สหรัฐฯขอร้องจีน! ช่วยคุย'อิหร่าน'เบรกปิดช่องแคบฮอร์มุซ หวั่นราคาน้ำมันโลกสั่นสะเทือน
23 มิถุนายน 2568 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า 'มาร์โก รูบิโอ' รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ เรียกร้องให้จีนช่วยป้องกันไม่ให้อิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ความเห็นของเขามีขึ้นหลังจากที่สถานีโทรทัศน์เพรสทีวีของอิหร่าน รายงานว่ารัฐสภาอนุมัติแผนการปิดช่องแคบดังกล่าวแล้ว แต่ยังกล่าวเพิ่มเติมว่าการตัดสินใจขั้นสุดท้ายอยู่ที่คณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติสูงสุด
ซึ่งการหยุดชะงักในการจัดหาน้ำมันจะส่งผลร้ายแรงต่อเศรษฐกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจีนซึ่งเป็นผู้ซื้อน้ำมันจากอิหร่านรายใหญ่ที่สุดในโลก และมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับอิหร่าน ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นหลังจากที่สหรัฐฯ โจมตีโรงงานนิวเคลียร์ของอิหร่าน โดยราคาน้ำมันดิบเบรนต์ซึ่งเป็นราคาอ้างอิงแตะระดับสูงสุดในรอบ 5 เดือน
'มาร์โก รูบิโอ' ได้ให้สัมภาษณ์กับทางฟ็อกซ์นิวส์ ระบุว่า ผมสนับสนุนให้รัฐบาลจีนโทรติดต่ออิหร่านเกี่ยวกับเรื่องนี้ เพราะพวกเขาพึ่งพาน้ำมันจากช่องแคบฮอร์มุซเป็นอย่างมาก หากพวกเขาปิดช่องแคบมันจะเป็นการฆ่าตัวตายทางเศรษฐกิจ และเรายังคงมีทางเลือกในการจัดการกับเรื่องนี้ แต่ประเทศอื่นๆ ควรพิจารณาเรื่องนี้ด้วยเช่นกัน มันจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศอื่นๆ มากกว่าของเรา"
โดยน้ำมันประมาณ 20% ของโลกผ่านช่องแคบฮอร์มุซ โดยผู้ผลิตน้ำมันและก๊าซรายใหญ่ในตะวันออกกลางใช้เส้นทางดังกล่าวในการขนส่งพลังงานจากภูมิภาค ความพยายามใดๆ ที่จะขัดขวางการดำเนินการในช่องแคบอาจส่งผลให้ราคาน้ำมันโลกพุ่งสูงขึ้น โดยพบว่าวันนี้ ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นเล็กน้อยเมื่อเปิดการซื้อขาย ราคาน้ำมันเบรนต์พุ่งขึ้นเป็น 81.40 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล อย่างไรก็ตาม ราคาร่วงลงมาอยู่ที่ประมาณ 78 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 1.4% ในวันเดียวกัน
ราคาน้ำมันดิบมีผลกระทบต่อทุกสิ่งทุกอย่าง ตั้งแต่ราคาน้ำมันที่เติมรถไปจนถึงราคาอาหารที่ซูเปอร์มาร์เก็ต โดยเฉพาะอย่างยิ่งจีนซื้อน้ำมันจากอิหร่านมากกว่าประเทศอื่นๆ โดยการนำเข้าจากอิหร่านเกิน 1.8 ล้านบาร์เรลต่อวันในเดือนที่แล้ว ตามข้อมูลของบริษัทติดตามการเดินเรือ Vortexa ขณะที่ประเทศหลักๆ ของเอเชีย เช่น อินเดีย ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ยังพึ่งพาน้ำมันดิบที่ผ่านช่องแคบนี้เป็นอย่างมาก
นักวิเคราะห์ด้านพลังงานกล่าวว่า 'อิหร่าน' แทบไม่ได้ประโยชน์อะไรเลยและอาจจะเสียประโยชน์มากเกินไป โดยระบุว่าการปิดช่องแคบ อิหร่านเสี่ยงที่จะทำให้เพื่อนบ้านผู้ผลิตน้ำมันและก๊าซในอ่าวเปอร์เซียกลายเป็นศัตรู และสร้างความไม่พอใจให้กับจีน ซึ่งเป็นตลาดสำคัญของประเทศ โดยการรบกวนการสัญจรในช่องแคบ