โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

เกิดใหม่ทั้งทีดันมาอยู่ในร่างตุ้ยนุ้ยที่คู่หมั้นรังเกียจ

นิยาย Dek-D

อัพเดต 14 พ.ค. 2567 เวลา 12.50 น. • เผยแพร่ 14 พ.ค. 2567 เวลา 12.50 น. • เดลิล
สาบานว่ายัยตุ้ยนุ้ยตรงหน้าคือนักโภชนาการอันดับหนึ่งของประเทศ ให้ตายเถอะ!!!! ยัยนี่ไม่คิดจะออกกำลังกายเลยหรือยังไง! แล้วยังจะโง่ทำตัวเองต้องตายตอนจบอีก พอที!!ต่อไปนี้ฉันจะเขียนบทเอง!!

ข้อมูลเบื้องต้น

สวัสดีค่ะ ไรท์มาเปิดนิยายเรื่องใหม่ขอฝากด้วยนะคะ

ฝากกดติดตามกันด้วยนร้า

แนะนำตัวละคร

เหมันต์ ภักดีวิจิตรา อายุ 27 ปี

พระเอกรูปหล่อในนิยายที่เบลล่าชื่นชอบทั้งยังชมไม่ขาดปากเธอหลงเสน่ห์พ่อพระเอกคนดีเพราะการบรรยายบุคลิกลักษณะนิสัยของเขาผ่านตัวหนังสือของนักเขียน ช่างบรรยายให้เขาเป็นคนดีอย่างไม่มีที่ติ..นี่สินะที่เขาชอบพูดกันว่าผู้ชายดี ๆ มีแต่ในนิยาย

แต่พอมาเจอตัวจริงเธอกลับอยากหนีไปให้ไกล แต่เหมือนสวรรค์กลั่นแกล้งยิ่งหนีเขาก็ยิ่งตามติดเธอนี่สิ

เบลล่า จิรัตติกุล อายุ 31 ปี

นักโภชนาการที่เพิ่งจับได้ว่าแฟนนอกใจ หลังจากไปกระทืบคนรักที่กำลังมีอะไรกับผู้หญิงเธอขับรถออกมาด้วยความเสียใจแต่ใครจะคิดว่าความเสียใจและความประมาทของเธอกลับทำตัวเองต้องต-ายและไม่รู้ว่านรกสร้างหรือสวรรค์แกล้งเธอถึงได้มาเข้าร่างใหม่ในชื่อเดิมของยัยตุ้ยนุ้ยในนิยายที่เธออ่าน เบลล่า ภมรมนตรีกุล สาวอ้วนตุ้ยนุ้ยวัย 23 ปี

แนะนำเรื่อง

เบลล์นักโภชนาการวัยสามสิบเอ็ดปีไม่เคยคิดฝันว่าชีวิตหลังความตายจะพลิกผันให้เธอกลับมาเกิดใหม่ในนิยายน้ำเน่าที่เธอเคยอ่าน แถมยังรับบทเป็นนางร้ายในร่างหญิงสาวอ้วนตุ้ยนุ้ยน้ำหนักเกินแปดสิบกิโล!

นรกเถอะ!!!

โถ..ชีวิต!!สาวสวยอย่างเธอต้องมาเจอกับอะไรกันนี่!

แต่ถ้านี่มันเป็นความโชคร้ายแสดงว่าเธอยังโชคร้ายไม่พอเพราะในเนื้อหายังระบุว่ายัยตุ้ยนุ้ยนั้นมีคู่หมั้นที่ตัวเองรักเขาอยู่ฝ่ายเดียว แถมสายตาที่คู่หมั้นมองมาที่เธอนั้นยังเต็มไปด้วยความเกลียดชัง แต่ยัยตุ้ยนุ้ยก็ยังตามติดเขาเป็นเงาตามตัวและมันดูน่าตลกในสายตาคนอื่น

"พอกันที! ยัยเบลล์! ยัยตุ้ยนุ้ย…ฉันไม่ใช่เธออีกแล้ว!

ต่อไปนี้ชีวิตใหม่ในนิยายเรื่องนี้ฉันดำเนินเรื่องเอง" เบลล์ลั่นวาจาในใจเธอตั้งปณิธานอย่างแน่วแน่และต้องทำให้ได้

แต่ก่อนอื่นเป้าหมายแรกคือการลดน้ำหนัก! เบลล์มุ่งมั่นที่จะแปลงร่างตัวเองจากยัยตุ้ยนุ้ยให้กลายเป็นนางพญาสุดสง่างามเอาให้ตกตะลึงไปทั้งบางเลย

หลังจากนั้นเธอเริ่มต้นด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินเธอนำความรู้ในอาชีพของเธอมาใช้กับตัวเองเธอหันมาทานอาหารคลีนและออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ แม้จะยากลำบากในตอนแรกแต่ด้วยความตั้งใจแน่วแน่ เบลล์ก็เริ่มเห็นผลลัพธ์

น้ำหนักของเธอค่อย ๆ ลดลงทีละนิด ทีละหน่อย ใบหน้าเริ่มเรียวเล็ก ผิวพรรณเปล่งปลั่ง รอยยิ้มของเธอกลับมาสดใสอีกครั้ง

