โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

KKPS มอง GDP ไทยปีนี้โต 1.6% หลังเศรษฐกิจเปราะบาง-รายได้รัฐต่ำเป้า

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 07 ก.ค. 2568 เวลา 11.16 น. • เผยแพร่ 07 ก.ค. 2568 เวลา 11.16 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

บริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) เปิดเผยภาพรวมการเบิกจ่ายงบประมาณของไทย ณ สิ้นเดือนมิถุนายน (ไตรมาส 3 ปีงบประมาณ 2568) อยู่ในระดับใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ยในอดีต โดยการเบิกจ่ายงบประมาณรายจ่ายประจำยังสูงกว่าเกณฑ์เฉลี่ย ขณะที่ การเบิกจ่ายงบลงทุนอยู่ที่ 37.7% ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยเดิมที่ 43.6% อย่างมีนัยสำคัญ

ทั้งนี้ คาดว่าการโอนงบประมาณผ่าน โครงการ Digital Wallet จะช่วยเร่งการเบิกจ่ายงบลงทุนในไตรมาสสุดท้ายของปีงบประมาณได้อีก รวมคาดว่าเม็ดเงินลงทุนจะพุ่งแตะ 6.14 แสนล้านบาท ภายในสิ้นปีงบประมาณ เพิ่มขึ้น 38.2% เมื่อเทียบกับปีก่อน หรือคิดเป็นอัตราเบิกจ่ายงบลงทุนรวมทั้งปีที่ 63.4%

ส่วนอัตราการเบิกจ่ายงบรายจ่ายประจำ ณ สิ้นเดือนมิถุนายน มีอัตราสูงถึง 83.9% เหนือกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตที่ 79.4% โดยเบิกจ่ายไปแล้ว 2.33 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

อย่างไรก็ตาม ฝ่ายวิเคราะห์คาดว่า การเบิกจ่ายรายจ่ายประจำจะลดลงในไตรมาสสุดท้ายของปี เนื่องจากรัฐมีการเบิกจ่ายล่วงหน้าไปก่อนแล้ว โดยคาดว่ายอดการเบิกจ่ายงบรายจ่ายประจำตลอดทั้งปีจะอยู่ที่ 2.83 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นเพียง 0.1% ส่วนการเบิกจ่ายงบประมาณรวมทั้งปีคาดว่าจะอยู่ที่ 3.44 ล้านล้านบาท โตขึ้น 5.3% จากปีก่อน

ขณะที่ นับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2567 ถึงพฤษภาคม 2568 รัฐบาลจัดเก็บรายได้รวม 1.704 ล้านล้านบาท โตขึ้น 1.72% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ยังต่ำกว่าประมาณการของกระทรวงการคลังถึง 1.28 หมื่นล้านบาท

ภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซาอาจทำให้แนวโน้มรายได้ของรัฐยิ่งหดตัวต่ำกว่าเป้าในระยะต่อไป โดยสาเหตุหลักมาจากการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตรถยนต์ที่ลดลงและการยื่นภาษีเงินได้นิติบุคคลที่ล่าช้า (เนื่องจากขยายเวลายื่น e-filing ไปถึงต้นเดือนมิถุนายน)

ส่วนช่องว่างรายได้ดังกล่าว สะท้อนภาวะเศรษฐกิจที่ยังเปราะบาง โดยประมาณการรายได้ของรัฐก่อนหน้านี้อิงตามสมมติฐานการเติบโตของ GDP ที่เป็นตัวเงินราว 5% แต่ปัจจุบัน KKPS คาดการณ์การเติบโตในปีนี้เพียง 2.1% (แบ่งเป็น real GDP 1.6% และเงินเฟ้อ 0.5%)

ด้านความเสี่ยงที่รัฐบาลจะถึงขีดจำกัดการกู้ยืมเพื่อจัดหาเงินทุนสำหรับการขาดดุลงบประมาณราว 8.7 แสนล้านบาทสำหรับปีงบประมาณ 2568 เพิ่มสูงขึ้น (คำนวณจาก 80% ของงบประมาณการชำระคืนเงินต้น บวก 20% ของรายจ่ายทั้งหมด)

ปัจจุบัน รัฐเหลือเพดานให้กู้ยืมได้อีกเพียง 5,000 ล้านบาท เท่านั้น โดยอาจจัดการกับสถานการณ์ดังกล่าวด้วยการชะลอการใช้จ่ายบางส่วน หรือมองหามาตรการหารายได้เพิ่ม เช่น เก็บภาษีสูงขึ้น หรือเรียกเงินสนับสนุนจากรัฐวิสาหกิจมากขึ้น ขณะที่ อัตราหนี้สาธารณะต่อ GDP (debt-to-GDP) ณ เดือนพฤษภาคม 2568 อยู่ที่ 65% แม้ยังห่างจากเพดาน 70% ที่กฎหมายกำหนด แต่ด้วยรายได้ที่ต่ำกว่าเป้า และแนวโน้มเศรษฐกิจโตช้ากว่าคาด อัตราส่วนดังกล่าวอาจขยับขึ้นเร็ว และสูงกว่าที่ทางการประเมินไว้ก่อนหน้านี้ แม้ว่าอัตราส่วนดังกล่าวจะยังคงอยู่ในระดับที่ค่อนข้างต่ำ แต่แนวโน้มที่ไม่สู้ดีนักอาจเป็นที่จับตามองของนักลงทุน และสถาบันจัดอันดับเครดิต

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...