“ทรัมป์” ขู่เก็บภาษีนำเข้า “ญี่ปุ่น” 35% หากเจรจาไม่คืบ ก่อนเส้นตาย 9 ก.ค.
"ทรัมป์" ขู่เก็บภาษีนำเข้าจากญี่ปุ่นสูงถึง 35% หากไม่สามารถบรรลุข้อตกลงทางการค้าก่อนหมดช่วงผ่อนผันวันที่ 9 ก.ค. หลังจากสหรัฐเคยลดภาษีเหลือ 10% เพื่อเปิดทางให้เจรจา
วันที่ 2 กรกฎาคม 2568 เวลา 09.53 น. สำนักข่าว BBC รายงานว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ขู่จะเก็บภาษีนำเข้าจากญี่ปุ่นในอัตรา 30% หรือ 35% หากทั้งสองประเทศไม่สามารถบรรลุข้อตกลงทางการค้าก่อนเส้นตายสัปดาห์หน้า
อัตราภาษีดังกล่าวสูงกว่าภาษีนำเข้า 24% ที่ญี่ปุ่นถูกเก็บไปเมื่อวันที่ 2 เมษายนที่ผ่านมา ภายใต้แผน “วันปลดปล่อย” ของทรัมป์ ซึ่งประกาศขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากหลายประเทศทั่วโลก หลังจากนั้นรัฐบาลสหรัฐได้ปรับลดภาษีนำเข้าสำหรับประเทศคู่ค้าส่วนใหญ่ลงมาเหลือ 10% เป็นเวลา 90 วัน เพื่อเปิดโอกาสให้มีการเจรจาทางการค้า
โดยช่วงเวลาผ่อนผันดังกล่าวจะสิ้นสุดลงในวันที่ 9 กรกฎาคม 2568 และทรัมป์ยืนยันว่าเขาไม่ได้คิดจะขยายเวลาออกไป ซึ่งทรัมป์ยังแสดงความสงสัยว่าทั้งสองฝ่ายจะสามารถบรรลุข้อตกลงได้หรือไม่ และให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวระหว่างเดินทางบนเครื่องบินแอร์ฟอร์ซวันเมื่อวันอังคารว่า “เราคุยกับญี่ปุ่นแล้ว แต่ผมไม่แน่ใจว่าเราจะตกลงกันได้ ผมสงสัยว่าคงไม่ได้”
เช่นเดียวกับหลายประเทศ ส่วนใหญ่ของสินค้าส่งออกจากญี่ปุ่นไปสหรัฐ ในขณะนี้ต้องเผชิญกับภาษีนำเข้า 10% ขณะที่รถยนต์และชิ้นส่วนจากญี่ปุ่นถูกเก็บภาษีสูงถึง 25% และเหล็ก-อะลูมิเนียมถูกเก็บภาษีสูงถึง 50%
ก่อนหน้านี้ในวันอังคาร นายโยชิมาสะ ฮายาชิ เลขาธิการคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่น กล่าวว่าญี่ปุ่นจะไม่ยอมทำข้อตกลงใด ๆ ที่อาจส่งผลกระทบต่อเกษตรกรในประเทศเพื่อแลกกับข้อตกลงกับสหรัฐ โดยคำแถลงของฮายาชิมีขึ้นหลังจากที่ทรัมป์ออกมาวิจารณ์ประเทศต่าง ๆ ที่มีนโยบายการค้าที่ไม่เป็นธรรมต่อสหรัฐ โดยเฉพาะประเด็นการนำเข้าข้าวจากญี่ปุ่น
ทรัมป์เขียนบนแพลตฟอร์ม Truth Social ว่า“เพื่อให้ทุกคนเห็นว่าประเทศต่าง ๆ เอาเปรียบสหรัฐมากแค่ไหน และถึงผมจะเคารพญี่ปุ่นมากก็ตาม แต่พวกเขาไม่ยอมนำเข้าข้าวจากเรา ทั้งที่ประเทศเขาเองก็ขาดแคลนข้าวมหาศาล”
เดิมทีทรัมป์เคยประกาศว่าระหว่างช่วงเวลาผ่อนผัน 90 วัน เขาจะลงนามในข้อตกลงทางการค้าถึง 90 ฉบับ แต่จนถึงขณะนี้มีเพียงสหราชอาณาจักรเท่านั้นที่สามารถบรรลุข้อตกลงกับสหรัฐได้
อ้างอิง : www.bbc.com