แนะจับตา “3 ปัจจัย” กระทบการลงทุนโลก... “เลือกตั้งสหรัฐ-สงคราม-การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศโลก” !!!
สาระ fund วันละนิด: สำหรับ “กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ” (กบข.) เป็นหนึ่งในนักลงทุนสถาบันรายใหญ่ของไทย บริหารเงินกองทุนส่วนของสมาชิก (ณ วันที่ 31 มี.ค. 24) มูลค่า 4.84 แสนล้านบาท กระจายลงทุนใน “ตราสารหนี้” 59.50%, “สินทรัพย์ทางเลือก” 22.12% และ “หุ้น” อีก 18.38%
ปัจจุบันทำผลตอบแทนได้กว่า +3% และมั่นใจว่าปีนี้จะทำผลตอบแทนได้ดีกว่าในปีที่ผ่านมาซึ่งทำได้ +1.46% เพื่อตอบโจทย์การสร้างความมั่งคั่งระยะยาวให้กับสมาชิก โดยมีเป้าหมายที่ชัดเจนในระยะยาว จะสร้างผลตอบแทนให้สูงกว่าเงินเฟ้อเฉลี่ย 10ปี 2% ให้ได้
เพื่อให้สมาชิกมี “Freedom for Living” เกษียณมีสุข ไร้ความกังวลนั่นเอง !!!
นั่นทำให้ “กบข.” เองยังคงมีแผนในการขับเคลื่อนสู่กองทุนที่มีความมั่นคง เพื่อตอบโจทย์สมาชิกในทุกมิติของชีวิต วันนี้ ทางทีมงาน ‘Wealthy Thai’ มีเรื่องราวและมุมมองที่น่าสนใจจาก “เลขาธิการ กบข.” มาฝากกัน
“พอร์ตไทย-มาตรฐานสากล”: ตั้งเป้าผลตอบแทนระยะยาว เหนือเงินเฟ้อเฉลี่ย 10 ปี 2%
หากเปิดพอร์ตของ “กบข.” ออกดู จะพบว่ามีการกระจายลงทุนไปในหลากหลายสินทรัพย์ทั่วโลก เรียกว่าเป็นพอร์ตกองทุนไทยที่เป็นมาตรฐานสากลระดับโลกได้เลยทีเดียว
โดย“ทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์” เลขาธิการคณะกรรมการ กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) บอกว่า กบข. ได้กำหนดแผนงานวางรากฐานการบริหารกองทุน ในการขับเคลื่อน กบข. ให้เป็นกองทุนที่มีความมั่นคง สร้างผลตอบแทนการลงทุนที่ดีในระยะยาว มากกว่าอัตราเงินเฟ้อเฉลี่ย 10 ปี บวก 2%ต่อปี และเพิ่มระดับความไว้วางใจของสมาชิกที่มีต่อ กบข. เพื่อให้สมาชิกมุ่งสู่การมี “Freedom for Living เกษียณมีสุข”ในภาพรวมการลงทุนของกบข. ซึ่งเป็นนักลงทุนสถาบันรายใหญ่ของประเทศ บริหารเม็ดเงินรวมกันกว่า 1.2 ล้านล้านบาท เป็นเงินสำรองประมาณ 8 แสนล้านบาท และเงินส่วนสมาชิกอรก 4 แสนล้านบาท ดังนั้นการลงทุนจึงมีกรอบการลงทุนที่ชัดเจน ปัจจุบันมีการลงทุนใน “ต่างประเทศ” ได้ไม่เกิน 60% และต้องลงทุนใน “สินทรัพย์มั่นคง” 60% ซึ่งปัจจุบันเพดานการลงทุนในต่างประเทศนี้ถือว่าเพียงพอแล้วและยังไม่มีแผนจะขยายเพดานเพิ่มขึ้นแต่ประการใด
(ทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์)
“การลงทุนของกบข. จะมีการวางกรอบกลยุทธ์ใหญ่ที่เป็น Strategic Asset Allocation (SAA) เอาไว้ชัดเจนว่าจะให้น้ำหนักการลงทุนในแต่ละสินทรัพย์สัดส่วนเท่าไร ซึ่งจะมีการทบทวนทุก 3ปี ซึ่งในปลายปีนี้ก็ถึงรอบที่จะมีการทบทวน SAA กันอีกครั้ง ดังนั้นภาพสัดส่วนการลงทุนของกบข.ที่เห็นในปัจจุบันจึงเป็นผลที่มาจากแผน SAA เมื่อ 3ปีที่แล้วนั่นเอง จะเห็นว่ามีการกระจายลงทุนไปในสินทรัพย์ต่างๆ ทั้งตราสารหนี้ สินทรัพย์ทางเลือก และหุ้น มีทั้งสินทรัพย์ที่อยู่ในตลาดและสินทรัพย์นอกตลาด เพราะสินทรัพย์แต่ละประเภทมีความเสี่ยงที่แตกต่างกันไปและสะท้อนภาพตลาดแต่ละช่วงที่แตกต่างกัน กบข.ไม่ได้มุ่งหวังให้ได้ผลตอบแทนสูงสุด หากแต่เป็นพอร์ตที่เน้นรับความผันผวนของทุกาวะตลาดได้ดี โดยยังคงให้ผลตอบแทนที่เหมาะสมเป็นสำคัญ”
