โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เตรียมคืนชีพ นกโมอายักษ์ สูญพันธุ์ไปแล้ว 600 ปี คืนสู่โลก

SpringNews

อัพเดต 11 ก.ค. 2568 เวลา 11.00 น. • เผยแพร่ 11 ก.ค. 2568 เวลา 10.17 น.

ขยันมาก ๆ ตอนนี้ สำหรับ Colossal Laboratories & Biosciences สตาร์ทอัพจากสหรัฐอเมริกา ที่ก่อนหน้านี้เพิ่งประสบความสำเร็จในการดัดแปลงพันธุกรรมของหมาป่าไดร์วูล์ฟในตำนาน ให้กลับมาอยู่บนโลกได้ ตอนนี้ได้ประกาศแผนใหม่ คือการปลุกชีพให้กับนกยักษ์ดึกดำบรรพ์อย่าง “นกโมอา” คืนสู่โลก

นกโมอา Cr.Colossal Laboratories & Biosciences

แผนคืนชีพนกโมอายักษ์

นกโมอายักษ์ เป็นนกไร้ปีกที่บินไม่ได้ เหมือนนกกระจอกเทศ มีความสูงมากกว่า 3 เมตร ถือว่าเป็นนกที่สูงที่สุดเท่าที่เคยเดินบนโลก เมื่อหลายพันปีก่อนมันเป็นสัตว์กินพืชที่ออกหากินแถวนิวซีแลนด์ จนกระทั่งมนุษย์เดินทางมาถึงดินแดนที่พวกมันอยู่อาศัย (ชาวโพลินีเซียน มนุษย์ยุคแรกที่ตั้งถิ่นฐานในนิวซีแลนด์เมื่อราว ๆ 600 ปีก่อน) เรื่องราวของนกยักษ์ก็เริ่มเลือนลางจนจางหายไปแบบไม่เคยมีใครเห็นตัวมาก่อน

ปัจจุบัน บันทึกเกี่ยวกับสัตว์ขนาดมหึมานี้ หลงเหลืออยู่เพียงบันทึกในประวัติศาสตร์ของชาวเมารี และการค้นพบกระดูก ขนนกอีกนับพันชิ้น รวมไปถึงเนื้อที่มีสภาพเหมือนมัมมี่ของพวกมันที่ยังหลงเหลือไว้

นกโมอา Cr.Colossal Laboratories & Biosciences

บริษัทกล่าวว่า โมอายักษ์ ได้ถูกนำไปรวมกับรายชื่อสัตว์อื่น ๆ อาทิ นกโดโด ไทลาซีน และแมมมอธ ที่บริษัทมีแผนจะฟื้นคืนชีพ นอกจากนี้ สำหรับนกโมอา บริษัทตั้งเป้าหมายว่าจะปลุกชีพพวกมันให้ได้ภายใน 5-10 ปีนี้ โดยเป็นความร่วมมือกับศูนย์วิจัย Ngāi Tahu แห่งมหาวิทยาลัยแคนเทอร์เบอรีของนิวซีแลนด์

นอกจากนี้ มีรายงานว่า โครงการนี้ ได้รับเงินสนับสนุน 15 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากเซอร์ปีเตอร์ แจ็กสัน ผู้สร้างภาพยนต์เดอะลอร์ดออฟเดอะริงส์ ผู้ซึ่งเป็นนักลงทุนในบริษัทนี้ด้วย และก็เป็นนักสะสมกระดูกโมอาตัวยง เรียกได้ว่า แฟนพันธุ์แท้!

เซอร์ปีเตอร์ แจ็กสัน ผู้สร้างภาพยนต์เดอะลอร์ดออฟเดอะริงส์ แฟนตัวยงนกโมอา Cr.Colossal Laboratories & Biosciences

อย่างไรก็ตาม โครงการนี้จะพยายาม “คืนชีพ” นกยักษ์ตัวนี้ โดยการเก็บดีเอ็นเอจากฟอสซิล จากนั้นจะตัดต่อยีนของญาติที่ใกล้ชิดกันที่สุดและยังมีชีวิตอยู่ อย่างเช่น นกอีมู โดยหลังจากนกได้ผ่านการดัดแปลงพันธุกรรมแล้วจะถูกนำไปฟักออกมา และปล่อยสู่พื้นที่ฟื้นฟูตามธรรมชาติแบบปิด

