โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

นฤมล โชว์ผลงาน 6 เดือน กระทรวงเกษตรฯ เดินหน้าเต็มสูบ ยกระดับชีวิตเกษตรกรไทย

MATICHON ONLINE

อัพเดต 31 พ.ค. 2568 เวลา 10.10 น. • เผยแพร่ 31 พ.ค. 2568 เวลา 07.57 น.

นฤมล โชว์ผลงาน 6 เดือน กระทรวงเกษตรฯ เดินหน้าเต็มสูบ ยกระดับชีวิตเกษตรกรไทย

นายฉันทานนท์ วรรณเขจร เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร โฆษกกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (ฝ่ายประจำ) เปิดเผยว่าผลงานกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 6 เดือน ภายใต้นโยบายของ นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยยึดหลักการทำงาน คือ พิทักษ์รักษาไว้ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์ ขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริต่างๆ ในปี 2568 กว่า 983 โครงการ และผลักดันการดำเนินงานสำคัญด้านการเกษตรตามนโยบายรัฐบาล ด้วยแนวคิด “ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้” มุ่งยกระดับการทำเกษตรแบบดั้งเดิมให้เป็นเกษตรทันสมัย ยกระดับคุณภาพชีวิตและรายได้ของเกษตรกร โดยสานต่อนโยบายการดำเนินงานของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า อดีตรัฐมนตรีว่าการเกษตรและสหกรณ์ จนเกิดผลสำเร็จเป็นรูปธรรม มีผลการดำเนินงานกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รอบ 6 เดือน ปีงบประมาณ 2568 (กันยายน 2567-มีนาคม 2568)

นายฉันทานนท์กล่าวว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้ความสำคัญ อาทิ ด้านการบริหารจัดการน้ำ ประสบความสำเร็จในการบริหารจัดการน้ำฤดูแล้งในพื้นที่ชลประทานทั่วประเทศ 29,578 ล้าน ลบ.ม. เฉพาะลุ่มน้ำเจ้าพระยา จัดสรรน้ำรวม 9,902 ล้าน ลบ.ม. เพื่อสนับสนุนกิจกรรมการอุปโภค-บริโภค รักษาระบบนิเวศ เกษตรกรรม และอุตสาหกรรม ได้อย่างเพียงพอ ไม่มีพื้นที่ในเขตชลประทานประสบปัญหาขาดแคลนน้ำ และสำหรับการเพาะปลูกข้าวนาปรังปี 2567/68 กรมชลประทานดำเนินเป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ โดยทั้งประเทศ ทำนาปรัง 10.01 ล้านไร่ เก็บเกี่ยวแล้วกว่า 7.57 ล้านไร่ ส่วนแม่น้ำเจ้าพระยา ทำนาปรัง 6.35 ล้านไร่ เก็บเกี่ยวแล้วกว่า 6.05 ล้านไร่ โดยไม่มีพื้นที่การเกษตรในเขตชลประทานได้รับความเสียหาย ส่วนอ่างเก็บน้ำทั่วประเทศ มีปริมาณน้ำสำรองช่วงต้นฤดูฝนปี 2568 จำนวน 19,914 ล้าน ลบ.ม.

การเดินหน้าจัดตั้งศูนย์ข้าวชุมชน ซึ่งนางนฤมลให้ความสำคัญและตั้งเป้าเพื่อเป็นรากฐาน ในการส่งเสริมและพัฒนาการผลิตข้าว เปิดโอกาสให้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการเกี่ยวกับการพัฒนาข้าวด้วยตนเอง ช่วยให้ชุมชนและองค์กรชาวนาเกิดความเข้มแข็ง โดยขณะนี้มีศูนย์ข้าวชุมชนทั้งหมด 6,101 แห่ง 2,928 ตำบล ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดีได้ 280,000 ตัน มีการจัดสรรเมล็ดพันธุ์ข้าวให้เกษตรกร 799 แห่ง 1,794.2 ตัน ซึ่งพันธุ์ข้าวที่ขอรับการสนับสนุนมากที่สุด ได้แก่ ขาวดอกมะลิ 105 กข6 และ กข79 ถ่ายทอดองค์ความรู้และนวัตกรรม 16,061 ราย รวมทั้งสนับสนุนครุภัณฑ์ชุดเครื่องคัดทำความสะอาดเมล็ดพันธุ์ข้าวพร้อมอุปกรณ์ 97 ชุด ทำให้เกิด “กลุ่มวิสาหกิจชุมชนเมล็ดพันธุ์ข้าว” และชาวนาอาสา 139,668 ราย ส่งผลให้ผลผลิตข้าวเฉลี่ยต่อไร่เพิ่มขึ้นจาก 450 กิโลกรัม เป็น 500 กิโลกรัม

ทั้งนี้ นายฉันทานนท์กล่าวว่า กระทรวงเกษตรฯมีเป้าหมายจัดตั้งศูนย์ข้าวชุมชน ให้ได้ครบ 12,500 แห่ง ภายในปี 2570 การเปิดตลาดส่งออกสินค้าเกษตร ผลักดันเปิดประตูขยายการส่งออกสินค้าเกษตร สร้างโอกาสให้เกษตรกรไทย โดยด้านพืช กรมวิชาการเกษตร ได้ยื่นคำขอเปิดตลาดส่งออกสินค้าพืช 3 รายการ (อยู่ระหว่างรอผลพิจารณาจากประเทศ คู่ค้า) ได้แก่ ใบชาแห้งไปยังสาธารณรัฐอินโดนีเซีย ใบกระท่อมแห้งไปยังสาธารณรัฐอินเดีย และผลลำไยสดไปยังสาธารณรัฐฟิลิปปินส์

