โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

ขนส่งภูเก็ต จ่อคุมปริมาณรถรับจ้างสาธารณะ เผยยอดจัดเก็บภาษีจดทะเบียนพุ่ง 300 ล.

MATICHON ONLINE

อัพเดต 31 ก.ค. 2567 เวลา 11.33 น. • เผยแพร่ 31 ก.ค. 2567 เวลา 10.17 น.

ขนส่งภูเก็ต มอบมรภ.ภูเก็ต ศึกษาปริมาณถรับจ้างสาธารณะที่เหมาะสม หลังทั่วปท.แห่เข้ามาทำกิน จนเก็บภาษีจดทะเบียนได้กว่า 300 ล้าน

เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม นายอัดชา บัวจันทร์ ขนส่งจังหวัดภูเก็ต เปิดเผยว่า ภูเก็ตเป็นจังหวัดท่องเที่ยว ถ้ามองจำนวนนักท่องเที่ยว กับรถให้บริการที่มีอยู่ ตอนนี้นักท่องเที่ยวที่เข้ามาภูเก็ตยังไม่ถึง 10 ล้านคน แต่เป้าหมายเราต้องการให้มีนักท่องเที่ยวอย่างน้อย 12-14 ล้านคน ถ้าปริมาณหมุนเวียนของรถที่มีอยู่ อาจจะยังไม่เพียงพอต่อความต้องการของผู้โดยสาร บางคนอยากจะใช้บริการแท็กซี่มิเตอร์ บางคนอยากจะเรียกรถแอพพลิเคชั่น บางคนอยากเช่าเหมารถตู้ บางคนต้องการไปรถโดยสารประจำทาง

และในเรื่องของรถแท็กซี่มิเตอร์ ในกฎหมายหรือกฎกระทรวง ที่จดทะเบียนในกรุงเทพฯ หรือเชียงใหม่ หรือ ขอนแก่น หรือชลบุรี สามารถที่จะนำไปวิ่งได้ทั่วประเทศทุกจังหวัด ซึ่งทางเราได้ประสานไปที่กรมการขนส่งทางบก และต้องแก้ไขกฎกระทรวง ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการ คือ รถจดทะเบียนที่จังหวัดไหน ควรใช้ในจังหวัดนั้น โดยมองเห็นถึงสภาพปัญหาที่เกิดขึ้นว่า รถยนต์รับจ้างสาธารณะ อาจจะมีจำนวนมากเกินไปในจังหวัดภูเก็ต

ในเรื่องนี้ ทางสำนักงานขนส่งจังหวัดภูเก็ต ติดต่อขอความร่วมมือมหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต ให้ทำการศึกษา จำนวนรถยนต์รับจ้างสาธารณะในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตโดยเฉพาะรถยนต์รับจ้างทั่วไป ควรมีการจำกัดจำนวนหรือไม่ หรือมีการจำกัดจำนวนไว้ที่ตัวเลขเท่าไร ซึ่งการจำกัดจำนวนรถยนต์รับจ้างสาธารณะในแต่ละพื้นที่เป็นอำนาจของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมในการประกาศเป็นเขตพื้นที่ว่าจังหวัดไหน ควรมีการจดทะเบียนรถยนต์รับจ้างจำนวนเท่าไหร่

ซึ่งหลังจากที่มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ตได้ทำการสำรวจศึกษาเสร็จเรียบร้อยแล้ว ทางสำนักงานขนส่งจังหวัดภูเก็ต จะนำเรียนเสนอต่อผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต คณะกรรมการขนส่งทางบกจังหวัดภูเก็ต ถ้าเห็นชอบแล้ว จะส่งเรื่องไปที่กรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม เพื่อพิจารณาดำเนินการประกาศจำนวนรถยนต์รับจ้างสาธารณะในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต

