โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

แนะจับตา “3 ปัจจัย” กระทบการลงทุนโลก... “เลือกตั้งสหรัฐ-สงคราม-การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศโลก” !!!

Wealthy Thai

อัพเดต 13 ม.ค. เวลา 14.50 น. • เผยแพร่ 24 พ.ค. 2567 เวลา 09.12 น. • สรวิศ อิ่มบำรุง

สาระ fund วันละนิด: สำหรับ “กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ” (กบข.) เป็นหนึ่งในนักลงทุนสถาบันรายใหญ่ของไทย บริหารเงินกองทุนส่วนของสมาชิก (ณ วันที่ 31 มี.ค. 24) มูลค่า 4.84 แสนล้านบาท กระจายลงทุนใน “ตราสารหนี้” 59.50%, “สินทรัพย์ทางเลือก” 22.12% และ “หุ้น” อีก 18.38%
ปัจจุบันทำผลตอบแทนได้กว่า +3% และมั่นใจว่าปีนี้จะทำผลตอบแทนได้ดีกว่าในปีที่ผ่านมาซึ่งทำได้ +1.46% เพื่อตอบโจทย์การสร้างความมั่งคั่งระยะยาวให้กับสมาชิก โดยมีเป้าหมายที่ชัดเจนในระยะยาว จะสร้างผลตอบแทนให้สูงกว่าเงินเฟ้อเฉลี่ย 10ปี 2% ให้ได้
เพื่อให้สมาชิกมี “Freedom for Living” เกษียณมีสุข ไร้ความกังวลนั่นเอง !!!
นั่นทำให้ “กบข.” เองยังคงมีแผนในการขับเคลื่อนสู่กองทุนที่มีความมั่นคง เพื่อตอบโจทย์สมาชิกในทุกมิติของชีวิต วันนี้ ทางทีมงาน ‘Wealthy Thai’ มีเรื่องราวและมุมมองที่น่าสนใจจาก “เลขาธิการ กบข.” มาฝากกัน

“พอร์ตไทย-มาตรฐานสากล”: ตั้งเป้าผลตอบแทนระยะยาว เหนือเงินเฟ้อเฉลี่ย 10 ปี 2%

หากเปิดพอร์ตของ “กบข.” ออกดู จะพบว่ามีการกระจายลงทุนไปในหลากหลายสินทรัพย์ทั่วโลก เรียกว่าเป็นพอร์ตกองทุนไทยที่เป็นมาตรฐานสากลระดับโลกได้เลยทีเดียว
โดย“ทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์” เลขาธิการคณะกรรมการ กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) บอกว่า กบข. ได้กำหนดแผนงานวางรากฐานการบริหารกองทุน ในการขับเคลื่อน กบข. ให้เป็นกองทุนที่มีความมั่นคง สร้างผลตอบแทนการลงทุนที่ดีในระยะยาว มากกว่าอัตราเงินเฟ้อเฉลี่ย 10 ปี บวก 2%ต่อปี และเพิ่มระดับความไว้วางใจของสมาชิกที่มีต่อ กบข. เพื่อให้สมาชิกมุ่งสู่การมี Freedom for Living เกษียณมีสุข”ในภาพรวมการลงทุนของกบข. ซึ่งเป็นนักลงทุนสถาบันรายใหญ่ของประเทศ บริหารเม็ดเงินรวมกันกว่า 1.2 ล้านล้านบาท เป็นเงินสำรองประมาณ 8 แสนล้านบาท และเงินส่วนสมาชิกอรก 4 แสนล้านบาท ดังนั้นการลงทุนจึงมีกรอบการลงทุนที่ชัดเจน ปัจจุบันมีการลงทุนใน “ต่างประเทศ” ได้ไม่เกิน 60% และต้องลงทุนใน “สินทรัพย์มั่นคง” 60% ซึ่งปัจจุบันเพดานการลงทุนในต่างประเทศนี้ถือว่าเพียงพอแล้วและยังไม่มีแผนจะขยายเพดานเพิ่มขึ้นแต่ประการใด

(ทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์)

“การลงทุนของกบข. จะมีการวางกรอบกลยุทธ์ใหญ่ที่เป็น Strategic Asset Allocation (SAA) เอาไว้ชัดเจนว่าจะให้น้ำหนักการลงทุนในแต่ละสินทรัพย์สัดส่วนเท่าไร ซึ่งจะมีการทบทวนทุก 3ปี ซึ่งในปลายปีนี้ก็ถึงรอบที่จะมีการทบทวน SAA กันอีกครั้ง ดังนั้นภาพสัดส่วนการลงทุนของกบข.ที่เห็นในปัจจุบันจึงเป็นผลที่มาจากแผน SAA เมื่อ 3ปีที่แล้วนั่นเอง จะเห็นว่ามีการกระจายลงทุนไปในสินทรัพย์ต่างๆ ทั้งตราสารหนี้ สินทรัพย์ทางเลือก และหุ้น มีทั้งสินทรัพย์ที่อยู่ในตลาดและสินทรัพย์นอกตลาด เพราะสินทรัพย์แต่ละประเภทมีความเสี่ยงที่แตกต่างกันไปและสะท้อนภาพตลาดแต่ละช่วงที่แตกต่างกัน กบข.ไม่ได้มุ่งหวังให้ได้ผลตอบแทนสูงสุด หากแต่เป็นพอร์ตที่เน้นรับความผันผวนของทุกาวะตลาดได้ดี โดยยังคงให้ผลตอบแทนที่เหมาะสมเป็นสำคัญ”