การเปลี่ยนแปลงของเบลล์สร้างความฮือฮาให้กับคนรอบข้าง คู่หมั้นที่เคยรังเกียจเริ่มมองเธอด้วยสายตาแปลกไป ผู้คนเริ่มพูดถึงเธอในแง่ดี

เบลล์ไม่ใช่ยัยตุ้ยนุ้ยคนเดิมอีกต่อไป เธอคือนางพญาผู้เปี่ยมไปด้วยความมั่นใจและสง่างาม

และจะใช้ชีวิตให้สนุกสุดเหวี่ยง ผู้ชายที่เขาไม่รักแล้วจะแคร์ไปทำไม 'ไม่รักไม่ต้องมาแคร์ไม่ต้องมาดีกับฉัน' เสียงเพลงดังคุ้นหูในอดีตลอยมาและมันก็คือเรื่องจริง

ถ้าเธอสวยและโสดเธอสามารถหาผู้ชายได้อีกกี่คนก็ได้

เดี๋ยวนี้บาร์โฮสต์ก็มีไม่น้อย เบลล์คิดอย่างมุ่งมั่นดวงตาทอประกายเจิดจ้ายามที่คิดไปถึงหนุ่มหล่อที่รายล้อมเธอถึงตอนนั้นเธอจะมีความสุขขนาดไหนกัน…เธอคิดอย่างเพ้อฝัน

พอกันที! นิยายเรื่องนี้ฉันจะเขียนบทเอง!!

Enjoy reading..คร้าา

บทที่ 1 ฉันมาทำอะไรที่นี่ 1.1

บ้านเช่าสองชั้นแห่งหนึ่งทางภาคเหนือ

สาวสวยในวัยสามสิบเอ็ดปีกำลังนอนคว่ำหน้าอ่านหนังสือนิยายที่เพิ่งออกใหม่ ตลอดการดำเนินเรื่องเพียงบทแรกเธอถึงกับสบถด่านางร้ายของเรื่องอย่างมันปาก นี่ขนาดเพิ่งอ่านหน้าแรกก็ทำเอาเธอมีอารมณ์ร่วมไปซะแล้ว มีที่ไหนตัวเองก็รวยชาติตระกูลก็ดีแต่ทำตัวต่ำทรามเสียยิ่งกว่าอะไร คนอะไรขี้อิจฉาเจอคนที่สวยกว่าก็ให้คนจัดการสั่งสอน ไม่รู้ว่าพ่อแม่เลี้ยงดูมายังไงสินะถึงได้เป็นคนแบบนี้ แล้วที่สำคัญยัยเบลล์

ฮึย!! ทำไมนักเขียนต้องมาตั้งชื่อยัยตุ้ยนุ้ยตัวร้ายเหมือนชื่อของเธอด้วยนะ เบลล์อ่านไปด่าไปแต่ก็นึกชมนักเขียนอยู่ในใจว่าถ่ายทอดออกมาดีจริง ๆ อ่านแล้วเข้าถึงตัวละครจนเธออดไม่ได้ที่จะมีอารมณ์ร่วม ด่ามันทุกบรรทัด

"เฮ้อ! ยัยตุ้ยนุ้ยเธอนี่มันนิสัยเสียจริง ๆ เลยนะคนเค้าไม่รักก็ยังดันทุลัง ไม่ดูตัวเธอซะบ้างเลยเป็นคุณหนูอะไรงี่เง่าเอาแต่ใจ แถมยังไม่คิดจะรักษาหุ่นก็รู้ละว่าชอบกินแต่เธอจะกินดะแบบนี้ไม่ได้มั้ย

ฮึย!! แล้วยังจะมีหน้าไปชอบพระเอกของเรื่องที่เป็นดั่งเทพบุตรนั่นอีก" เบลล์ที่อ่านไปด่าไปจนเรื่องมาใกล้ถึงตอนจบก็ยังด่ายัยเบลล์ตัวร้ายในนิยายไม่พัก

"ยัยตุ้ยนุ้ยเอ๊ย!! ตายไปซะก็ดีเธอทำนิสัยแย่เอง"

ปึก! เบลล์ปิดหนังสือนิยายแล้วนำมาวางที่โต๊ะเล็ก ๆ ข้างเตียง ก่อนจะพลิกไปนอนหงายพูดบ่นกับตัวเอง

"เฮ้อพักก่อนวันนี้ฉันต้องหยุดอ่านก่อนไม่อย่างนั้นฉันได้ด่ายัยตุ้ยนุ้ยจนเสียงแหบแน่ ๆ แต่ก็อย่างว่าฉันหยุดด่าเธอไม่ได้จริง ๆ แต่ก็ถือว่านักเขียนบรรยายออกมาดี ในตอนใกล้จบนักเขียนลงบทสรุปตัวร้ายอย่างยัยตุ้ยนุ้ยให้เธอตายไปอย่างโดดเดี่ยวแม้แต่ปู่ตัวเองก็ไม่มาเหลียวแล แต่ความจริงก็น่าสงสารชีอยู่เหมือนกันนะ ถ้าจะผิดก็คงผิดตั้งแต่การเลี้ยงดู

ส่วนพระเอกกับนางเอกของเรื่องนั้นก็แฮปปี้ตามสเต็ปทั้งสองคนแต่งงานมีลูกใช้ชีวิตสุขี สุขังกะละมังถังแตก..ส่วนยันตุ้ยนุ้ยก็ถูกลืมเลือนไป ไม่มีใครพูดถึงดูไปจุดจบของเธอก็น่าสงสารอยู่เหมือนกัน

เห๊อะ!!

