โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

‘นิทาน ตัวฉัน และโลกใบนี้’ เมื่อหนังสือเด็กต่อสู้กับภาวะโลกเดือด

the Opener

เผยแพร่ 13 พ.ค. 2567 เวลา 02.53 น. • The Opener

วิริญจน์ หุตะสังกาศ

ฤดูร้อนปี 2567 ณ จังหวัดเชียงใหม่ อากาศร้อนระอุ ฝุ่นควันบดบังดอยสุเทพจนเห็นเพียงเงาราง ๆ

สำนักพิมพ์ Mountain Mind (ประเทศไทย) และสำนักพิมพ์ Slowbooks (ประเทศเวียดนาม) ได้จับมือกันจัดนิทรรศการเล็ก ๆ ในห้องสมุดหอประวัติศาสตร์เมืองเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2567

เมื่อเดินเข้ามาในนิทรรศการ ก็จะได้ชมแกลอรี่ภาพวาดประกอบหนังสือของทั้งสำนักพิมพ์ Mountain Mind และสำนักพิมพ์ Slowbooks ซึ่งเน้นการผลิตหนังสือภาพเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมและความสวยงามของธรรมชาติที่มนุษย์อาจหลงลืมไป

นอกจากนี้ยังมีโต๊ะหนังสือภาพที่พูดถึงสิ่งแวดล้อมในหลากหลายภาษาและวัฒนธรรม อย่าง ไทย ลาว อินโดนีเซีย เวียดนาม อังกฤษ และอเมริกา

โซนที่ผู้เขียนสนใจเป็นพิเศษ คือ หนังสือภาพไทยยุค 2520-2530 ที่รณรงค์เรื่องปัญหาสิ่งแวดล้อมในหลากหลายมิติ เนื้อเรื่องนั้นยังสามารถหยิบมาอ่านได้ใหม่แม้กาลเวลาผ่านไป 30-40 ปีแล้วก็ตาม (นั่นแปลว่าปัญหาสิ่งแวดล้อมในประเทศไทยไม่ได้ดีขึ้นเลย…)

อย่างเรื่อง “บ้านของสีนวล” ที่พูดถึงเรื่องการลักลอบจับสัตว์สงวนมาเป็นสัตว์เลี้ยงในคนในเมือง
“ตะเพียนเข้ากรุง” ที่ชวนผู้อ่านตระหนักถึงแม่น้ำลำคลองที่เต็มไปด้วยขยะและสารเคมี
หรือ “ฉันคือต้นไม้” ที่เล่าเรื่องการตัดไม้ทำลายป่า และกว่าที่ต้นไม้ต้นหนึ่งจะเติบโตมาได้นั้นต้องใช้เวลามากเพียงใด

จะเห็นว่าเราพูดเรื่อง “การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม” กันมาเกือบครึ่งศตวรรษแล้ว แต่ตอนนั้นเราเจาะจงไปที่ปัญหาใดปัญหาหนึ่งเป็นพิเศษ แต่ยังไม่มีภาพ “โลกทั้งใบ” ที่กำลังป่วยจากปัญหาเรื้อรังที่เราแก้ไขไม่ได้เสียที

ในปัจจุบัน หนังสือเด็กสอดแทรกแนวคิดเรื่อง “นิเวศวิทยา” ผ่านการกระตุ้นให้ผู้อ่านรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม และการอยู่ร่วมกันของสรรพชีวิตบนโลกใบนี้

มุมหนังสือภาพของสำนักพิมพ์ Mountain Mind นั้นสีสันอ่อนโยนก็จริง แต่เนื้อหาสะเทือนใจรุนแรงทีเดียว เช่น
“วันนี้หนูกินอะไรดีนะ” ที่ใช้ถ้อยคำเรียบง่ายแต่ทรงพลังเตือนใจผู้อ่านว่า"หากเราไม่ดูแลโลก เราจะไม่มีอาหารกิน"

“ในวันที่เรามีอากาศดี ๆ ไว้หายใจ” ที่เป็นกระบอกเสียงของชาวเชียงใหม่และจังหวัดที่ได้รับผลกระทบจากฝุ่น PM 2.5 ที่สาหัสขึ้นเรื่อย ๆ ทุกปี

หรือ“บ้านของเราสวยงามเหลือเกิน” ที่สะกิดผู้อ่านให้เงยหน้ามองดูโลกที่เป็น “บ้านหลังเดียว” ของเรา และชวนให้เราซ่อมแซมรักษาบ้านหลังนี้ไว้ให้ดีที่สุด