ชี้ 3 ปัจจัยที่มีผลต่อตลาดการลงทุนโลก…“ความไม่แน่นอน” มากขึ้น

สำหรับปัจจัยที่มีผลต่อตลาดการลงทุนของโลกในปัจจุบันยังจะมีผลต่อเนื่องไปในอนาคตอีก 2-3 ปี ข้างหน้าด้วย ไม่ว่าจะเป็นความเสี่ยงเชิงภูมิรัฐศาสตร์ สงครามการค้า ความขัดแย้งอิสราเอล-อิหร่าน และความขัดแย้งรัสเซีย-ยูเครน ผลการเลือกตั้งและแนวนโยบายในหลายประเทศ โดย 3ปัจจัยที่ต้องติดตามใกล้ชิดและจะส่งผลกระทบต่อโลกของการลงทุน ได้แก่
1) การเลือกตั้งประธานนาธิบดีสหรัฐคนใหม่ ในเดือนพ.ย. 24 นี้ เพราะทั้ง 2พรรค มีแนวนโยบายที่แตกต่างกันค่อนข้างชัดเจน และจะกระทบไทยทางอ้อมทั้งเรื่องอัตราแลกแลกเปลี่ยน ทิศทางดอกเบี้ยจะไปทางไหน
2) ความเสี่ยงเชิงภูมิรัฐศาสตร์ในหลายภูมิภาคของโลก รวมถึงสงครามการค้าระหว่างสหรัฐ-จีน
3)การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลก จะเป็นเงื่อนไขที่มีผลต่อการค้าโลกมากขึ้นในอนาคต และไทยเองก็ต้องปรับตัวด้วยเช่นกัน

“ปัจจัยเหล่านี้ ทำให้ตลาดการลงทุนมีความผันผวนและความไม่แน่นอนมากขึ้น ในช่วงที่ผ่านมา ทางกบข. จึงได้เพิ่มน้ำหนักการลงทุนในสินทรัพย์ทางเลือกขึ้น เช่น สินค้าโภคภัณฑ์ และทองคำ เพื่อช่วยรับมือกับตลาดที่ผันผวน แต่ถ้ามองเป็นสัดส่วนของพอร์ตก็ถือว่าไม่มากนัก โดยมีอยู่ 1.15% และ 0.05% ตามลำดับ”

เปิด 2 แผนภารกิจที่จะทำ…เพื่อให้สมาชิกมี “Freedom for Living เกษียณมีสุข”

ปัญหาของคนไทยส่วนใหญ่ คือ มีเงินไม่เพียงพอกับชีวิตหลังเกษียณ หลายคนเริ่มต้นชีวิตทำงานด้วยการเป็นหนี้และกว่าจะปลดหนี้ได้และมีเงินเก็บก็เข้าสู่ช่วงอายุ 50ปีเศษไปแล้ว ซึ่งบางครั้งก็อาจไม่เพียงพอ
ทรงพล บอกว่า จากการศึกษาของ กบข. พบว่า หากอยากจะเกษียณสุข ควรจะมีเงินตอนเกษียณประมาณ 5.1 ล้านบาท เพื่อจะมีค่าใช้จ่ายต่อเดือนประมาณ 17,815 – 22,615 บาท ไปจนถึงอายุเฉลี่ยของคนไทย (แต่ถ้าอายุยืนกว่านั้นเงินจำนวนนี้ก็อาจไม่เพียงพอเช่นกัน) ทางกบข. จึงเตรียมแผนงานในปีนี้ไว้ 2เรื่อง ประกอบด้วย
1) การทบทวนความเพียงพอของเงิน ณ วันเกษียณ โดยเพิ่มตัวแปรหนี้สิน การมีอายุยืนยาวของคนไทย และระดับความเพียงพอของสมาชิกแต่ละกลุ่มอาชีพเข้ามาศึกษาเพิ่มเติม เพื่อให้ระดับความเพียงพอมีค่าเป็นปัจจุบันมากที่สุด และนำผลศึกษามาปรับปรุงแผนการจัดสรรการลงทุนของ กบข.
2) การศึกษาเพิ่มทางเลือกในการรับผลตอบแทนรูปแบบอื่นให้กับสมาชิก เช่น ต้องการรับเงินปันผลระหว่างทาง ต้องการทางเลือกในการออมเพิ่มเติม และอาจรวมถึงสิทธิประโยชน์อื่นๆ เช่น สิทธิ์ในการใช้บริการ Retirement Home & Care เป็นต้น

ทั้งหมดนี้เป็นภาพบางส่วนในการวางฐานบริหารกองทุน พร้อมผลักดัน “กบข.” ให้เป็นกองทุนที่มั่นคง มั่งคั่ง สร้างผลตอบแทนที่ดีให้สมาชิก เพื่อให้สมาชิกมี “Freedom for Living” เกษียณมีสุข ไร้ความกังวลให้ได้นั่นเอง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...