ถ้าเธอเป็นยัยตุ้ยนุ้ยนะเธอจะเอาเวลาไปดูแลตัวเองก่อนอันดับแรกก่อนที่จะไปจับผู้ชาย เธอจะลดความอ้วน แต่ไม่ใช่เพื่อเอาใจพ่อพระเอกรูปหล่อหรอกนะ เพราะผู้ชายไม่ไร้เท่าใบพุทรา พระเอกมีคนเดียวแต่ตัวประกอบมีหลายคนเพียงแค่เธอหุ่นดีหน้าสวยไม่สวยไม่เป็นไรเพราะเธอมีเงิน เรื่องความสวยให้เป็นเรื่องของการศัลยกรรมเพียงมีเงินเธอจะอยากได้เสกให้สวยขนาดไหนก็ได้ หลังจากเธอสวยหุ่นดีเธอก็จะเอาเงินไปซื้อผู้ชายกิน เอาให้ไม่ซ้ำหน้ากันเลย

อุ๊ย!!แค่คิดใจเธอก็สั่นแล้วเบลล์คิดขำ ๆ หัวเราะคิดคักอยู่คนเดียว

และแน่นอนว่านั่นคือความคิดเธอ เบลล่านักโภชนาการ ไม่ใช่เบลล่ายัยตุ้ยนุ้ยที่คู่หมั่นรังเกียจ

ศูนย์บริการเสริมความงามแห่งหนึ่งทางภาคเหนือของประเทศ

"สวัสดีค่ะคุณป้าวันนี้เป็นยังไงบ้างคะ ทานอาหารที่หนูแนะนำหรือเปล่า" เบลล่าสาวสวยนักโภชนาการที่มีชื่อเสียงทักทายลูกค้าคนสุดท้ายของวัน คุณหญิงผกามาศ ภรรยาผู้ว่าราชการจังหวัดที่เข้ามาใช้บริการที่นี่ตลอดระยะเวลาสองปีตั้งแต่เธอเข้ามาทำงานที่นี่ใหม่ ๆ

"ทานสิจ๊ะหนูเบลล์ ป้าทำตามที่หนูเบลล์แนะนำทุกอย่างเลยจ่ะดูป้าตอนนี้สิจ๊ะต้องซื้อชุดใหม่กันเลยทีเดียวเพราะชุดเก่าหลวมโพรกไปหมด " สาววัยกลางคนที่เพิ่งเข้ามาหมุนตัวสามร้อยแปดสิบองศาโชว์รูปร่างที่เปลี่ยนไปด้วยความภาคภูมิใจไม่น้อย

"ยินดีด้วยนะคะคุณป้า" เบลล่ายิ้มให้กับผู้หญิงด้วยความยินดี

"จ่ะขอบคุณหนูเบลล์ที่ให้คำปรึกษาและดูแลอย่างดี เดี๋ยวเอาไว้ป้าช่วยแนะนำพวกเพื่อน ๆ ให้มาใช้บริการที่นี่นะคะแล้วจะกระซิบบอกว่าให้เลือกใช้บริการหนูเบลล์คนเดียว"

"ขอบคุณค่ะคุณป้า วันนี้เรียบร้อยแล้วค่ะคุณป้ากลับได้เลยนะคะ นัดอีกทีเป็นเดือนหน้านะคะ"

"จ่ะงั้นป้ากลับก่อน"

"สวัสดีค่ะ เดินทางปลอดภัยนะคะ" เบลล่าลุกขึ้นจากเก้าอี้ เธอเดินออกไปส่งลูกค้ากิตติมศักดิ์หลังจากกลับเข้ามาในห้องทำงาน เธอมองนาฬิกาที่ข้อมือก่อนจะอุทานออกมา

"ตายแล้วจะหกโมงแล้วเหรอเนี่ยะ" เสียงพูดของเธอร้อนรนอันที่จริงเธอต้องกลับตั้งแต่เมื่อชั่วโมงที่แล้ว แต่เพราะว่าติดคุยเพลินทำให้ลืมดูเวลาเธอรีบปิดคอมพิวเตอร์เก็บของบนโต๊ะอย่างเป็นระเบียบพร้อมที่จะทำงานวันถัดไปก่อนจะเดินออกมาจากห้องทำงานอย่างเร่งรีบเพราะว่ามีนัดกับแฟนหนุ่ม และตอนนี้ก็เลยเวลานัดมากแล้วไม่รู้ว่าเจ้าตัวนั้นจะโกรธหรือเปล่า

ครืด ครืด

เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นในระหว่างที่เธอกำลังเดินมาที่รถ สตาร์ทรถเตรียมขับออกไปยังจุดหมายปลายทางที่นัดกับแฟนหนุ่มรุ่นพี่แต่พอเห็นว่าคนรักโทรมาเธอก็กดรับทันที

