โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“ดาวโจนส์” ปิดบวก 117 จุด รับแรงหนุน Nvidia – จับตาภาษีทรัมป์กดดันค้าปลีก

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 30 พ.ค. 2568 เวลา 01.46 น. • เผยแพร่ 30 พ.ค. 2568 เวลา 01.46 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดในแดนบวกเมื่อวันพฤหัสบดี(29 พ.ค.68) โดยนักลงทุนขานรับผลประกอบการที่แข็งแกร่งของบริษัท Nvidia รวมถึงแผนเพิ่มกำลังการผลิตของ Boeing ขณะที่ยังคงติดตามความไม่แน่นอนของนโยบายภาษีศุลกากรที่อาจส่งผลกระทบต่อภาคค้าปลีก

  • ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ (.DJI) ปิดที่ 42,215.73 จุด เพิ่มขึ้น 117.03 จุด หรือ +0.28%
  • ดัชนี S&P 500 (.SPX) ปิดที่ 5,912.17 จุด เพิ่มขึ้น 23.62 จุด หรือ +0.40%
  • ดัชนี Nasdaq Composite (.IXIC) ปิดที่ 19,175.87 จุด เพิ่มขึ้น 74.93 จุด หรือ +0.39%

ราคาหุ้นของ Nvidia (NVDA) พุ่งขึ้น 3.3% หลังรายงานรายได้ไตรมาสแรกสูงกว่าคาดการณ์ แม้บริษัทเตือนว่ารายได้ในไตรมาส 2 อาจพลาดเป้าถึง 8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ จากผลกระทบของข้อจำกัดด้านการส่งออกไปยังจีน แต่ตลาดยังคงเชื่อมั่นในแนวโน้มธุรกิจชิป AI ของ Nvidia ซึ่งสะท้อนความเชื่อว่าบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่อาจสามารถรับมือกับนโยบายการค้าของรัฐบาลได้ในระยะยาว

ขณะเดียวกัน หุ้น Boeing (BA) ปรับขึ้น 3.3% หลังจากผู้บริหารเปิดเผยว่า บริษัทตั้งเป้าจะเพิ่มกำลังการผลิตเครื่องบินรุ่น 737 MAX ซึ่งเป็นรุ่นขายดีที่สุด เป็น 42 ลำต่อเดือนภายในไม่กี่เดือนข้างหน้า และเพิ่มเป็น 47 ลำต่อเดือนในช่วงต้นปี 2569

อย่างไรก็ดี ความกังวลด้านภาษียังไม่คลี่คลาย หลังศาลอุทธรณ์กลางของสหรัฐฯ อนุญาตให้มาตรการภาษีศุลกากรในวงกว้างของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยังคงมีผลบังคับใช้เป็นการชั่วคราว แม้ศาลการค้าระหว่างประเทศจะเคยระงับคำสั่งดังกล่าว โดยระบุถึงความไม่ชอบด้วยกฎหมายของกระบวนการบังคับใช้

สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลต่อความเชื่อมั่นในกลุ่มค้าปลีก โดย Best Buy (BBY) ปรับลดคาดการณ์รายได้ทั้งปีลง และให้เหตุผลว่าความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจจากนโยบายภาษีกระทบต่อการดำเนินงาน นักลงทุนจึงจับตารายงานผลประกอบการของ Costco (COST) อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะหลังจากที่ทรัมป์เคยกล่าวกับ Walmart (WMT) ว่าควรแบกรับต้นทุนจากการขึ้นภาษีด้วยตนเอง

ด้านข้อมูลเศรษฐกิจล่าสุด กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ เปิดเผยว่า GDP ไตรมาส 1/2568 หดตัวที่อัตรา 0.2% ต่อปี ซึ่งเป็นการปรับประมาณการขึ้นเล็กน้อยจากตัวเลขเบื้องต้นที่หดตัว 0.3% ขณะเดียวกัน กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ รายงานจำนวนผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกในสัปดาห์ล่าสุด เพิ่มขึ้น 14,000 ราย แตะระดับ 240,000 ราย สูงกว่าคาดการณ์ที่ 226,000 ราย สะท้อนแรงกดดันในตลาดแรงงาน

นอกจากนี้ สมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์แห่งชาติของสหรัฐฯ (NAR) เปิดเผยว่า ดัชนีการทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขาย (Pending Home Sales) ลดลง 6.3% ในเดือนเมษายน เมื่อเทียบรายเดือน สู่ระดับ 71.3 ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบกว่า 10 ปี สะท้อนภาวะชะลอตัวในภาคอสังหาริมทรัพย์อย่างมีนัยสำคัญ

ภาพรวมตลาดยังคงสะท้อนความผันผวนระหว่างแรงหนุนจากภาคเทคโนโลยี กับแรงกดดันด้านเศรษฐกิจและนโยบายการค้าของสหรัฐฯ ซึ่งยังคงเป็นประเด็นที่นักลงทุนทั่วโลกต้องจับตาอย่างใกล้ชิด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...