ดังนั้นการที่ผู้ประกอบการรถยนต์รับจ้างสาธารณะ เห็นช่องทางการลงทุนทำธุรกิจ นำรถเข้ามาในพื้นที่จำนวนมากนั้น ได้พูดคุยกับผู้ประกอบการแล้วว่า ต้องรอผลการศึกษาจากมหาวิทยาลัยราชภัฏจังหวัดภูเก็ต ก่อนที่จะนำรถเข้ามาในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต แต่ในส่วนที่เข้ามาแล้ว ทางสำนักงานขนส่งจังหวัดภูเก็ตจำเป็นจะต้องจดทะเบียนให้ มิเช่นนั้นเขาจะโดนค่าปรับวันละ 1,000 บาทต่อคัน ถ้าเข้ามา 50 คันถูกปรับ วันละ 50,000 บาท จากนั้น ถ้าไม่ได้จดทะเบียน เขาจะต้องคืนเงินที่ซื้อรถมาด้วย ที่ได้รับส่วนลด 100,000 บาทต้องคืนให้กับผู้ผลิตรถ ดังนั้น ในช่วงนี้ให้ผู้ประกอบการ รอผลการศึกษาก่อนจะนำรถเข้ามาในพื้นที่

การที่มีรถมาจดทะเบียนในจังหวัดเป็นจำนวนมาก ภาษีจะเข้าสู่ท้องถิ่น ในจังหวัดมากเช่นกัน ซึ่ง จังหวัดภูเก็ต จัดเก็บภาษีได้กว่า 300 ล้านบาท หากนับเป็นรายวันจัดเก็บภาษีได้เกือบ 2 ล้านบาทต่อวัน ในเชิงพื้นที่เราต้องการจำกัดจำนวนรถยนต์รับจ้างสาธารณะ แต่ในด้านเศรษฐกิจการประกอบอาชีพของประชาชนเป็นระดับกรม ระดับกระทรวง ที่จะต้องพิจารณา

นายอัดชากล่าวต่อว่า ปัจจุบันมีประเด็นปัญหาทะเลาะขัดแย้งกันของรถยนต์รับจ้างประเภทต่างๆ ได้พยายามแก้ไขปัญหาต่างๆ มาหลายเรื่อง อาทิ การชะลอการจดทะเบียนรถรับจ้างผ่าน Application และการประกอบอาชีพของประชาชนที่ต้องการจดทะเบียนรถยนต์รับจ้าง โดยสร้างการรับรู้ และความเข้าใจว่า ต้องเข้าใจในหลักข้อกฎหมาย ให้ตรงตามวัตถุประสงค์ของการใช้งาน อาทิ บางคนต้องการจดทะเบียนรถยนต์ป้ายเขียว เพื่อเอามารับจ้างผ่าน Application ซึ่งเป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย และการแก้ไขปัญหารถยนต์ป้ายดำที่นำมาใช้รับจ้างโดยผิดกฎหมาย

ทางจังหวัดภูเก็ต ได้ทำหนังสือไปยังกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ให้ควบคุมกำกับดูแล ผ่าน Application ให้นำรถที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ออกจากระบบ Application ซึ่งการที่นำรถที่ไม่ถูกต้องมาใช้รับจ้างรับส่งผู้โดยสาร เป็นปัญหาที่มีการทะเลาะเบาะแว้ง กับผู้ที่ประกอบการรถยนต์รับจ้างในพื้นที่

ปัจจุบัน ทางกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร และกรมการขนส่งทางบก ร่วมกันร่างกฎหมาย เพื่อควบคุมผู้ประกอบการ Application ต้องนำรถที่ถูกต้องตามกฎหมายเท่านั้น ที่มาให้บริการในระบบ คาดว่า อาจมีการประกาศใช้ในเดือนสิงหาคมนี้ จะทำให้รถที่ผิดกฎหมายลดลง เพราะไม่สามารถใช้ช่องทางนี้ไปรับส่งลูกค้าได้อีก

