โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

จีนเร่งกว้านซื้อเหมืองทั่วโลก ปูทางยึดซัพพลายเชน รักษาอำนาจผู้นำแร่โลก

Amarin TV

เผยแพร่ 06 ก.ค. 2568 เวลา 06.53 น.
จีนเร่งกว้านซื้อเหมืองทั่วโลก ปูทางยึดซัพพลายเชน รักษาอำนาจผู้นำแร่ของโลก

ในปี 2024 ที่ผ่านมา บริษัทเหมืองแร่ของจีนเร่งขยายการลงทุนในต่างประเทศอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีการทำข้อตกลงมูลค่ากว่า 100 ล้านดอลลาร์ จำนวน 10 รายการ ซึ่งสูงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2013 ข้อมูลจาก S&P และ Mergermarket สอดคล้องกับผลวิจัยของ Griffith Asia Institute ที่ระบุว่าปี 2023 เป็นปีที่จีนลงทุนและก่อสร้างเหมืองในต่างประเทศมากที่สุดในรอบทศวรรษ

จีนในฐานะผู้บริโภคแร่รายใหญ่ที่สุดของโลก มีความต้องการวัตถุดิบจำนวนมหาศาล ทำให้การลงทุนในต่างประเทศเป็นกลยุทธ์สำคัญอย่างต่อเนื่อง นักวิเคราะห์มองว่าการเร่งทำข้อตกลงในช่วงนี้ เป็นความพยายามของจีนในการล่วงหน้าต่อสภาวะภูมิรัฐศาสตร์ที่กำลังตึงเครียดและอาจทำให้การลงทุนในประเทศสำคัญ เช่น แคนาดาและสหรัฐฯ ยากขึ้นในอนาคต

Michael Scherb ผู้ก่อตั้ง Appian Capital Advisory กล่าวว่า บริษัทจีนกำลังเร่งดำเนินการ “เพราะเชื่อว่ามีหน้าต่างโอกาสในระยะสั้น จึงพยายามปิดดีล M&A ให้ได้มากที่สุดก่อนที่สถานการณ์จะซับซ้อนขึ้น”

แนวโน้มนี้ยังคงต่อเนื่องในปี 2024 ล่าสุด Zijin Mining ของจีนประกาศแผนเข้าซื้อเหมืองทองในคาซัคสถาน มูลค่า 1.2 พันล้านดอลลาร์ ขณะที่ในเดือนเมษายน Appian ได้ขายเหมืองทองแดงและทองในบราซิลให้ Baiyin Nonferrous Group ของจีนในราคา 420 ล้านดอลลาร์

Richard Horrocks-Taylor หัวหน้าฝ่ายโลหะและเหมืองแร่ระดับโลกของ Standard Chartered คาดว่า “ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า เราจะยังคงเห็นการทำข้อตกลงอย่างต่อเนื่องจากบริษัทเหมืองแร่ของจีน”

การลงทุนเหมืองของจีน สะท้อนยุทธศาสตร์ใหม่และการแข่งขันระดับโลก

ท่ามกลางการแข่งขันเพื่อควบคุมวัตถุดิบสำคัญของโลก การลงทุนในเหมืองแร่ในต่างประเทศของจีนกำลังสะท้อนถึงยุทธศาสตร์ใหม่และบทบาทของจีนในเวทีเศรษฐกิจโลกที่เปลี่ยนไป

Christoph Nedopil ผู้อำนวยการ Griffith Asia Institute ระบุว่า แม้ในช่วงหลังโครงการด้านคมนาคมและโครงสร้างพื้นฐานภายใต้ Belt and Road ของจีนจะลดขนาดลง แต่การลงทุนในเหมืองแร่ในต่างประเทศของจีนกลับเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง สะท้อนการเปลี่ยนผ่านของจีนสู่การเป็นศูนย์กลางการผลิตเทคโนโลยีชั้นสูง เช่น แบตเตอรี่และพลังงานสะอาด

แม้ว่าจีนจะเป็นผู้นำด้านการแปรรูปแร่สำคัญอย่างแร่หายาก ลิเทียม และโคบอลต์ แต่จีนยังคงต้องพึ่งพาการนำเข้าวัตถุดิบจำนวนมาก ขณะที่สหรัฐฯ ยุโรป แคนาดา และออสเตรเลีย กำลังเร่งพัฒนาห่วงโซ่อุปทานทางเลือกและลดการพึ่งพาจีนสำหรับวัตถุดิบที่มีความสำคัญต่ออุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ เช่น แบตเตอรี่ รถยนต์ไฟฟ้า เซมิคอนดักเตอร์ และกังหันลม

เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับซัพพลายเชนและสร้างความมั่นคงระยะยาว จีนจึงเร่งสะสมทรัพยากรแร่ทั่วโลกเข้ามาอยู่ภายใต้การควบคุมของตนเองมากขึ้น

John Meyer นักวิเคราะห์จาก SP Angel ให้ความเห็นว่า จีนกำลังเร่งปิดดีลอย่างต่อเนื่อง เพื่อจำกัดโอกาสที่ประเทศตะวันตกจะเข้าถึงวัตถุดิบสำคัญ “ทุกครั้งที่มีโครงการเหมืองลิเทียมใกล้จะเริ่มเดินหน้า จีนจะรีบเข้ามาพร้อมสมุดเช็ค" โดยในปีที่ผ่านมา บริษัทจีนที่ขยายการลงทุนอย่างโดดเด่น ได้แก่ CMOC, MMG และ Zijin Mining

นอกจากนี้ นักวิเคราะห์ยังชี้ว่า บริษัทจีนมีความเชี่ยวชาญมากขึ้นในการเข้าซื้อสินทรัพย์เหมืองแร่จากบริษัทตะวันตก โดยมักยอมรับความเสี่ยงสูงและถือมุมมองการลงทุนในระยะยาว ขณะที่สถาบันการเงินจีนก็สนับสนุนผ่านสินเชื่อมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ให้กับโครงการเหมืองและโรงงานแปรรูปในประเทศกำลังพัฒนา

Michael Scherb เสริมว่า กลยุทธ์การควบรวมและซื้อกิจการ (M&A) ของจีนมีพัฒนาการชัดเจน จากเดิมที่รัฐบาลจีนมักเลือกผู้เข้าซื้อเพียงรายเดียวในการประมูล ปัจจุบัน จีนเปิดให้บริษัทจีนแข่งขันกันเองในเวทีโลก สะท้อนความเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบายที่จีนไม่กลัวที่จะแพ้ให้กับบริษัทตะวันตกอีกต่อไป

นอกจากนี้ ในหลายประเทศในแอฟริกา บริษัทจีนยังเข้าไปลงทุนในพื้นที่ที่ชาติตะวันตกเผชิญอุปสรรคสูงขึ้น Timothy Foden จากสำนักงานกฎหมาย Bois Schiller Flexner ซึ่งมีประสบการณ์ทำงานในหลายประเทศในแอฟริกา ระบุว่า จีนกำลังใช้กลยุทธ์ยอมรับผลตอบแทนที่ต่ำกว่า เพื่อแลกกับสิทธิในการบริหารจัดการเหมืองในประเทศที่เริ่มหันไปควบคุมทรัพยากรของตนเอง เช่น มาลี ที่รัฐบาลทหารเริ่มเข้าควบคุมสินทรัพย์เหมืองของบริษัทตะวันตก และเรียกเก็บค่าภาคหลวงในอัตราที่สูงขึ้น

ที่มา: Financial Times

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...