"พี่กร เบลล์กำลังรีบไปนะคะต้องขอโทษจริง ๆ ค่ะเบลล์ทำงานเพลินไปหน่อย" เบลล์เอ่ยขอโทษเสียงหวานหวังว่าคนรักจะเข้าใจแต่ดันไม่เป็นแบบนั้น

"วันนี้ยกเลิกนัดไปก่อนก็แล้วกันนะครับแยกย้ายกันกลับบ้านดีกว่าตอนนี้พี่เองก็เหนื่อยเต็มทีเอาไว้นัดกันวันที่เบลล์ไม่ต้องทำงานก็ได้ครับ "

บทที่ 2 ฉันมาทำอะไรที่นี่ 1.2

"วันนี้ยกเลิกนัดไปก่อนก็แล้วกันนะครับแยกย้ายกันกลับบ้านดีกว่าตอนนี้พี่เองก็เหนื่อยเต็มทีเอาไว้นัดกันวันที่เบลล์ไม่ต้องทำงานก็ได้ครับ " คำพูดที่เหมือนต่อว่าอยู่กลาย ๆ ทำเอาเบลล์รู้สึกผิดขึ้นมา แต่ว่าตอนนี้พี่กรก็ยังไม่ได้กลับบ้านนี่นาถ้าอย่างนั้นเธอไปเซอร์ไพรส์ดีกว่า เบลล์คิดอย่างลั่นล้าบวกกับความคิดถึงแฟนหนุ่มที่ไม่ค่อยได้เจอ พอมีนัดเจอกันเธอก็ดันมาทำเสียเรื่องไปอีก เอาเป็นว่าหาเรื่องไปขอโทษพี่กรก็แล้วกัน เบลล์ขับรถออกมาจากที่ทำงานไปยังจุดหมายปลายทางทันที

เธอขับรถเข้ามาจอดหน้าบ้านหลังหนึ่งในหมู่บ้านจัดสรรขนาดกลาง สายตามองเข้าไปบ้านคนรักด้วยความรู้สึกแปลกใจเพราะรถที่จอดขนาบกันสองคันนั้นสะดุดตาเธอไม่น้อย รถฟอร์ดสี่ประตูนั่นใช่ของแฟนเธอแน่นอนไม่ต้องสงสัย แต่รถ BMW สีขาวมุกป้ายแดงคันนั้นมันเป็นของใคร เธอไม่รอให้ตัวเองสงสัยอีกต่อไป

เบลล์ลงจากรถแล้วไขประตูเข้าไปในบ้าน เพราะเป็นคนรักกันแค่เรื่องกุญแจบ้านเธอก็ต้องมีอยู่แล้ว แถมยังเข้าออกมาก็หลายครั้ง แต่ตอนนี้เธอกลับไม่มั่นใจว่าการเข้ามาในตอนนี้ของเธอนั้นมันจะดีหรือเปล่า

เบลล์เดินมาสำรวจรถ BMW ที่จอดอยู่ก่อนที่สายตาจะไปปะทะกับรองเท้าสั้นสูงสีแดงแปร๊ดที่วางคู่กับรองเท้าหนังมันเงาที่เธอนั้นจำได้ว่าเป็นของแฟนเธอ ภายในใจรู้สึกหวาดหวั่นอย่างบอกไม่ถูกหรือว่าเธอควรจะกลับดีนะ เบลล์คิดหนักกับสถานการณ์ตรงหน้าพลางเดินไปเดินมาอย่างครุ่นคิด และคิดถึงหลายเรื่องที่ผ่านมาระหว่างเธอกับแฟนหนุ่ม คิดถึงความผิดปกติที่ผ่านมาก็ไม่มีอะไรน่าสงสัยเพราะเธอกับเขานั้นก็โทรคุยกันทุกวัน มาหากันทุกอาทิตย์นัดเจอกันข้างนอกบ้าง

แต่เอ๊ะ!! เบลล์นึกขึ้นมาได้ว่าตอนที่โทรคุยกันแฟนของเธอจะบอกเวลาที่แน่นอนว่าต้องเป็นช่วงไหนและทุก ๆ วันก็เป็นแบบนั้นมาตลอดโดยอ้างว่าต้องพักผ่อนต่อ ส่วนการที่นัดให้เธอมาที่บ้านนี้ก็เป็นแค่เฉพาะวันเสาร์เท่านั้นเพราะวันอาทิตย์เขาอ้างว่าพ่อแม่มาหาและเธอก็เข้าใจได้ว่าวันอาทิตย์ถือเป็นวันครอบครัวของเขา เพราะพ่อแม่ของเขาไม่ชอบเธอและเขาเองก็รู้เธอจึงหลีกเลี่ยงเพราะไม่อยากฟาดฟันกับบุพการีของเขาที่คอยแต่จะดูถูกเหยียดหยามเธอ ถึงไม่พูดแต่บางครั้งการที่ถูกมองด้วยสายตาที่ด้อยค่าเธอนั้นก็ทำเอาเธออยากจะด่ากราดอยู่เหมือนกัน ถ้าไม่ติดว่าเป็นพ่อแม่แฟนเธอคงถอนหงอกไปแล้ว

