โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ครบ 5 ปี ‘วันเฉลิม’ ถูกบังคับสูญหาย ชีวิตประชาชนที่ถูกบังคับให้สูญหาย สู่การเรียกร้อง พ.ร.บ.อุ้มหายฯ

The MATTER

เผยแพร่ 04 มิ.ย. 2568 เวลา 05.52 น. • Brief

“หายใจไม่ออก” คือคำพูดสุดท้ายที่พี่สาวของ วันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ ได้ยินจากน้องชายของเขา

วันที่ 4 มิถุนายน 2568 เป็นวันครบรอบ 5 ปี ที่ วันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ นักกิจกรรมและผู้ลี้ภัยทางการเมืองในประเทศกัมพูชา ซึ่งถูกอุ้มหาย โดยมีภาพวงจรปิดที่แสดงให้เห็นการบุกอุ้มคนอย่างอุกอาจ บริเวณใกล้ที่พักของเขา ในกรุงพนมเปญ

วันเฉลิม หรือ ต้าร์ เป็นนักกิจกรรมและเคยทำงานกับองค์กรพัฒนาเอกชนในประเด็น HIV และความหลากหลายทางเพศ จนกระทั่งในปี 2557 ที่เกิดการรัฐประหาร วันเฉลิมคือหนึ่งในรายชื่อกลุ่มบุคคลที่ คสช. เรียกให้ไปรายงานตัว วันที่ 8 มิถุนายน 2557 แต่เขาปฏิเสธ จึงทำให้ถูกออกหมายจับในข้อหาฝ่าฝืนไม่มารายงานตัวตามคำสั่ง

จากนั้น ในปี 2558 สำนักข่าวอิศราเปิดเผยข้อมูลผู้ต้องหาคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพและประเทศที่คาดว่าใช้หลบหนีจากหน่วยงานความมั่นคงที่คอยติดตามความเคลื่อนไหวของผู้ต้องหา โดย 1 ใน 14 ผู้ต้องหาที่หลบหนีอยู่ในลาว ก็มีวันเฉลิมด้วย

วันที่ 4 มิ.ย.2563 เวลาประมาณ 16.40 น. ‘ต้าร์-วันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์’ นักกิจกรรมและนักเคลื่อนไหวทางสังคมชาวไทย วัย 38 ปี ที่ลี้ภัยไปอาศัยอยู่ในประเทศกัมพูชา หลังการรัฐประหารในปี 2557 ถูกชายฉกรรจ์พาตัวขึ้นรถยนต์สีดำ ระหว่างที่เขาลงมาซื้อลูกชิ้นหน้าคอนโดมีเนียมที่พักอาศัยในกรุงพนมเปญ พร้อมกับคุยโทรศัพท์กับพี่สาว ‘เจน-สิตานัน สัตย์ศักดิ์สิทธิ์’ ไปด้วย โดยคำพูดสุดท้ายพี่สาวได้ยินจากน้องชายก็คือ “หายใจไม่ออก” ก่อนที่โทรศัพท์จะถูกตัดสายไป ตอนแรก ครอบครัวคิดว่าเจ้าตัวเจออุบัติเหตุ ก่อนจะรู้ภายหลังว่าวันเฉลิมถูกลักพาตัวไป

หลังเป็นข่าว แฮชแท็ก #saveวันเฉลิม ก็ขึ้นอันดับหนึ่งในทวิตเตอร์ทันที ด้วยจำนวนการพูดถึงเกิน 1 ล้านครั้ง ในเวลาเพียง 24 ขั่วโมง

#saveวันเฉลิม สู่การเรียกร้องเพื่อบุคคลสูญหาย

หลังจากที่วันเฉลิมถูกอุ้มหาย ทำให้เกิดเป็น #saveวันเฉลิม และเริ่มมีการเรียกร้องความยุติธรรมให้กับบุคคลที่สูญหายในประเทศไทย ซึ่งตั้งแต่ที่มีการรัฐประหารในปี 2557 มีคนไทยที่ลี้ภัยในต่างประเทศไม่ต่ำกว่าร้อยชีวิต นอกจากนี้ กรณีของการอุ้มหายผู้ลี้ภัยที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า ได้กลายเป็นประเด็นเรียกร้องสำคัญในการชุมนุมใหญ่ในปี 2563 ด้วย

อย่างไรก็ตาม จากกรณีของวันเฉลิมทำให้เกิดเป็นการรณรงค์เพื่อป้องกันและปราบปรามการทรมานและการทำให้บุคคลสูญหาย หรือที่เรียกว่า ‘พ.ร.บ.ป้องกันการทรมาน-อุ้มหาย’ ซึ่งมีผลบังคับใช้อย่างจริงจังในประเทศไทยเมื่อปี 2566 แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังคงมีเสียงสะท้อนจากภาคประชาสังคม ผู้เสียหายและครอบครัวของผู้ถูกบังคับสูญหายอยู่อย่างต่อเนื่อง แม้ว่ากฎหมายจะมีผลบังคับใช้แล้วก็ตาม

เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย ร่วมกับมูลนิธิผสานวัฒนธรรม (CrCF), คณะกรรมการนิติศาสตร์สากล (ICJ), กลุ่มด้วยใจ และคณะกรรมาธิการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ร่วมกันจัดงาน ‘Echoes of Hope: ให้กฎหมายทำงาน ให้ความยุติธรรมเป็นจริง’ เพื่อพูดคุยถึงประเด็นดังกล่าว

“2 ปีที่ผ่านมา ไม่มีหน่วยงานไหนสัญญาว่าจะออกตามหาผู้ที่เกี่ยวข้อง คนเหล่านั้นยังใช้ชีวิตได้ตามปกติ” อังคณา นีละไพจิตร สว. และ ภรรยาของสมชาย นีละไพจิตร ผู้ที่ถูกทำให้สูญหาย เมื่อปี 2547 กล่าวในงาน

“พ.ร.บ.ป้องกันการทรมาน-อุ้มหาย คือเครื่องมือสำคัญที่ผลักดันกันมาอย่างยาวนาน แต่กฎหมายนี้จะไม่มีความหมาย หากคนที่ทรมานและคนที่ถูกบังคับให้สูญหาย ไม่ได้รับความยุติธรรม หากความจริงยังไม่เปิดเผย และหากครอบครัวของพวกเขายังคงต้องรอคำตอบอย่างไร้จุดหมาย” แอมเนสตี้ และเครือข่ายภาคประชาสังคม ระบุ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...