โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

กมลา แฮร์ริส (Kamala Harris) คือใคร? เมื่อเดโมแครต 'เปลี่ยนม้ากลางศึก' ได้เวลารู้จักหญิงแกร่งแห่งสนามการเมืองอเมริกา

Finnomena

อัพเดต 23 ก.ค. 2567 เวลา 04.17 น. • เผยแพร่ 23 ก.ค. 2567 เวลา 04.08 น. • Finnomena Editor

กระแสความสนใจในตัว "กมลา แฮร์ริส" (Kamala Harris) เพิ่มขึ้นมาทันที หลังเมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2024 "โจ ไบเดน" เขียนจดหมายถอนตัวอย่างเป็นทางการจากการเป็นตัวแทนพรรคเดโมแครตในการชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา 2024 หลังจากก่อนหน้านี้โจ ไบเดน ถูกตั้งคำถามมากมายถึงความพร้อมในการสู้ศึกเลือกตั้งสมัยที่ 2 ไม่ว่าจะด้วยผลงานดีเบตที่เพลี่ยงพล้ำให้แก่ "โดนัลด์ ทรัมป์" ในรอบแรกเมื่อช่วงสิ้นเดือนที่ผ่านมา ตลอดจนปัญหาสุขภาพ และความแก่ชราของไบเดนในวัย 81 ปีที่แสดงออกมาชัดเจน พรรคเดโมแครต จึงตัดสินใจเปลี่ยนม้ากลางศึก เพื่อไม่ให้คะแนนนิยมตกต่ำไปมากกว่านี้ ซึ่งว่ากันว่าผู้ที่จะก้าวขึ้นมาเป็นตัวแทนในครั้งนี้ก็คือกมลา แฮร์ริส รองประธานาธิบดีคนปัจจุบันนั่นเอง ไบเดน โพสผ่าน X ส่วนตัวว่า การถอนตัวครั้งนี้ เพื่อเป็นประโยชน์สูงสุดต่อพรรคและประเทศชาติ พร้อมหนุนให้ แฮร์ริส เป็นผู้รับไม้ต่อในสู้ศึกเลือกตั้ง

Source: X@JoeBiden as of 22/07/2024

เปิดประวัติ กมลา แฮร์ริส (Kamala Harris)

Source: X@KamalaHarrisas of 11/01/2023

กมลา แฮร์ริส (Kamala Harris) หญิงแกร่งวัย 59 ปี ผู้พลิกหน้าประวัติศาสตร์การเมืองอเมริกา ด้วยการเป็นผู้หญิงคนแรกที่ดำรงตำแหน่งรองประธานาธิบดีสหรัฐฯ เมื่อปี 2021 เธอเกิดที่รัฐแคลิฟอร์เนีย โดยมีคุณพ่อเป็นนักเศรษฐศาสตร์ผิวสีชาวจาไมกา และคุณแม่เป็นนักวิจัยโรคมะเร็งชื้อสายอินเดีย ซึ่งทั้งคู่เป็นผู้อพยพเข้ามาอยู่ในสหรัฐฯ พ่อแม่ของ กมลา แฮร์ริส พบรักเมื่อตอนเรียนมหาวิทยาลัย ในช่วงที่มีขบวนการนักศึกษายุค 60’s จึงพูดได้ว่าเธอเป็นหนึ่งทั้งผลผลิตของขบวนการนักศึกษายุครุ่งเรือง และเป็นลูกครึ่งจากผู้อพยพสองทวีปที่ไม่ใช่คนผิวขาว