เบลล์รู้ว่าครอบครัวขอแฟนหนุ่มรังเกียจเธอมากขนาดไหน หลังจากเธอถูกพาไปพบพ่อแม่แฟนครั้งแรกเธอก็รู้แล้วว่าทั้งสองคนนั้นไม่ชอบเธอ เพียงเพราะว่าเธอเป็นแค่เด็กกำพร้าที่เติบโตมาด้วยการกัดฟันดิ้นรนมาด้วยตัวเอง แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ภูมิใจที่เธอมาถึงจุดนี้ได้ เธอเป็นถึงนักโภชนาการมือหนึ่งของประเทศมีชื่อเสียงไม่น้อย หลายที่ต้องการตัวเธอแต่ที่เธอเลือกมาทำงานงานที่นี่ก็เพราะต้องการอยู่ใกล้คนที่เธอรัก

เธอจึงละทิ้งโอกาสที่จะเติบโตแต่พวกเขาก็ยังดูถูก

ช่างเถอะ!! เบลล์คิด ก็มาถึงขั้นนี้แล้วเธอจะมาสนใจคนที่ด้อยค่าเธอทำไมกัน ชิ!ยิ่งคิดก็ยิงหงุดหงิด แต่ว่าตอนนี้เธอต้องตั้งสติก่อนนะยัยเบลล์ เธอจะมาเดินวนเวียน เวียนวนอยู่แบบนี้ไม่ได้ เบลล์ตั้งสติสูดลมหายใจเข้าปอดลึก ๆ อะไรจะเกิดก็ต้องเกิดถึงจะรู้สึกตงิดในใจก็ตามยิ่งเป็นคนเซ้นต์ดีอยู่ด้วย มีแฟนมาแล้วสามคนนอกใจเธอทั้งหมดสามคนและตอนนี้สิ่งที่ไม่อยากให้เกิดขึ้นซ้ำมันกลับตอกย้ำเธอ

เอาล่ะ..ยัยเบลล์อย่าเพิ่งคิดอะไรไปไกล เบลล์ปลอบใจตัวเองก่อนจะเดินตรงไปที่ประตูเธอหมุนลูกบิดพบว่ามันไม่ได้ล็อก เธอค่อย ๆ เปิดประตูแล้วเดินเข้าไปจะบอกว่าย่องก็ไม่ผิดนัก ในบ้านทุกอย่างยังดูเหมือนเดิมแต่สิ่งที่สะดุดตาของเธอคือกระเป๋าผู้หญิงที่วางอยู่บนโซฟา

เอาล่ะ!! เบลล์มันอาจจะไม่ใช่อย่างที่เธอคิด เบลล์ยังเชื่อมั่นอย่างนั้นทั้งที่ใจคิดไปไกลเบลล์เดินย่องขึ้นบันไดชั้นสองตรงไปยังห้องนอนที่คุ้นเคยไม่นานนักก็มายืนอยู่ที่หน้าห้องที่เปิดประตูแง้มไว้ แต่เสียงที่เล็ดลอดมาจากในห้องทำเอาเบลล์ตัวชาวาบไม่ต้องบอกว่าในห้องนั้นกำลังมีกิจกรรมอะไรเบลล์ยืนนิ่งแข็งค้างกับเสียงพูดเสียงครางที่ดังออกมาไม่หยุด และใช่เสียงผู้ชายเป็นเสียงของคนรักของเธออย่างแน่นอนแล้วยังจะได้ยินเสียงผู้หญิงเรียกชื่อแฟนเธอตลอดเวลานั่นอีก

นังดีดี้อีนังสารเลว ไหนว่าเป็นรุ่นน้อง รุ่นน้องเhี้ยไรเอากันวะ!

"อ๊ะ พี่กร เสียวไหมคะดีดี้ทำดีหรือเปล่า"

"อ่าดีครับ ดีมากพี่ชอบ"

"ดีกว่าแฟนพี่ไหมคะ"

"อย่าไปพูดถึงเธอเลยครับ คนอะไรจืดชืดอย่างกับปลาตาย อ่าา..ดีดี้เก่งมากครับขย่มพี่แรง ๆ เลยครับ ซี๊ดดด"

เสียงชายหญิงสองคนที่พูดกันระหว่างทำกิจกรรมนั้นทำเอาเบลล์รู้สึกโกรธจัดจนควันออกหู ไม่ต้องรอช้าเบลล์ถีบประตูเข้าไปอย่างแรงจนสองคนที่กำลังมีความสุขจากกิจกรรมอันลามกพลันตกใจทั้งสองหยุดบรรเลงเพลงรักแล้วหันมามองเธอที่ยืนจังก้าอยู่หน้าห้องไม่บอกก็รู้ว่าตอนนี้เธอนั้นเดือดดาลขนาดไหน เท้าเรียวก้าวฉับ ๆ ไปยังสองร่างที่เชื่อมต่อกันอยู่ฝ่าเท้ายันไปยังผู้หญิงที่กำลังอ้าปากค้างมองมาที่เธอด้วยอาการตกตะลึง