ไคล์ เดวิส นักโบราณคดีชาวเมารี กล่าวว่า “บรรพบุรุษยุคแรกของเราเคยอาศัยอยู่เคียงข้างนกโมอา และบันทึกของเราทั้งทางโบราณดคีและทางปากต่อปาก ล้วนบันทึกความรู้เกี่ยวกับนกเหล่านี้ รวมถึงสภาพแวดล้อมของพวกมัน เรายินดีอย่างยิ่งที่จะได้นำความรู้เหล่านี้มาแลกเปลี่ยนกับวิทยาศาสตร์ล้ำสมัยของ Colossal ที่มีวิสัยทัศน์ที่กล้าหาญในการฟื้นฟูระบบนิเวศ”

และแน่นอนว่า ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ข่าวการฟื้นคืนชีพของสัตว์ดึกดำบรรพ์มากมาย อันเป็นผลงานของ Colossal Laboratories & Biosciences ได้รับเสียงวิพาก์วิจารณ์เป็นวงกว้างถึงกระบวนการดังกล่าว หลายคนบอกว่า การตัดแต่งพันธุกรรมที่ว่า ไม่สามารถเรียกสัตว์เหล่านั้นว่า เป็นการคืนชีพได้อย่างสมบูรณ์แบบ

นกโมอา Cr.Colossal Laboratories & Biosciences

นอกจากนี้ นักวิจัยหลายคนมองว่า การทำแบบนี้ เป็นการเบี่ยงเบนความสนใจ ต่อการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพที่กำลังเกิดขึ้นในปัจจุบัน ขณะนี้มีสิ่งมีชีวิตมากกว่าล้านชนิดพันธุ์กำลังเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ ควรไปสนใจประเด็นนั้นมากกว่า

อีกทั้ง ลูกผสมของสัตว์ที่ฟื้นคืนชีพเหล่านี้ ถูกออกแบบมาเพื่อถิ่นที่อยู่อาศัยและช่องทางนิเวศวิทยาที่อาจไม่มีอยู่แล้ว

อโรฮา เต ปารีเก มีด สมาชิกคณะทำงานพัฒนานโยบายสหภาพนานาชาติเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติว่าด้วยการใช้ชีววิทยาสังเคราะห์ในการอนุรักษ์ ได้เสริมในประเด็นนี้ว่า “การคืนชีพเหรอ คิดว่าใช้คำผิดนะ มันหยั่งรากลึกในอัตตามากกว่าความพยายามอย่างแท้จริงในการอนุรักษ์สายพันธุ์ สิ่งเหล่านี้คือการแสดงออกที่เห็นแก่ตัวเหมือนการเล่นละครว่า ‘การค้นพบ’ โดยปราศจากข้อพิจารณาทางจริยธรรม สิ่งแวดล้อม และวัฒนธรรม คำถามคือ นำโมอากลับมาทำไม พวกมันจะต้องไปอยู่ที่ไหน? เพื่อคุณภาพชีวิตแบบไหน? เพื่อการท่องเที่ยว?”

ในขณะที่อีกท่านหนึ่ง ดร.ทอรี เฮอร์ริดจ์ นักชีววิทยาด้านวิวัฒนาการจากมหาวิทยาลัยเชฟฟิลด์ ผู้ที่ปฏิเสธเข้าร่วมคณะที่ปรึกษาให้แก่ Colossal เผยว่า ตนนั้นมองว่าโครงการต่าง ๆ เป็นการทดลองทางวิยาศาสตร์มากกว่าที่จะนำสายพันธุ์ที่สูญพันธุ์ไปแล้วหลายพันปีกลับคืนมาอย่างแท้จริง

Paul Scofield Colossal Advisor & Senior Curator of Natural History at the Canterbury Museum in Christchurch, New Zealand

อย่างไรก็ตาม Colossal Biosciences ระบุว่า งานของบริษัทกำลังช่วยชะลอการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพที่กำลังลุกลามทั่วโลก ด้วยการคืนหน้าที่ให้สัตว์ที่สูญพันธุ์ไปกลับมาทำหน้าที่ของมันในระบบนิเวศจริง และพวกเขาไม่เชื่อในคำกล่าวอ้างที่ว่า “การคืนชีพเป็นไปไม่ได้”

ที่มาข้อมูล

The Guardian

Colossal Laboratories & Biosciences

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...