นอกจากนี้ นายฉันทานนท์กล่าวว่า ในส่วนของทุเรียนไทย มีนโยบายในการกำกับดูแลควบคุมคุณภาพทุเรียนทั้งระบบ โดยเฉพาะตลาดจีน ซึ่งเป็นตลาดส่งออกทุเรียนสำคัญ ปัจจุบันมีห้องปฏิบัติการตรวจสอบสาร Basic Yellow 2 (BY2) สำหรับทุเรียนส่งออกที่ได้รับการรับรองจากสำนักงานศุลกากรจีน (GACC) แล้วจำนวน 12 แห่ง และห้องปฏิบัติการทดสอบสินค้าเกษตร และอาหารด้านพืชที่กรมวิชาการเกษตรยอมรับความสามารถในรายการทดสอบแคดเมียมในทุเรียน 13 แห่ง

นายฉันทานนท์กล่าวว่า ด้านปศุสัตว์ เปิดตลาดส่งออกไก่พื้นเมืองมีชีวิต (Ayam Bangkok) ไปยังสาธารณรัฐอินโดนีเซีย โดยคาดว่าจะมีปริมาณการส่งออกไม่ต่ำกว่า 12,000 ตัว คิดเป็นมูลค่าไม่น้อยกว่า 300 ล้านบาทต่อปี และด้านประมง เปิดตลาดส่งออกสินค้าปลากะพงขาวไปยังสาธารณรัฐประชาชนจีน ถือเป็นความสำเร็จสร้างโอกาสให้เกษตรกรและผู้ประกอบการไทยสามารถขยายตลาดสินค้าประมงคุณภาพ โดยมีเป้าหมายในการส่งออก 50,000 ตัน/ปี จัดทำระเบียบกรมประมงว่าด้วยการขึ้นทะเบียนฟาร์มเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำเพื่อการบริโภคสำหรับส่งออกไปยังสาธารณรัฐประชาชนจีน พ.ศ.2568 และประกาศใช้แล้วเมื่อวันที่ 1 เมษายน 2568 อีกทั้งยังประสบความสำเร็จในการเปิดตลาดส่งออกสินค้าปลาทองมีชีวิตจากไทยไปยังสหรัฐ เม็กซิโก

สำหรับ 6 เดือนหลังจากนี้ในปี 2568 กระทรวงเกษตรฯยังได้เตรียมเปิดแนวทางเพื่อขยายตลาดส่งออกเพิ่มเติม อาทิ การเปิดตลาดส่งออกเนื้อสัตว์ปีกดิบ เนื้อสุกร และผลิตภัณฑ์ไปยังฟิลิปปินส์ เปิดตลาดส่งออกเนื้อสุกรแช่เย็นและแช่แข็งไปยังประเทศสิงคโปร์และมาเลเซีย การเปิดตลาดผลไม้ระหว่างไทยและญี่ปุ่น การเปิดตลาดส้มโอจากไทยไปนิวซีแลนด์ และการเจรจาแก้ไขปัญหาสินค้าเกษตรและอาหารส่งออกจากไทยไปจีน การจัดที่ดินทำกิน อีกหนึ่งนโยบายการสำคัญในการช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรให้มีสิทธิและที่ดินทำกิน โดยมีการออกเอกสารสิทธิเข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดิน (ส.ป.ก.4-01) ในพื้นที่ 66 จังหวัด เกษตรกร 17,452 ราย รวม 210,448 ไร่ ออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (กสน.3 และ กสน.5) ให้แก่สมาชิกนิคมสหกรณ์ 112 ราย รวม 136 แปลง จำนวน 954 ไร่ รวมทั้งปรับปรุง ส.ป.ก.4-01 เป็นโฉนดเพื่อการเกษตร เพื่อสร้างมูลค่าในที่ดินและเพิ่มช่องทางการเข้าถึงแหล่งเงินทุน มอบโฉนดเพื่อการเกษตร 42,973 ราย รวม 54,566 แปลง จำนวน 577,109 ไร่ โดย 6 เดือนหลังจากนี้ มีเป้าหมายจะออกเอกสารสิทธิเข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดิน (ส.ป.ก. 4-01) จำนวน 37,000 ราย รวม 240,000 ไร่ และตั้งเป้าสำหรับผู้ยื่นคำขอโฉนดเพื่อการเกษตร 1,066,643 แปลง ภายในปี 2568

นอกจากนี้ นายฉันทานนท์กล่าวว่า ในส่วนของโครงการโฉนดต้นยางพาราเพื่อเป็นหลักประกันสินเชื่อ ได้มอบโฉนดต้นยางพารา เพื่อเป็นหลักประกันสินเชื่อให้แก่เกษตรกรชาวสวนยาง ในพื้นที่นำร่องทั่วประเทศ รวมทั้งสิ้น 10,161 แปลง ใช้เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันการขอสินเชื่อจากสถาบันการเงินได้ สร้างมูลค่าเพิ่มให้สวนยางพารา 270-457 บาท/ต้น หรือ 18,900-31,990 บาท/ไร่ (เฉลี่ย 70 ต้น/ไร่) ทั้งนี้ มีเป้าหมายปีงบประมาณ 2568 รวมทั้งสิ้น 529,650 แปลง นอกจากนี้ กระทรวงเกษตรยังคงเข้มงวดกับการปราบปรามสินค้าเกษตรเถื่อน การมุ่งมั่นการแก้ไขปัญหา PM2.5

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : นฤมล โชว์ผลงาน 6 เดือน กระทรวงเกษตรฯ เดินหน้าเต็มสูบ ยกระดับชีวิตเกษตรกรไทย

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...