ผลั๊ก!! เท้าเรียวยันไปที่ร่างเล็กของผู้คนนั้นเต็มแรงจนผู้หญิงคนนั้นกระเด็นตกเตียงพร้อมกับเสียงหวีดร้องด้วยความตกใจแต่เบลล์ก็ไม่สนเพราะตอนนี้เธอโกรธมาก สายตาที่พร้อมจะฆ่าคนหันไปมองคนรักที่กำลังตื่นตะลึงไม่รอช้าเธอปีนเตียงขึ้นไปอย่างหมายมั่น

ตุบ!! ตุบ!! เสียงฝ่าเท้ากระทืบไปยังช่วงกลางกายที่กำลังห่อเหี่ยวทำเอาผู้ชายตรงหน้าร้องอย่างโหยหวนเพราะมัวแต่อยู่ในอาการตกใจเลยไม่ทันได้ขยับตัวหนีจึงโดนฝ่าเท้ากระทืบลงมาเต็ม ๆ ทั้งจุกทั้งเจ็บจนหน้าดำหน้าแดงแต่เบลล์ก็ไม่ปล่อยให้ผู้ชายคนนี้รอดไปง่าย ๆ

"อ๊ากกกก!!"

"ไอ้กร ไอ้ชั่วสารเลวเอ๊ย..นอกใจกูยังไม่พอยังจะกูมาพูดว่ากูจืดชืด กูถามหน่อยมึงกับกูไปได้กันตอนไหนห๊ะ!!! ไอ้ปากไม่มีหูรูดอย่าใช้งานอีกเลยมึง" เบลล์กดฝ่าเท้าขยี้ซ้ำไปยังจุดนั้นของคนที่เคยพร่ำบอกว่ารักเธอ

เบลล์โถมตัวเองลงมาทั้งตัวก่อนจะผละออกแล้วตวัดเท้าเข้าไปบนใบหน้าผู้ชายตรงหน้าที่ไม่อยากเรียกว่าคนรักได้อีก เสียงเท้าตัดอากาศปะทะใบหน้าเสียงดังจนเธอพอใจ ให้สาสมกับการถูกทรยศ

"อ๊ากกกก ปล่อย โอ๊ยย!!ช่วยด้วยผู้หญิงคนนี้บ้าไปแล้ว เธอจะฆ่าผม ช่วยด้วย!!" เสียงร้องอย่างโหยหวยไม่ทำให้เบลล์หยุดสิ่งที่ทำ

ผลั๊ว!!

เบลล์จบทุกอย่างด้วยความรวดเร็วถึงแม้ในใจจะเจ็บปวดกับการกระทำของผู้ชายตรงหน้าก็ตามแต่ความเจ็บแค้นมันมีมากกว่าเธอขยี้จุดตายอีกครั้งส่งท้ายก่อนจะหันหลังวิ่งกลับออกมาสตาร์ทรถขับออกไป

จบสิ้นกันทีชีวิตรักอันแสนสุขตลอดห้าปี เบลล์ขับรถออกมาด้วยน้ำตานองหน้า ใครว่าเธอไม่เสียใจ

แม่ง..เจ็บฉิบหาย เhี้ยเอ๊ยแล้วจะร้องไห้อะไรนักหนา!

เบลล์ขับรถไปร้องไห้ไปเพราะน้ำตามันไหลไม่หยุดด้วยความเจ็บปวดและเสียใจเธอเหยียบทะยานพุ่งด้วยความลืมตัวดวงตาพร่ามัวเห็นไฟสีเหลืองอยู่ตรงหน้าแต่เท้ากับเหยียบคันเร่งแทนการแตะเบรกก่อนจะได้ยินเสียงบีบแตรลากยาวมาจากด้านข้างเบลล์หันไปมองด้วยความตกใจ ไฟกะพริบของรถบรรทุกที่แล่นตรงเข้ามาเหมือนกับโกรธแค้นมาแต่ชาติปางก่อนเพียงชั่วพริบตาเดียวทุกอย่างกับมืดไปหมด

เอี๊ยดดด….ปัง!!!

บทที่ 3 ฉันมาทำอะไรที่นี่ 1.3

เบลล์ขับรถไปร้องไห้ไปเพราะน้ำตามันไหลไม่หยุดด้วยความเจ็บปวดและเสียใจเธอเหยียบทะยานพุ่งด้วยความลืมตัวดวงตาฟ้ามัวเห็นไฟสีเหลืองอยู่ตรงหน้าแต่เท้ากับเหยียบคันเร่งแทนการแตะเบรกก่อนจะได้ยินเสียงบีบแตรลากยาวมาจากด้านข้างเบลล์หันไปมองด้วยความตกใจ ไฟกะพริบของรถบรรทุกที่แล่นตรงเข้ามาเหมือนกับโกรธแค้นมาแต่ชาติปางก่อนเพียงชั่งพริบตาเดียวทุกอย่าง

เอี๊ยดดด….ปัง!!!