ในส่วนการป้องกันปราบปรามรถรับจ้างผิดกฎหมาย โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่สำนักงานขนส่งจังหวัดภูเก็ต และได้รับความกรุณา จากนายโสภณ สุวรรณรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ได้ลงนามคำสั่งให้เจ้าหน้าที่ อส.จำนวน 23 นาย เข้ามาช่วยเจ้าหน้าที่ในการควบคุมจับกุมผู้ที่ขับรถรับจ้างผิดกฎหมาย โดยจะเริ่มดำเนินการในเร็วๆ นี้

ที่ผ่านมา ดำเนินการจับกุมรถรับจ้างผิดกฎหมาย มีการเปรียบเทียบปรับ สูงสุด 2,000 บาท และมีการพักใช้ใบอนุญาตขับรถถึง 90 วันแต่ในกรณีที่เป็นการทะเลาะเบาะแว้งกันจะบังคับใช้ คือ พักใช้ใบขับขี่ 1 ปี หรือเพิกถอนใบอนุญาต ขึ้นกับความร้ายแรงของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งได้ปฏิบัติกันมาโดยตลอด

ช่องทางหลักในการร้องเรียน คือ ทราฟฟี่ฟองดู การแจ้งร้องเรียนจะต้องมีข้อมูลและหลักฐานที่ชัดเจน และ สายด่วน 1584 และเว็บไซต์ของสำนักงานขนส่งจังหวัดภูเก็ต เจ้าหน้าที่จะดำเนินการทุกราย

จากที่ดำเนินการมาตั้งแต่ต้น ในการควบคุมรถผิดกฎหมาย ปัจจุบันจังหวัดภูเก็ตเป็นจังหวัดที่มีการพักใช้ใบอนุญาตขับรถที่มากที่สุดในประเทศไทยอยู่ที่ประมาณ กว่า 500 ราย

อยากให้ทุกคนปฏิบัติตามประเภทของรถที่มาจดทะเบียนไว้ถ้าทำถูกต้องตามประเภทที่จดทะเบียนไว้ การที่จะมาทะเลาะขัดแย้งกันจะลดน้อยลง เช่น รถยนต์บริการ หรือรถป้ายเขียว ไม่สามารถวิ่งผ่านระบบ Application ได้ ซึ่งระบบ Application จะมีแท็กซี่มิเตอร์ กับรถยนต์รับจ้างผ่านระบบ เป็นต้น

การดำเนินการแก้ไขปัญหาให้กับพื้นที่จังหวัดภูเก็ตพยายามที่จะทำให้ถูกต้อง โดยช่วยเหลือประชาชน ให้ประกอบอาชีพที่ถูกต้องและสุจริต ปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้น ทางสำนักงานขนส่งจังหวัดภูเก็ตมิได้นิ่งนอนใจ และร่วมแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระยะแต่ในบางเรื่องเป็นระเบียบข้อกฎหมาย ที่สำนักงานขนส่งจังหวัดภูเก็ตเองไม่สามารถดำเนินการเรื่องนี้ได้ต้องรอกระบวนการทางกฎหมายให้ออกมา

ส่วนเรื่องที่อาจสร้างความไม่สบายใจให้กับประชาชนที่ประกอบอาชีพ คือ การกวดขันจับกุม ยอมรับตามตรงอัตรากำลังเจ้าหน้าที่มีจำกัด แต่หน่วยงานที่เข้ามาช่วยเหลือ คือ ตำรวจ ช่วยดำเนินการเรื่องนี้กันอยู่ ณ ปัจจุบัน ต้องกราบขอบพระคุณท่านผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ที่จัดส่งกำลัง เจ้าหน้าที่ อส. มาให้ สำนักงานขนส่งจังหวัดภูเก็ตเพื่อช่วยกวดขันจับกุมผู้ที่ประกอบอาชีพรถยนต์รับจ้างที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย โดยจะทำเรื่องนี้ให้อย่างเต็มที่ตามกำลังความสามารถที่มีอยู่