ส่วน สำนักพิมพ์ Slowbooks นั้นนำทั้งรูปภาพ โปสการ์ด และหนังสือภาพมาจากเวียดนามเพื่อมาจัดแสดงในงานนี้โดยเฉพาะ

หนังสือภาพชุด “เด็กชายทอม” นำเสนอปัญหาที่เด็กต้องเผชิญในภาวะโลกเดือด ชวนเรียนรู้เกี่ยวกับธรรมชาติ และหนทางรักษ์สิ่งแวดล้อมที่เด็ก ๆ ทำได้ มีเกมให้เด็ก ๆ คิดและเล่นไปพร้อมกับทอม (เช่น ลองดูซิว่าในบ้านมีถุงพลาสติกกี่ใบ) และที่วิเศษที่สุด คือ มีสติ๊กเกอร์ให้แปะด้วย

ในเรื่อง “กองถุงพลาสติก” ทอมดูข่าวเรื่องถุงพลาสติกทำให้ปลาและเต่าเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก แม่จึงอธิบายว่าเราลดการใช้พลาสติกและลดขยะได้อย่างไรบ้าง ในตอนท้ายเล่มก็มีคำอธิบายเรื่องการแยกขยะและการรีไซเคิลวัสดุต่าง ๆ

เรื่อง “ฉันลืมอะไรนะ” เล่าปัญหาที่ทอมนอนไม่หลับหลังจากกลับจากบ้านคุณยายที่ชนบท ทอมคิดว่าตัวเองลืมอะไรไว้ที่บ้านคุณยาย ซึ่งมาเฉลยภายหลังว่า ทอมนอนไม่หลับเพราะบ้านในเมืองมีแต่เครื่องปรับอากาศ ไม่มีลมเย็นสบายเหมือนที่บ้านคุณยาย นิทานเรื่องนี้ไม่ได้ต่อต้านเครื่องใช้ไฟฟ้าหรือชีวิตในเมือง แต่ชวนให้เด็ก ๆ รักษาเครื่องใช้ไฟฟ้าให้คงสภาพดีเป็นเวลานาน และชวนประหยัดไฟเพื่ออนุรักษ์ทรัพยากรในระยะยาว

และหนังสือเล่มล่าสุดที่คุณ Nguyễn Hữu Quỳnh Hương หรือ คุณฮู เจ้าของสำนักพิมพ์ Slowbooks ได้แต่งขึ้นพร้อมเพลงกล่อมเด็กคือเรื่อง “Slow Flow” ที่แสดงภาพเส้นทางเดินของมนุษย์ตั้งแต่อยู่ในครรภ์แม่จนเติบโตเดินเตาะแตะได้ หนังสือเล่มนี้ชวนให้เราก้าวเดินช้า ๆ มองสิ่งต่าง ๆ รอบตัว และมีธรรมชาติคอยประคองให้มนุษยชาติก้าวเดินได้อย่างมั่นคงเสมอ วาดภาพประกอบโดย Wolf Potato Studio (Instagram : @soi.potato)

จะเห็นว่าการพูดถึง“สิ่งแวดล้อม” ในวรรณกรรมเด็กไม่ได้เป็นเพียงการให้ความรู้เท่านั้น แต่เป็นการใช้ศิลปะทั้งด้านภาพและภาษาในการร้อยเรียงเรื่องราว ให้ผู้อ่านทุกวัยตระหนักถึงปัญหาที่เกิดขึ้นจริง ๆ ในโลกใบนี้

หนังสือจึงเป็นมากกว่าผู้ส่งสารจากผู้ใหญ่ถึงเด็ก แต่เป็นสื่อที่กระตุ้นให้ผู้อ่านทั้งเด็กและผู้ใหญ่ “ลงมือทำวันนี้” ไม่ต้องรอวันที่เด็กจะโตเป็นผู้ใหญ่แล้วค่อยแก้ปัญหาที่ผู้ใหญ่วันนี้สร้างขึ้น

ผู้ใหญ่ต้องรับผิดชอบการกระทำของตนเอง และเด็ก ๆ ผู้จำต้องแบกรับภาระดังกล่าว ก็ต้องรู้วิธีบรรเทาให้เบาบางลงในอนาคต ไม่ทำให้ภาระก้อนนี้หนักไปกว่าเดิม

Facebook สำนักพิมพ์ Slowbooks
เว็บไซต์สำนักพิมพ์ Mountain Mind

อ่านบทความอื่นๆ ของผู้เขียน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...