เบลล์รู้สึกถึงแสงไฟที่สาดเข้ามาใกล้พร้อมกับเสียงกรีดร้องของตัวเองและทุกอย่างก็ดับมืด ไม่นานเธอนั้นก็ล่องลอยอยู่ในอากาศตัวเบาสบายอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เบลล์ไม่รู้ว่าตอนนี้เธออยู่ที่ไหนแต่พอเห็นแสงไฟที่อยู่ทางด้านหน้าเธอก็ลอยตามมันไป เธอรู้สึกถึงความเงียบสงบไม่ได้ยินแม้แต่เสียงหายใจของตัวเอง เธอลอยมาตามแสงสว่างจนถึงปลายทางเบลล์มองเห็นทางแยกสองข้างที่มีแสงนำทางสายตามองสลับสองฝั่งอย่างคิดไม่ตก เธอไม่รู้ว่าจะไปซ้ายหรือขวาดี

"เลือกสิ" เพราะเสียงที่ดังขึ้นบริเวณข้างหูทำเอาเบลล์สั่นผวาขนลุกซู่ด้วยความกลัวเพราะมีแต่เสียงที่ดังแต่กลับไม่มีผู้คนเลยสักคนเธอจึงร้องถามออกไปด้วยอยากรู้สายตามองล่อกแล่กไปมา

"คุณเป็นใครออกมาเดี๋ยวนี้นะ มีใครเล่นอะไรฉันไม่สนุกด้วยนะ" เบลล์ถามออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นเธอกลัวแล้วจริง ๆ นะ

" คิก คิก อย่ากลัวเลย" เสียงนั้นยังดังขึ้นใกล้ ๆ แต่ไม่ชิดหูเหมือนกับครั้งแรกแต่เบลล์ก็ยังกลัวอยู่ดีแต่กระนั้นเธอก็ยังตั้งคำถาม

"ใครเล่นอะไร ออกมานะ" เบลล์ถามขึ้นอีกครั้ง

"เธอตายไปแล้วนะเบลล์ใครอยากจะเล่นอะไรกับเธอ"

"อะไรนะ ตายเหรอ..ฉันตายแล้วเหรอเนี่ยะ ทำไมกัน.." เบลล์พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง เธอยังไม่อยากตายซะหน่อย เธอเพิ่งอายุ 31 ปีเองนะฉันยังสาวยังสวย ฉันยังอยากใช้ชีวิตอยู่บนโลกใบนี้อยู่นะ เบลล์คร่ำครวญในใจทำไมโลกนี้ถึงโหดร้ายกับเธอนัก

"ก็ความประมาทของเธอยังไงล่ะ เป็นไงอยากจะเอาคืนเค้าแต่ตัวเองกับตายเองเสียอย่างนั้น น่าสงสาร น่าสงสาร…" เสียงในเงามืดพูดขึ้นมาทำเอาเบลล์คิดตามการที่เธอลอยไปลอยมานี่บอกได้ชัดเจนว่ามันไม่ปกติ เบลล์ยกมือขึ้นมาพลันมองเห็นแสงที่ผ่านฝ่ามือของเธอความโปร่งแสงที่ปรากฏตรงหน้าทำเอาเบลล์ทรุดลง เธอตายแล้วจริง ๆ สินะ ตอนนี้เธอกลายเป็นวิญญาณไปแล้ว

"ฮือ จริงเหรอฉันตายไปแล้วจริง ๆ เหรอเนี่ยะ ฮือ..ทำไมกันฉันยังมีเรื่องที่ไม่ได้ทำอีกตั้งเยอะทำไมสวรรค์ใจร้ายแบบนี้"

"โถน่าสงสารจริงเอาแบบนี้พอดีฉันน่ะนะเป็นคนที่ใจดีม๊าก เอาเป็นว่าฉันจะช่วยเธอสักครั้งก็แล้วกัน โชคดีจ่ะเบลล์" จบเสียงพูดอ่อนหวานผ่านความมืดเบลล์ก็เหมือนถูกผลักออกมาจากมือที่มองไม่เห็น ร่างโปร่งแสงของเธอลอยละลิ่วด้วยความแรงก่อนจะร่วงหล่นลงมากระแทกเข้ากับอะไรสักอย่าง

ฟิ๊ววว…

เฮือกกก!!! แฮ่ก!! ฝันร้าย ฉันฝันร้ายแน่ ๆ เบลล์ที่เหงื่อท่วมตัวผุดลุกขึ้นนั่งด้วยความตกใจแต่ก็สงสัยกับความอึดอัดบางอย่างในร่างกายไม่นานหัวสมองก็ทำงานตัวหนังสือหลายต่อหลายหน้าพัดผ่านเข้ามาในหัวสมอง ร่างอ้วนของใครสักคนที่กำลังตบตีผู้หญิงคนหนึ่งอย่างเมามันพร้อมกับเสียงร้องไห้ของผู้หญิงคนนั้น ไม่นานก็เห็นผู้คนพากันวิ่งเข้ามาและพากันแตกตื่นกับภาพตรงหน้าแต่ไม่มีใครกล้าเข้าไปขัดขวางยัยตุ้ยนุ้ยเพราะเกรงกลัวอิทธิพลของคุณปู่เธอ แต่ใครจะคิดว่าร่างกลม ๆ ของยัยตุ้ยนุ้ยกับผู้หญิงคนนั้นที่เธอเพิ่งรู้ว่าเป็นนางเอกในนิยายที่เธอเพิ่งอ่านจะพลัดตกน้ำไปพร้อมกันทั้งคู่จมดิ่งไปกับสายน้ำ แต่ว่าพ่อพระเอกของเรื่องที่วิ่งเข้ามาหน้าตาตื่นทันเห็นสองร่างร่วงลงไป พ่อพระเอกของเรื่องก็กระโดดตามไปทันที