สิ่งที่อยากจะฝากถึงประชาชนในการประกอบอาชีพ คือ อยากให้ทุกคนใช้รถถูกต้องตรงตามประเภทที่ขอจดทะเบียน และช่วยกันสร้างการรับรู้ความเข้าใจอย่าได้มีการทะเลาะวิวาทกันเนื่องจากสร้างความเสียหายให้กับจังหวัดภูเก็ตและประเทศในเรื่องภาพลักษณ์การท่องเที่ยว สำหรับจังหวัดภูเก็ตในเรื่องการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้น เป็นจังหวัดที่มีการบังคับใช้และเพิกถอนใบอนุญาตขับรถมากที่สุดไม่รวมกรุงเทพมหานคร และยังจะใช้มาตรการนี้และจะเพิ่มความเข้มข้นมากขึ้นเรื่อยๆ ถ้ากรณีที่มีการทะเลาะเบาะแว้งกันและทำให้เสื่อมเสียภาพลักษณ์ของจังหวัดภูเก็ตของประเทศจะถึงขั้นเพิกถอนใบอนุญาตขับรถ อย่างน้อย 3 ปีขึ้นไป

นายอัดชากล่าวต่อว่า รถยนต์รับจ้างสาธารณะในจังหวัดภูเก็ต มีหลายประเภท คือ แท็กซี่มิเตอร์, แท็กซี่ VIP มีจำนวนกว่า 1,000 คัน รถยนต์บริการหรือรถป้ายเขียว มีจำนวน ประมาณ 5,000 คัน ซึ่งรถป้ายเขียว มี 2 ประเภท คือ บริการธุรกิจ ของตนเองจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง เช่น ผู้ประกอบการโรงแรมจดทะเบียนรถป้ายเขียวให้บริการลูกค้า รับจากโรงแรมส่งสนามบินจากสนามบินกลับส่งโรงแรม เป็นต้น ส่วนอีกประเภทหนึ่ง ใช้เพื่อบริการทัศนาจร คือ การนำนักท่องเที่ยว ไปท่องเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ ไม่มีการกำหนดราคาค่าโดยสาร ขึ้นอยู่กับ คุณภาพของรถ และโปรแกรมการท่องเที่ยว ที่ผู้ประกอบกิจการท่องเที่ยวทัศนาจรเป็นผู้กำหนด

และมีรถยนต์บริการธุรกิจ ประเภท รย.11 ป้าย ณข, ฌข, ฎข บริการให้เช่า 2 แบบคือเช่าแล้วขับเอง กับเช่าพร้อมคนขับ การที่จะจดทะเบียนเป็นรถเช่าได้ ต้องมีขนาด CC รถตั้งแต่ 1,500 cc ขึ้นไป จึงจะจดเป็นรถยนต์บริการให้เช่าได้ซึ่งในเรื่องรถเช่า ไม่ว่าจะเป็นรถจักรยานยนต์หรือรถยนต์ ที่มีขนาด cc ต่ำกว่า 1,500 cc อยู่ในขายไม่ต้องจดทะเบียน เป็นรถให้เช่า จึงได้เสนอไปที่กรมการขนส่งทางบกให้ออกกฎหมาย เพื่อควบคุมนักท่องเที่ยวที่มาเช่ารถในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตและเกิดอุบัติเหตุ ซึ่งได้พยายามแก้ไขในเรื่องนี้ ถ้าชาวต่างชาติ นำรถไปประกอบอาชีพรับจ้าง จะผิดกฎหมายแรงงาน และตรวจคนเข้าเมือง ต้องร่วมตรวจสอบ

