โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“น้ำส้มสายชู” กับความเชื่อผิด ๆ ในการเอามาใช้ในครัวเรือน

sanook.com

เผยแพร่ 02 ก.ค. 2568 เวลา 06.30 น. • Sanook
น้ำส้มสายชูมีประโยชน์ก็จริง แต่หลายอย่างที่ใช้กันมันก็ไม่ถูกต้อง มีอะไรบ้างมาเช็กกันว่าที่บ้านของคุณกำลังทำอยู่ไหม

น้ำส้มสายชู ของเหลวใสที่เปี่ยมด้วยกรดอะซิติก เป็นมากกว่าส่วนผสมในอาหารที่เราคุ้นเคยกันดี หลายคนเชื่อว่า น้ำส้มสายชู คือ "สารพัดประโยชน์" ที่สามารถนำมาใช้ทำความสะอาด ฆ่าเชื้อ หรือแม้กระทั่งดูแลสุขภาพในบ้านได้สารพัดวิธี แต่แท้จริงแล้ว มีความเชื่อผิด ๆ มากมายเกี่ยวกับการใช้ น้ำส้มสายชู ที่อาจนำไปสู่ผลเสียมากกว่าผลดี บทความนี้จะมาไขความกระจ่าง เพื่อให้คุณใช้ น้ำส้มสายชู ได้อย่างถูกต้องและปลอดภัย

ความเชื่อผิด ๆ ที่พบบ่อยเกี่ยวกับการใช้น้ำส้มสายชูในครัวเรือน

น้ำส้มสายชู ได้รับการยกย่องในฐานะ "ผู้ช่วยสารพัดประโยชน์" ในบ้าน แต่บางความเชื่อก็เกินจริงไปมาก ลองมาดูความเข้าใจผิดที่พบบ่อยกันค่ะ

1. น้ำส้มสายชูเป็นสารฆ่าเชื้อโรคชั้นเลิศที่ใช้แทนน้ำยาฆ่าเชื้อได้ทุกชนิด

ความจริง: น้ำส้มสายชู มีคุณสมบัติเป็นกรดที่สามารถยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรียและเชื้อราบางชนิดได้จริง เช่น เชื้อ E. coli หรือ Salmonella แต่ไม่ได้หมายความว่ามันสามารถฆ่าเชื้อโรคได้ทั้งหมด โดยเฉพาะเชื้อไวรัสหรือแบคทีเรียที่รุนแรงกว่าน้ำยาฆ่าเชื้อที่ได้มาตรฐาน

  • ใช้ได้จริง: ทำความสะอาดคราบไขมัน คราบสบู่ หรือกำจัดเชื้อราในห้องน้ำเล็ก ๆ น้อย ๆ
  • ไม่ควรใช้: แทนน้ำยาฆ่าเชื้อโรคบนพื้นผิวที่มีความเสี่ยงสูง เช่น เขียงที่ใช้กับเนื้อสัตว์ดิบ หรือบริเวณที่ผู้ป่วยติดเชื้ออาศัยอยู่ เพราะประสิทธิภาพในการฆ่าเชื้อโรคไม่เทียบเท่าน้ำยาทำความสะอาดที่มีส่วนผสมของสารฆ่าเชื้อโดยเฉพาะ

2. น้ำส้มสายชูช่วยกำจัดเชื้อราดำได้อย่างหมดจด

ความจริง: น้ำส้มสายชู สามารถช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อราและกำจัดคราบราที่อยู่บนพื้นผิวได้ดีในระดับหนึ่ง แต่สำหรับราดำที่ฝังลึกหรือเป็นวงกว้าง โดยเฉพาะในบริเวณที่อับชื้นมาก ๆ เช่น ซิลิโคนตามขอบกระเบื้องในห้องน้ำ น้ำส้มสายชู อาจไม่เพียงพอที่จะกำจัดราได้ถึงรากถึงโคน และเชื้อราอาจกลับมาได้อีก

  • ใช้ได้จริง: กำจัดเชื้อราเล็กน้อยบนพื้นผิวเรียบ
  • ไม่ควรใช้: ในการกำจัดราดำที่ฝังลึกหรือเป็นปัญหาเรื้อรัง ควรใช้น้ำยาฆ่าเชื้อราโดยเฉพาะ หรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ

3. สามารถใช้น้ำส้มสายชูผสมกับเบกกิ้งโซดาเพื่อเพิ่มพลังทำความสะอาด

ความจริง: แม้ทั้ง น้ำส้มสายชู (กรด) และเบกกิ้งโซดา (ด่าง) จะเป็นสารทำความสะอาดที่มีประสิทธิภาพเมื่อใช้แยกกัน แต่เมื่อนำมาผสมกัน จะเกิดปฏิกิริยาเคมีที่ทำให้เกิดฟองฟู่ (คาร์บอนไดออกไซด์) ซึ่งดูเหมือนมีพลัง แต่จริง ๆ แล้วสารทั้งสองจะทำปฏิกิริยาลบล้างกัน ทำให้คุณสมบัติในการทำความสะอาดลดลง และอาจทิ้งคราบเกลือไว้แทน

  • ใช้ได้จริง: ใช้ น้ำส้มสายชู หรือเบกกิ้งโซดาแยกกันในการทำความสะอาดคราบเฉพาะทาง
  • ไม่ควรใช้: ผสมกันเพื่อทำความสะอาด เพราะจะไม่ได้ประสิทธิภาพตามที่คาดหวัง และอาจสร้างความสับสนในการใช้งาน