และไม่ต้องให้เดาว่าคนที่พระเอกช่วยขึ้นมานั้นเป็นใคร แม่นางเอกผู้แสนซื่อถูกพระเอกขี่ม้าขาวมาช่วยเธอได้ทันแถมยังเป็นคนที่ผายปอดให้เธอด้วย ไม่ต้องบอกถึงวิธีการผายปอดว่าทำแบบไหน

เพราะหลังจากที่ยัยตุ้ยนุ้ยผู้ตายยากถูกช่วยดึงขึ้นจากน้ำมาอีกคนก็เห็นคู่หมั้นผายปอดนางเอกเธอเจ็บแค้นมากและหาทางแก้แค้นแม่นางเอกอยู่ตลอดและพอถึงเวลานั้นยัยตุ้ยนุ้ยก็ไม่รอเวลาให้เสียเปล่า หลังจากวางแผนมานานก็ถึงเวลาลงมือ

ในงานวันเกิดของปู่ ยัยตุ้ยนุ้ยจ้างคนมาจัดการลากแม่นางเอกไปข่มขืนแต่แผนร้ายก็ไม่สำเร็จแถมเธอยังถูกจับได้ แต่เพราะเปรียวสาวใช้ผู้ซื่อสัตย์เป็นคนรับสารภาพผิดทั้งหมด ยัยตุ้ยนุ้ยถึงรอดจากการจับกุมและเปรียวก็ถูกนำตัวไปขังคุกโดยที่ยัยตุ้ยนุ้ยนั้นก็ไม่แม้แต่จะมองหน้าสาวใช้คนนั้นเลย แถมยังด่ากราดซ้ำเติมเหมือนกับว่าเธอนั้นไม่รู้เรื่องราวที่คนรับใช้ทำจริง ๆ ถึงแม้คนรอบข้างจะไม่ค่อยเชื่อก็ตามแต่เพราะการยอมรับผิดทำให้ยัยตุ้ยนุ้ยรอดมาได้

แต่อนิจจาเพราะความโง่เง่าไม่จบสิ้นของยัยตุ้ยนุ้ย คนที่เธอจ้างทำงานไม่สำเร็จ ยัยตุ้ยนุ้ยจึงโกรธมากเธอเดินทางไปพบพวกหัวหน้าของพวกมันและด่าทอต่าง ๆ นา ๆ ทำงานห่วยแตกบ้าง ไม่เก่งจริงตามที่คุยบ้างทำให้คนที่เป็นหัวหน้าที่มันไม่เคยมีใครมาชี้หน้าด่าตัวเองมาก่อน

ปัง! เพียงนัดเดียวเท่านั้น ยัยตุ้ยนุ้ยก็ลงไปนอนกองกับพื้นพร้อมดวงตาเบิกกว้าง เธอตายอย่างอนาถและไม่มีใครเหลียวแล

จบเรื่องของนางร้ายยัยตุ้ยนุ้ยหลังจากนั้นก็ไม่มีใครพูดถึงอีกเลย

อ่าา…นั่นมันฉากในนิยายที่ฉันเพิ่งสาปส่งยัยตุ้ยนุ้ยไปนี่นาแต่ทำไมรู้สึกเหมือนจริงขนาดนี้เนี่ยะแล้วตอนนี้ฉันอยู่ที่ไหนกัน โอ๊ย…ปวดหัวโว้ย!ทั้งเหนื่อยทั้งเพลียเหมือนตัวเองไปวิ่งมาราธอนมาอย่างนั้นแหละ

ทำไมถึงรู้สึกเหนื่อยมากเหลือเกินเบลล์หลับตาลงอีกครั้งเพราะความวิงเวียน ยกมือขึ้นกุมขมับที่กำลังปวดตุบตุบได้ยินเสียงที่ดังน่ารำคาญทำให้เธอต้องลืมตาขึ้นมา เบลล์ปรับสายตาให้โฟกัสไปยังร่างเล็ก ๆ ตรงหน้าเธอกะพริบตาปริบ ๆ ใครกันละเนี่ยะ เบลล์มองไปยังผู้หญิงแปลกหน้าที่มองมาที่เธอด้วยความกลัว เอ้ากลัวแล้วยังจะเข้ามาทำไมกันฉันงงนะ

"คุณหนู คุณหนูคะ" เปรียวเรียกคุณหนูของเธอด้วยน้ำเสียงสั่น ๆ เพราะกลัวว่าเธอจะโดนทำร้ายเพราะถ้าเพียงพูดอะไรที่ผิดหูเธออาจจะถูกถีบกระเด็นก็ได้ คิดแล้วก็ถอยห่างอีกสองก้าวอย่างเนียน ๆ เมื่อเห็นว่าคุณหนูของเธอฟื้นขึ้นมาแล้ว

"เธอเป็นใคร"

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...