ส่วน แท็กซี่มิเตอร์แท็กซี่ VIP จะมีการกำหนดราคาตามมิเตอร์ที่กำหนดไว้ แต่ถ้ามีระยะทางที่เกินกว่า กำหนดอาจใช้บริการเป็นการจ้างเหมาได้ และที่เพิ่มมา คือ รถยนต์รับจ้างผ่านระบบ Application กลุ่มนี้ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต มีจำนวนจดทะเบียน ประมาณกว่า 1,800 คัน ยังไม่มีการจดทะเบียนเพิ่มเติม เนื่องจากการที่มีรถยนต์รับจ้างผ่าน Application ขึ้นมาส่งผลกระทบต่อ ผู้ประกอบการรถรับจ้างสาธารณะ

รถแท็กซี่มิเตอร์ คือ รถที่ให้บริการทั่วไป จะมีสีแดงเหลือง และถ้าจดในนามห้างหุ้นส่วนจะเป็นสีน้ำเงินเหลือง มีสิ่งอำนวยความสะดวกน้อยกว่ารถแท็กซี่ VIP ซึ่งแท็กซี่ VIP จดในรูปแบบของนิติบุคคลเท่านั้น คือ สีขาวกับสีน้ำเงิน โดยมีกำหนดแยกกันชัดเจนอยู่แล้ว สามารถให้บริการผ่านระบบ Application ได้ทั้ง 2 รูปแบบ จะมีการคำนวณอัตราค่าโดยสาร ส่วนถ้าระบบเรียกจะมีการเก็บค่าโดยสารตามหน้ามิเตอร์ แต่ถ้าเป็นระยะทางที่ไกลมาก สามารถจ้างเหมาได้ โดยเป็นการตกลงราคากัน

แท็กซี่ VIP มีจำนวน 300 คัน มีทั้งสีน้ำเงินและสีขาวซึ่งสีขาวส่วนใหญ่จะเป็นรถยนต์ไฟฟ้า ตามนโยบายรัฐบาลส่งเสริมใช้พลังงานยานยนต์สะอาดจะได้รับส่วนลดจากการซื้อรถคันละ 100,000 บาท และมีข้อกำหนด ต้องจดทะเบียนให้แล้วเสร็จ ภายใน 60 วัน

โดยจะมีการกำหนดจำนวนรถแท็กซี่ รถแอพพลิเคชั่น แต่รถที่ไม่จำกัดจำนวน คือ รถยนต์บริการ ป้ายเขียว ซึ่งรถยนต์ป้ายเขียวจดที่จังหวัดไหนต้องให้บริการจังหวัดนั้น จะมีกฎหมายรองรับ

สำหรับในพื้นที่ป่าตอง ตำรวจ สภ.ป่าตอง กำหนดจุดจอดรถยนต์รับจ้างสาธารณะที่มีการตั้งคิว รวม 24 คิวที่มีการจัดระเบียบ ในพื้นที่ป่าตองทั้งหมด ส่วนพื้นที่ทั่วไปไม่มีการกำหนดจุด และไม่มีการจัดคิว สำหรับคิวที่ถูกต้องตามกฎหมาย คือ คิวรถจักรยานยนต์รับจ้าง โดยมีคณะกรรมการประจำจังหวัดเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกโรงพักควบคุมกำกับดูแล สำนักงานขนส่งจังหวัดภูเก็ตและหน่วยงานต่างๆ ร่วมเป็นคณะกรรมการ และในอนาคตจะมีการจัดระเบียบรถจักรยานยนต์รับจ้างสาธารณะ เนื่องจากมีการรับจ้างผ่านระบบ Application เหมือนกัน จะมีการทำสีเสื้อที่เป็นรูปแบบชัดเจน และการกำหนดอัตราค่าโดยสาร ขณะนี้อยู่ระหว่างการสำรวจข้อมูลโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ขนส่งภูเก็ต จ่อคุมปริมาณรถรับจ้างสาธารณะ เผยยอดจัดเก็บภาษีจดทะเบียนพุ่ง 300 ล.

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...