ชี้ 3 ปัจจัยที่มีผลต่อตลาดการลงทุนโลก…“ความไม่แน่นอน” มากขึ้น
สำหรับปัจจัยที่มีผลต่อตลาดการลงทุนของโลกในปัจจุบันยังจะมีผลต่อเนื่องไปในอนาคตอีก 2-3 ปี ข้างหน้าด้วย ไม่ว่าจะเป็นความเสี่ยงเชิงภูมิรัฐศาสตร์ สงครามการค้า ความขัดแย้งอิสราเอล-อิหร่าน และความขัดแย้งรัสเซีย-ยูเครน ผลการเลือกตั้งและแนวนโยบายในหลายประเทศ โดย 3ปัจจัยที่ต้องติดตามใกล้ชิดและจะส่งผลกระทบต่อโลกของการลงทุน ได้แก่
1) การเลือกตั้งประธานนาธิบดีสหรัฐคนใหม่ ในเดือนพ.ย. 24 นี้ เพราะทั้ง 2พรรค มีแนวนโยบายที่แตกต่างกันค่อนข้างชัดเจน และจะกระทบไทยทางอ้อมทั้งเรื่องอัตราแลกแลกเปลี่ยน ทิศทางดอกเบี้ยจะไปทางไหน
2) ความเสี่ยงเชิงภูมิรัฐศาสตร์ในหลายภูมิภาคของโลก รวมถึงสงครามการค้าระหว่างสหรัฐ-จีน
3)การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลก จะเป็นเงื่อนไขที่มีผลต่อการค้าโลกมากขึ้นในอนาคต และไทยเองก็ต้องปรับตัวด้วยเช่นกัน
“ปัจจัยเหล่านี้ ทำให้ตลาดการลงทุนมีความผันผวนและความไม่แน่นอนมากขึ้น ในช่วงที่ผ่านมา ทางกบข. จึงได้เพิ่มน้ำหนักการลงทุนในสินทรัพย์ทางเลือกขึ้น เช่น สินค้าโภคภัณฑ์ และทองคำ เพื่อช่วยรับมือกับตลาดที่ผันผวน แต่ถ้ามองเป็นสัดส่วนของพอร์ตก็ถือว่าไม่มากนัก โดยมีอยู่ 1.15% และ 0.05% ตามลำดับ”
เปิด 2 แผนภารกิจที่จะทำ…เพื่อให้สมาชิกมี “Freedom for Living เกษียณมีสุข”
ปัญหาของคนไทยส่วนใหญ่ คือ มีเงินไม่เพียงพอกับชีวิตหลังเกษียณ หลายคนเริ่มต้นชีวิตทำงานด้วยการเป็นหนี้และกว่าจะปลดหนี้ได้และมีเงินเก็บก็เข้าสู่ช่วงอายุ 50ปีเศษไปแล้ว ซึ่งบางครั้งก็อาจไม่เพียงพอ
ทรงพล บอกว่า จากการศึกษาของ กบข. พบว่า หากอยากจะเกษียณสุข ควรจะมีเงินตอนเกษียณประมาณ 5.1 ล้านบาท เพื่อจะมีค่าใช้จ่ายต่อเดือนประมาณ 17,815 – 22,615 บาท ไปจนถึงอายุเฉลี่ยของคนไทย (แต่ถ้าอายุยืนกว่านั้นเงินจำนวนนี้ก็อาจไม่เพียงพอเช่นกัน) ทางกบข. จึงเตรียมแผนงานในปีนี้ไว้ 2เรื่อง ประกอบด้วย
1) การทบทวนความเพียงพอของเงิน ณ วันเกษียณ โดยเพิ่มตัวแปรหนี้สิน การมีอายุยืนยาวของคนไทย และระดับความเพียงพอของสมาชิกแต่ละกลุ่มอาชีพเข้ามาศึกษาเพิ่มเติม เพื่อให้ระดับความเพียงพอมีค่าเป็นปัจจุบันมากที่สุด และนำผลศึกษามาปรับปรุงแผนการจัดสรรการลงทุนของ กบข.
2) การศึกษาเพิ่มทางเลือกในการรับผลตอบแทนรูปแบบอื่นให้กับสมาชิก เช่น ต้องการรับเงินปันผลระหว่างทาง ต้องการทางเลือกในการออมเพิ่มเติม และอาจรวมถึงสิทธิประโยชน์อื่นๆ เช่น สิทธิ์ในการใช้บริการ Retirement Home & Care เป็นต้น
ทั้งหมดนี้เป็นภาพบางส่วนในการวางฐานบริหารกองทุน พร้อมผลักดัน “กบข.” ให้เป็นกองทุนที่มั่นคง มั่งคั่ง สร้างผลตอบแทนที่ดีให้สมาชิก เพื่อให้สมาชิกมี “Freedom for Living” เกษียณมีสุข ไร้ความกังวลให้ได้นั่นเอง