โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

บุรีรัมย์ แม่ค้าชายแดน กระทบปิด "ช่องสายตะกู"หลายคนปรับตัวขายหน้าบ้านตัวเอง เพื่อความอยู่รอด แม้รายได้ลดฮวบ

สยามรัฐ

อัพเดต 22 มิ.ย. 2568 เวลา 05.55 น. • เผยแพร่ 22 มิ.ย. 2568 เวลา 05.55 น.

ชาวบ้าน และพ่อค้าแม่ค้าที่เคยนำสินค้าอุปโภคบริโภค ไปขายที่จุดผ่อนปรน "ช่องสายตะกู" อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ ต่างได้รับผลกระทบจากการปิดช่องสายตะกูไม่มีกำหนด ทำให้ขาดรายได้ หลายคนก็เริ่มปรับตัวขายหน้าบ้านตัวเองแม้ยอดขายจะลดจากวันละ 4-5 หมื่น เหลือ 1-2 พัน แต่ก็ต้องปรับสถานการณ์เพื่อความอยู่รอด อยากให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเร่งหาทางออกปัญหาพิพาทไทย-กัมพูชาให้จบโดยเร็ว

หลังจากที่พลโท บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 ได้เซ็นหนังสือคำสั่งปิดจุดผ่อนปรนช่องสายตะกู ตำบลจันทบเพชร อำเภอบ้านกรวด จังหวัดบุรีรัมย์ โดยไม่กำหนด มีผลตั้งแต่วันที่ 21 มิ.ย.68 จากที่ก่อนหน้านี้ได้มีคำสั่งควบคุมวันเวลาเปิด-ปิดจุดผ่อนปรนช่องสายตะกูจากสัปดาห์ละ 7 วัน เหลือเพียงสัปดาห์ละ 3 วัน คือ วันอังคาร พุธ และพฤหัสบดี เวลา 09.00 – 12.00 น. แต่สถานการณ์ชายแดนก็ยังตึงเครียด จนล่าสุดมีคำสั่งปิดจุดผ่อนปรนช่องสายตะกู เพื่อยกระดับปกป้องอธิปไตยของไทย

ล่าสุดวันนี้ (22 มิ.ย.68) ทีมข่าวได้ลงพื้นที่บริเวณจุดผ่อนปรน ช่องสายตะกู ต.จันทบเพชร อ.บ้านกรวด พบว่าได้มีการปิดประตูด่านพรมแดน ข้ามบุคคลใดเข้า-ออก มีเพียงเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงที่ดูแลความเรียบร้อยประจำด่านเท่านั้น

จากนั้นทีมข่าวได้ลงพื้นที่สำรวจบรรยากาศในหมู่บ้าน ก็พบว่า พ่อค้าแม่ค้าและชาวบ้านหลายคน ที่เคยนำสินค้าอุปโภคบริโภค และผลผลิตทางการเกษตร ไปขายที่จุดผ่อนปรนช่องสายตะกู ก็เริ่มปรับตัวหันมาตั้งโต๊ะขายหน้าบ้านของตัวเองให้กับชาวบ้านในหมู่บ้าน และผู้คนที่ผ่านไปมา แม้จะขายไม่ค่อยดีเหมือนที่จุดผ่อนปรนช่องสายตะกู แต่ก็จำเป็นต้องปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์เพื่อความอยู่รอด

โดยพ่อค้าแม่ค้า ก็ยอมรับว่า การสั่งปิดด่านก็ได้รับผลกระทบแน่นอน เพราะหากขายช่องสายตะกูจะมีรายได้หลักหมื่น โดยเฉพาะวันศุกร์ ซึ่งมีตลาดนัดที่ช่องสายตะกูด้วยก็จะมีรายได้ถึง 4 – 5 หมื่นบาท แต่พอเกิดปัญหาพิพาทระหว่างไทย-กัมพูชา ก็ได้รับผลกระทบมาอย่างต่อเนื่อง จนล่าสุดมีคำสั่งปิดด่าน ก็ยิ่งเดือดร้อนเพิ่มขึ้นอีก

นางอัญณิกา สะอิ้งรัมย์ อายุ58 ปี ชาวบ้านสายโท 6 ใต้ บอกว่า ตนมีอาชีพขายอาหารทะเล และผลไม้ที่จุดผ่อนปรนช่องสายตะกูมาเกือบ 10 ปีแล้ว ช่วงที่เปิดปกติยังไม่มีปัญหาพิพาทกันจะขายได้วันละ 4 – 5 หมื่นบาท ส่วนมากจะเป็นชาวกัมพูชาข้ามมาซื้อ แต่หลังจากเกิดปัญหาพิพาทกัน มีมาตรการควบคุมวันเวลาเปิด-ปิดด่าน ยอดขายก็ลดลงเรื่อยๆ กระทั่งล่าสุดมีคำสั่งปิดจุดผ่อนปรนช่องสายตะกู ก็ยอมรับว่ากระทบเพราะไม่สามารถไปขายสินค้าได้ จึงได้ปรับตัวด้วยการหันมาขายหมูปิ้ง และไก่ย่างที่หน้าบ้านของตัวเอง แม้รายได้จะลดลงหลายเท่าตัวเหลือวันละ 1-2 พันบาทรวมต้นทุน แต่ก็จำเป็นต้องปรับตัวไปตามสถานการณ์เพื่อความอยู่รอดของครอบครัว หากเป็นไปได้ก็อยากให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง เร่งหาทางออกยุติข้อพิพาทที่เกิดขึ้น เพื่อให้สามารถค้าขายได้เป็นปกติเหมือนเดิม.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...