โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ช่องแคบฮอร์มุซ คืออะไร? ทำไมจึงสำคัญต่อการขนส่งน้ำมันโลก

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 23 มิ.ย. 2568 เวลา 00.44 น.
ช่องแคบฮอร์มุซ คือเส้นทางยุทธศาสตร์ที่ขนส่งน้ำมันมากถึง 30% ของการค้าทางทะเลโลก หากถูกปิด อาจส่งผลราคาน้ำมันพุ่งสูงทันที

ช่องแคบฮอร์มุซ คืออะไร?

ช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) คือช่องทางเดินเรือแคบๆ ระหว่างประเทศอิหร่านและโอมาน ซึ่งเป็นจุดเชื่อมต่อเดียวระหว่างอ่าวเปอร์เซียกับมหาสมุทรอินเดีย โดยจุดที่แคบที่สุดของช่องแคบนี้มีความกว้างเพียง 33 กิโลเมตร และในบางจุดแคบแค่ 21 กิโลเมตรเท่านั้น นี่คือจุดยุทธศาสตร์สำคัญระดับโลกที่กลายเป็น "คอขวด" ของการขนส่งน้ำมันในปัจจุบัน

ประเทศผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ เช่น ซาอุดีอาระเบีย อิหร่าน คูเวต อิรัก กาตาร์ และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ต่างต้องพึ่งพาช่องแคบฮอร์มุซในการขนส่งน้ำมันออกสู่ตลาดโลก ทำให้จุดนี้มีบทบาทต่อความมั่นคงทางพลังงานอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ช่องแคบฮอร์มุซเกี่ยวข้องอะไรกับการขนส่งน้ำมัน?

คำตอบคือ “เกี่ยวข้องอย่างมาก” เพราะช่องแคบฮอร์มุซเป็นทางผ่านของน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมมากถึง 20 ล้านบาร์เรลต่อวัน หรือประมาณ 20-30% ของการค้าขายน้ำมันทางทะเลทั่วโลก ตัวเลขนี้เทียบเท่าประมาณหนึ่งในห้าของปริมาณการบริโภคน้ำมันทั่วโลก

มากกว่า 70% ของน้ำมันที่ขนส่งผ่านช่องแคบนี้มุ่งหน้าไปยังตลาดในเอเชีย ได้แก่ จีน อินเดีย ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ซึ่งเป็นประเทศผู้นำเข้าน้ำมันรายใหญ่ การที่น้ำมันจำนวนมากไหลผ่านพื้นที่เพียงไม่กี่กิโลเมตรเช่นนี้ ทำให้ทุกเหตุการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซมีผลกระทบต่อราคาพลังงานโลกโดยตรง

ความเสี่ยงจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซ

ความเปราะบางของช่องแคบฮอร์มุซไม่ใช่แค่เรื่องภูมิศาสตร์เท่านั้น แต่รวมถึงมิติทางการเมืองและความมั่นคง โดยเฉพาะความตึงเครียดระหว่างอิหร่านกับชาติตะวันตก เช่น สหรัฐอเมริกา หากเกิดเหตุปิดช่องแคบหรือขัดขวางการเดินเรือ ไม่ว่าจะโดยทางทหารหรือทางการทูต ราคาน้ำมันมีแนวโน้มพุ่งสูงทันที

นักวิเคราะห์จากหลายสำนัก เช่น The Hill และAxios คาดการณ์ว่า หากช่องแคบฮอร์มุซถูกปิดหรือถูกขัดขวางการเดินเรืออย่างจริงจัง ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกอาจปรับสูงขึ้นจากระดับเฉลี่ย 73 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ไปถึง 120 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ทันที ความผันผวนดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะประเทศผู้นำเข้าน้ำมันที่ต้องเผชิญต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น

แม้ว่าจะมีประเทศอย่างซาอุดีอาระเบียและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์พยายามสร้างท่อส่งน้ำมันหลีกเลี่ยงช่องแคบฮอร์มุซ แต่ก็ยังไม่สามารถทดแทนปริมาณการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบนี้ได้ทั้งหมด ทำให้ “ทางเลือก” ยังไม่ใช่ “ทางออก”

ช่องแคบฮอร์มุซ คือ เส้นเลือดใหญ่ของระบบพลังงานโลก การพึ่งพาพื้นที่เล็ก ๆ แห่งนี้อย่างมาก ทำให้มันกลายเป็น “จุดเปราะบาง” ทางภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งสามารถกลายเป็นต้นตอของวิกฤตพลังงานระดับโลกได้ทุกเมื่อ หากเกิดความไม่สงบหรือข้อขัดแย้ง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...