โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างชาติติดใจทุเรียนไทย รสเหมือนไอศกรีม สั่งมากินเป็นข้าวเช้า มันปกติมั้ย?

Khaosod

อัพเดต 02 ส.ค. 2567 เวลา 08.46 น. • เผยแพร่ 02 ส.ค. 2567 เวลา 08.21 น.

ฝรั่งติดใจทุเรียนไทย หอมหวานเหมือนไอศกรีม เลยสั่งมากินเป็นอาหารเช้า ขอถามเป็นเรื่องปกติที่ไทยหรือเปล่า?

รู้กันดีว่า "ทุเรียน" เป็นหนึ่งในผลไม้ที่มีรสชาติและกลิ่นเอกลักษณ์ ใครที่ชอบกินก็จะอินเลิฟสุดๆ แต่ถ้าใครที่ไม่ชอบนั้น แค่กลิ่นก็ไม่อยากจะทน เช่นเดียวกับชาวต่างชาติรายนี้ ในตอนแรกเขาไม่ชอบทุเรียนอย่างมาก แต่พอมาเที่ยวเมืองไทยและได้ชิมปุ๊บ ก็ติดใจถึงขั้นสั่งมากินเป็นอาหารเช้าเลยทีเดียว

โดยชาวต่างชาติรายนี้ได้โพสต์เรดดิทว่า ที่ผ่านมาเขาเกลียดทุเรียนมาตลอด จนไม่นานมานี้ได้ลองชิมทุเรียน บอกเลยว่าติดใจอย่างมาก เนื้อสัมผัสและรสชาติเหมือนไอศกรีม เลยสั่งทุเรียนมาหนึ่งกล่องเพื่อกินในตอนเช้า

สำหรับประเทศของเขานั้น ทุเรียนถือเป็นผลไม้ "อันตราย" เพราะเชื่อว่ามันมีไขมันและแคลอรี่สูง แต่เขาก็พยายามที่จะไม่สนใจเรื่องเหล่านี้ ซึ่งเขามีสิ่งหนึ่งที่สงสัยคือ คนไทยถือว่าทุเรียนเป็นอาหารหลักจริงหรือเปล่า? แล้วคนไทยเอามาเป็นส่วนหนึ่งในมื้ออาหารได้อย่างไร?

ด้านชาวเน็ตนั้นได้แนะนำว่า คนไทยส่วนใหญ่ไม่ค่อยกินทุเรียนเป็นอาหารเช้า ปกติแล้วจะกินเป็นของว่างเท่านั้น ซึ่งทุเรียนก็คล้ายกับวิสกี้หรือไวน์ที่มีหลากหลาย บ้างก็หายากและราคาแพงมาก แม้แต่ทุเรียนพันธุ์ธรรมดาๆ ก็ยังมีราคาแพงกว่าผลไม้ทั่วไป ดังนั้นการทานทุเรียนเป็นอาหารเช้าคงเป็นเรื่องยากสำหรับหลายคน

ขอบคุณที่มา reddit

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ต่างชาติติดใจทุเรียนไทย รสเหมือนไอศกรีม สั่งมากินเป็นข้าวเช้า มันปกติมั้ย?

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...