4. น้ำส้มสายชูใช้ได้กับทุกพื้นผิวในบ้าน

ความจริง: น้ำส้มสายชู มีฤทธิ์เป็นกรด ซึ่งเป็นประโยชน์ในการทำความสะอาดคราบหินปูนและคราบไขมัน แต่ก็สามารถทำลายพื้นผิวบางชนิดได้เช่นกัน

  • ใช้ได้จริง: พื้นผิวสเตนเลสสตีล, กระเบื้องเซรามิก, แก้ว, พลาสติกบางชนิด

  • ไม่ควรใช้:

  • หินธรรมชาติ (หินอ่อน หินแกรนิต): กรดจะทำปฏิกิริยากับแร่ธาตุในหิน ทำให้เกิดรอยด่างหรือความเสียหายถาวร

    • ไม้เนื้อแข็งที่ไม่ได้เคลือบ: อาจทำให้เนื้อไม้แห้ง แตก หรือเสียสี
    • เครื่องใช้ไฟฟ้าบางชนิด: โดยเฉพาะชิ้นส่วนที่เป็นยางหรือพลาสติกอ่อน อาจเสื่อมสภาพเร็วขึ้น
    • อุปกรณ์ที่มีโลหะเคลือบ: เช่น ก๊อกน้ำชุบโครเมียม อาจทำให้เกิดการกัดกร่อนหรือคราบหมอง

5. แช่ผักผลไม้ในน้ำส้มสายชูช่วยล้างสารเคมีตกค้างได้อย่างดีเยี่ยม

ความจริง: น้ำส้มสายชู สามารถช่วยชะล้างสิ่งสกปรก เชื้อโรคบางชนิด และลดปริมาณยาฆ่าแมลงบนผิวผักผลไม้ได้ในระดับหนึ่ง แต่ไม่ได้หมายความว่าจะกำจัดสารเคมีตกค้างออกไปได้อย่างหมดจด 100% การล้างด้วยน้ำเปล่าไหลผ่านเป็นเวลาอย่างน้อย 1-2 นาทีก็ถือว่าเพียงพอและปลอดภัยแล้ว

  • ใช้ได้จริง: แช่ใน น้ำส้มสายชู เจือจาง (น้ำส้มสายชู 1 ส่วน ต่อน้ำ 3 ส่วน) เพื่อช่วยลดเชื้อแบคทีเรียและสิ่งสกปรก
  • ไม่ควรเชื่อ: ว่าเป็นการล้างสารเคมีตกค้างได้อย่างสมบูรณ์

ใช้สารพัดประโยชน์อย่างถูกต้อง: เมื่อไหร่น้ำส้มสายชูจึงเป็นฮีโร่ในบ้านคุณ

แม้จะมีความเชื่อผิด ๆ อยู่บ้าง แต่ น้ำส้มสายชู ก็ยังคงเป็นของใช้ในบ้านที่มีประโยชน์และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม หากเราใช้มันอย่างถูกวิธีและเหมาะสมกับงาน

นี่คือตัวอย่างการใช้ น้ำส้มสายชู ที่ถูกต้องและได้ผลจริง:

  • ทำความสะอาดคราบหินปูน: ใช้ น้ำส้มสายชู เข้มข้นราดหรือพ่นบนก๊อกน้ำ ฝักบัว หรือสุขภัณฑ์ที่มีคราบหินปูนเกาะ ทิ้งไว้สักครู่แล้วขัดออก กรดอะซิติกจะช่วยละลายคราบหินปูนได้อย่างดี
  • กำจัดกลิ่นไม่พึงประสงค์: วางถ้วย น้ำส้มสายชู ไว้ในตู้เย็น ตู้เสื้อผ้า หรือมุมห้องเพื่อดูดซับกลิ่น หรือเทลงในท่อระบายน้ำเพื่อช่วยลดกลิ่นเหม็นอับ
  • ทำความสะอาดเครื่องชงกาแฟ/กาต้มน้ำ: เติม น้ำส้มสายชู ผสมน้ำลงไปในเครื่องแล้วเปิดเครื่องทำงานตามปกติเพื่อขจัดคราบตะกรันด้านใน
  • ขจัดคราบไหม้ติดก้นหม้อ: เท น้ำส้มสายชู ผสมน้ำลงในหม้อที่ไหม้ ตั้งไฟให้เดือด แล้วทิ้งไว้ให้เย็น คราบจะหลุดออกง่ายขึ้น
  • ปรับผ้านุ่มตามธรรมชาติ: เติม น้ำส้มสายชู เล็กน้อย (ประมาณครึ่งถ้วย) ลงในช่องน้ำยาปรับผ้านุ่มของเครื่องซักผ้า จะช่วยให้ผ้านุ่มขึ้นและลดคราบผงซักฟอกตกค้าง

สรุป: ใช้ "น้ำส้มสายชู" อย่างชาญฉลาด

น้ำส้มสายชู เป็นผลิตภัณฑ์อเนกประสงค์ที่มีประโยชน์มากมายในครัวเรือน แต่สิ่งสำคัญคือการเข้าใจถึงขีดความสามารถที่แท้จริงของมัน ไม่ว่าจะเป็นประสิทธิภาพในการฆ่าเชื้อ การทำความสะอาด หรือข้อจำกัดในการใช้กับพื้นผิวบางชนิด

การใช้ น้ำส้มสายชู ตามหลักวิทยาศาสตร์และคำแนะนำที่ถูกต้อง จะช่วยให้คุณได้รับประโยชน์สูงสุดจากมัน และหลีกเลี่ยงความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากความเชื่อผิด ๆ ในที่สุด น้ำส้มสายชู ก็จะยังคงเป็น "ฮีโร่" ในบ้านของคุณได้อย่างแท้จริง โดยไม่ก่อให้เกิดปัญหาตามมา

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...