประสงค์ลงมติให้ “เสี่ยหนู” เป็นนายกฯ แล้ว 292 เสียง ประกอบด้วย ภท. 192 เสียง, เพื่อไทย 75 เสียง, พปชร. 5 เสียง, ประชาชาติ 5 เสียง, เศรษฐกิจ 3 เสียง เพื่อชาติไทย 2 เสียง, ไทยสร้างไทย 2 เสียง และพรรคละ 1 เสียง ได้แก่ พรรคใหม่, รวมใจไทย, ไทยทรัพย์ทวี, รวมพลังประชาชน, มิติใหม่, ประชาธิปไตยใหม่, ทางเลือกใหม่ และโอกาสใหม่…๐
จากผลของ 292 เสียงนี้เองที่เริ่มมี กระแสข่าวกระเซ็นเรื่องการแบ่งเค้กและแบ่งโควตารัฐมนตรีออกมาแล้ว โดยในส่วนของพรรคใหญ่สุดอย่าง ภท.นั้น จะมี 19 กระทรวง ประกอบด้วย มหาดไทย, คลัง, พาณิชย์, ต่างประเทศ, คมนาคม, พลังงาน, ท่องเที่ยวและกีฬา, ทรัพยากรธรรมชาติฯ, อุตสาหกรรม, สาธารณสุข, วัฒนธรรม, ยุติธรรม, ดิจิทัลฯ และสำนักนายกรัฐมนตรี ในขณะที่ “เพื่อไทย” นั้นได้ไป 8ที่นั่ง คือ เกษตรและสหกรณ์, อุดมศึกษาฯ, ศึกษาธิการ และแรงงาน ส่วนอีก 3 เก้าอี้ที่เหลือจะเป็นโควตาของ พปชร.และพรรคเล็กอื่นๆ ที่คาดว่าจะได้ “พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์”…๐
ในขณะที่พรรคกล้าธรรมที่อยู่ในมือการชี้นำของ “ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า” รองนายกฯ และ รมว.เกษตรฯ ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคนั้น หลังกลับจากพาครอบครัวดูแสงเหนือ ที่ประเทศฟินแลนด์ ใครต่อใครต่างก็จับตาว่าวันพุธที่ 25 ก.พ.นี้ อาจเห็นเส้นทางของพรรคสีเขียวว่าจะไปอยู่ฝักฝ่ายไหน แต่สุดท้ายก็ส้ม (แห้ว) ไปตามระเบียบ เมื่อ “ผู้กองนัส” ไม่โผล่ไปที่ กษ.แต่ประการใด …๐
แต่ดูเหมือนเด็กกล้าธรรมยังไม่ถอดใจ เมื่อ “ชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ” ที่ปรึกษา รมว.กษ. และผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ ยืนยันว่ากล้าธรรมยังมีความหวังในการร่วมรัฐบาล เพราะร่วมรัฐบาลกันอยู่แล้ว ส่วนที่ “ร.อ.ธรรมนัส” ไม่เข้ากระทรวงนั้น ก็คาดว่าคงเหนื่อย เลยไม่ได้เข้ามา ก็ไม่รู้ว่าชูวิทย์ กุ่ย จะมีความหวังแบบลมๆ แล้งๆ หรือไม่ แต่ก็อย่างว่า การเมืองไม่มีมิตรแท้และศัตรูถาวร อะไรก็เกิดขึ้นได้เสมอ ขนาด “ปชป.” ยังจับมือ “พท.” เป็นรัฐบาลร่วมกันก็มีมาแล้ว …๐
ทิ้งท้ายด้วยข่าวที่วงการน้ำชา-กาแฟถึงกับซี้ดซ้าด มีข่าวล่าออกมาว่า เมื่อปลายเดือนมกราคม ศาลแพ่งได้อ่านคำพิพากษาคดีที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 2ยื่นคำร้องขอให้ทรัพย์สินของ “ศิรินัดดา หักพาล” และ “พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล” อดีตรอง ผบ.ตร. จำนวน 476,318บาท ตกเป็นของแผ่นดิน เนื่องจากเป็นทรัพย์สินเกี่ยวกับการกระทำความผิดมูลฐานตามมาตรา 3 (9) หรือความผิดฐานฟอกเงินตามมาตรา 5 แห่ง พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 คือพันกับบัญชีม้าเว็บพนันนั่นแล แต่ที่เขาวิเคราะห์วิจารณ์กันนั้นคือ ทำไมเงินที่ยึดจึงช่างน้อยเสียเหลือเกิน แบบนี้ไม่เรียกว่าขนหน้าแข้งร่วงด้วยซ้ำไปจ้า …๐
ท.ศักดิ์