โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

หุ้นไทยรอบิ๊กตู่ช่วย? โบรกฯชี้ “ประยุทธ์” อาจคัมแบ็ค SET มีลุ้นเด้งแรง แตะ 1,200 จุด

Share2Trade

อัพเดต 01 ก.ค. 2568 เวลา 02.44 น. • เผยแพร่ 01 ก.ค. 2568 เวลา 02.44 น. • Share2Trade
หุ้นไทยรอบิ๊กตู่ช่วย_S2T (เว็บ)_0.jpg

นักวิเคราะห์ประเมินสถานการณ์การเมือง มีโอกาสเป็นไปได้ 3 ทาง แต่ที่น่าสนใจ กรณีที่ 2 นายกรัฐมนตรีลาออกหรือถูกศาลสั่งให้ออกจากตำแหน่ง รัฐสภาลงมติเลือกอดีตนายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ทำให้ตลาดฟื้นตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ที่เป้าหมายแรกสิ้นปี 1,200 จุด

นักวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ ธนชาต จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า การเลือกตั้งในปี 66 นำไปสู่สูตรการเมืองระหว่างพรรคเพื่อไทยและกลุ่มอนุรักษ์นิยม แต่ในระยะสั้นนี้เห็นความเสี่ยงในการเปลี่ยนแปลงสูตรการเมืองที่จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงตัวนายกรัฐมนตรี ขณะที่ภาพรวมในระยะยาวเรายังมองว่าอำนาจของฝ่ายอนุรักษ์นิยมจะยังคงอยู่

ระยะยาว – ระบอบอำนาจเก่าจะคงอยู่ต่อไป

ประเทศไทยตั้งแต่การรัฐประหาร ถูกบริหารโดยระบอบอนุรักษ์นิยมที่ได้รับการสนับสนุนจากทหาร จากนั้น เมื่อพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากทหารไม่สามารถรักษาพรรคให้เป็นพรรคใหญ่ได้ การเมืองไทยตั้งแต่การเลือกตั้งปี 66 จึงดำเนินไปในรูปแบบผสมระหว่างฝ่ายอนุรักษ์นิยมและพรรคเพื่อไทย (พท.) โดยมีนางสาวแพทองธาร ชินวัตร เป็นผู้นำพรรค แม้พรรคเพื่อไทยจะเป็นผู้นำรัฐบาลผสม แต่ก็ยังคงดำเนินงานภายใต้ร่มเงาของระบอบอนุรักษ์นิยม ในมุมมองระยะยาว ระบอบอนุรักษ์นิยมจะคงอยู่ต่อไป และสามารถผ่านความปั่นป่วนทางการเมือง ขณะที่อำนาจของพรรคเพื่อไทยมีความเสี่ยงที่จะค่อยๆ เลือนหายไป

ระยะสั้น – โอกาสเปลี่ยนตัวนายกสูง

รัฐบาลที่นำโดยพรรคเพื่อไทยยังมีวาระเหลืออีกประมาณสองปีก่อนจะครบวาระในปี 67 อย่างไรก็ตาม บทสนทนาส่วนตัวทางโทรศัพท์เกี่ยวกับความขัดแย้งชายแดนไทย-กัมพูชาระหว่างนายกรัฐมนตรีของไทยกับผู้นำโดยพฤตินัยของกัมพูชา ฮุน เซน ที่หลุดออกมาได้สร้างความปั่นป่วนทางการเมือง ซึ่งกำลังเป็นภัยคุกคามต่อความอยู่รอดของรัฐบาลผสมที่นำโดยพรรคเพื่อไทย รัฐบาลยังเผชิญกับกระแสความไม่พอใจจากสาธารณชนเนื่องจากภาวะเศรษฐกิจที่อ่อนแอ และนโยบายของรัฐบาลที่เรามองว่าล่าช้าและประสิทธิภาพน้อย มองว่ารัฐบาลอาจผ่านกระแสนี้ไม่ไหวและจำเป็นต้องเปลี่ยนตัวนายกรัฐมนตรี

สถานการณ์ของการเปลี่ยนผ่าน

ขอนำเสนอ 3 กรณี (scenario) ซึ่งล้วนแล้วแต่มีจุดร่วมคือจะมีนายกรัฐมนตรีคนใหม่ภายในปีนี้ กรณีที่ 1 (S1): นายกรัฐมนตรีลาออก หรือศาลรัฐธรรมนูญสั่งถอดถอน และสภาผู้แทนราษฎรลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่จากพรรคเพื่อไทย รัฐบาลที่นำโดยพรรคเพื่อไทยยังคงอยู่ต่อไปอีกประมาณ 6-9 เดือน และเกิดแรงกดดันอีกครั้งให้เปลี่ยนนายกรัฐมนตรีในปี 69 ขณะที่ร่าง พ.ร.บ. งบประมาณประจำปี 69 ได้รับการอนุมัติทันตามกำหนดในเดือนกันยายนปีนี้

กรณีที่ 2 (S2): นายกรัฐมนตรีลาออกหรือถูกศาลสั่งให้ออกจากตำแหน่ง และรัฐสภาลงมติเลือกอดีตนายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา แต่ต้องหลังจากที่เขาลาออกจากตำแหน่งองคมนตรี รัฐบาลชุดใหม่ที่นำโดยกลุ่มอนุรักษ์นิยมจะจัดตั้งขึ้นและจะอยู่ในตำแหน่งจนถึงสิ้นวาระในปี 70 โดยร่าง พ.ร.บ. งบประมาณปี 69 ก็ได้รับการอนุมัติในเดือนกันยายนปีนี้เช่นกัน

กรณีที่ 3 (S3): นายกรัฐมนตรียุบสภา และมีการเลือกตั้งใหม่ในช่วงครึ่งหลังปี 68 ซึ่งส่งผลให้การอนุมัติร่าง พ.ร.บ. งบประมาณปี 69ล่าช้าออกไป

ดังนั้นมองว่ามีความเป็นไปได้ 60/30/10% ในกรณี 1-3 ข้างต้น มองว่า S1 จะไม่มีผลต่อตลาดซึ่งคงเซื่องซึมต่อไป S2 มีแนวโน้มทำให้ตลาดฟื้นตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ (relief rally) โดยหยุดที่เป้าหมายแรกที่ SET target สิ้นปีของที่ 1,200 จุด และ S3 เป็นกรณีที่เลวร้ายที่สุด เนื่องจากการอนุมัติงบประมาณที่ล่าช้าและความไม่แน่นอนของผลการเลือกตั้ง ซึ่งอาจดึง SET ลงมาต่ำกว่า 1,000 จุด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...