สู่เส้นทางอาชีพการเมือง

กมลา แฮร์ริส เรียนจบปริญญาตรีด้านรัฐศาสตร์จาก Howard University ซึ่งเป็นสถาบันที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานของคนผิวสี และที่นั่นทำให้เธอได้มีโอกาสทำกิจกรรมทางการเมืองต่าง ๆ เช่น ประเด็นการแบ่งแยกผิวสีในแอฟริกาใต้ หลังจากนั้นจึงได้เรียนต่อด้านกฎหมายจาก University of California, Hastings เธอเริ่มต้นเส้นทางอาชีพทนายความ ในช่วงปี 1990 และเติบโตอย่างก้าวกระโดด ก่อนที่จะตัดสินใจลงเล่นการเมืองด้วยการชนะเลือกตั้งอัยการประจำเขตซานฟรานซิสโกปี 2003 และได้รับเลือกเป็นอัยการสูงสุดของรัฐแคลิฟอร์เนียในปี 2010 เวลานั้นชื่อของเธอถือเป็นนักเมืองหญิงดาวรุ่งของพรรคเดโมแครต เพราะถูกจับตาทั้งในแง่ของภูมิหลัง รวมทั้งมีผลงานโดดเด่นในการปกป้องชาวแคลิฟอร์เนีย ไม่ให้โดนยึดบ้านจากผลพวงของ Subprime Crisis 2008 กระทั่งปี 2016 จึงได้มีโอกาสเข้าสู่สนามเลือกตั้งในตำแหน่งวุฒิสมาชิก และเมื่อปี 2021 ก็ได้บันทึกหน้าประวัติศาสตร์ ‘Madame Vice President’ ครั้งแรกของสหรัฐฯ

ฉันอาจจะเป็นผู้หญิงคนแรกที่นั่งในตำแหน่งนี้ แต่จะไม่ใช่คนสุดท้ายแน่นอน - สุนทรพจน์แรกของ กมลา แฮร์ริส หลังประกาศชัยชนะของพรรคเดโมแครต เมื่อ 4 ปีก่อน -

บทบาทในฐานะรองประธานาธิบดี

Source:X@KamalaHarrisas of 19/06/2024

กมลา แฮร์ริส มีชื่อเสียงจากการเดินทางไปทั่วสหรัฐฯ เพื่อแสดงถึงจุดยืนในการปกป้องสิทธิสตรีและสิทธิการทำแท้งเสรี หลังศาลสูงสุดได้ยกเลิกคำพิพากษาคดี Roe v Wade ว่าการทำแท้งขัดต่อรัฐธรรมนูญ ทว่าคะแนนความนิยมของเธอในภาพรวม ถูกตัดเกรดในระดับต่ำมาโดยตลอด ตามการสำรวจความคิดเห็นของ FiveThirtyEight มีคนอเมริกันถึง 51% ที่ไม่เห็นด้วยกับการทำงานของเธอ นักวิเคราะห์มองว่าหน้าที่ของ กมลา แฮร์ริส ในฐานะรองประธานาธิบดี เป็นไปตามแบบแผนทั่วไปและไร้ความโดดเด่น โดยมีภารกิจหลักคือการลดจำนวนผู้อพยพข้ามพรมแดนทางใต้ของสหรัฐฯ และมองว่าเธอค่อนข้างล้มเหลวในการแก้ปัญหานี้

คะแนนความนิยม Harris vs. Trump

โพลล่าสุดจาก DDHQ and The Hill ระบุว่า คะแนนนิยมของ"กมลา แฮร์ริส" ตามหลัง "โดนัลด์ ทรัมป์" อยู่ที่ 45.4% ต่อ 47.4% และชี้ว่าเธอมีแนวโน้มที่จะเอาชนะได้มากกว่าปล่อยให้ "โจ ไบเดน" ฝืนลงแข่งต่อไป อย่างไรก็ตาม โดนัลด์ ทรัมป์ ให้สัมภาษณ์สถานีโทรทัศน์ CNN เมื่อวันอาทิตย์ที่ 21 ก.ค. ที่ผ่านมาว่า แฮร์ริสเอาชนะง่ายกว่าไบเดน และไม่มีความกังวลเลยที่จะต้องเจอกับเธอ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...