โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ผกก.สภ.เมืองพัทยา ยันคนร้ายอุ้มหนุ่มจีนไม่ใช่ ตร.

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 11 ก.ค. 2568 เวลา 19.29 น. • เผยแพร่ 11 ก.ค. 2568 เวลา 12.17 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

พัทยา 11 ก.ค. – ผกก.สภ.เมืองพัทยา ยืนยัน 4 คนร้ายอุ้มหนุ่มจีนขึ้นรถ ก่อนปล้นทรัพย์-บังคับโอนเงิน ไม่ใช่ตำรวจ แต่เป็นกลุ่มชายฉกรรจ์ เชื่อหนึ่งในผู้ก่อเหตุอาจรู้จักกับผู้เสียหาย ขอเวลาตำรวจทำงานก่อน เชื่อว่าจะรู้ตัวคนร้ายทั้งหมดในเร็ววันนี้

กล้องวงจรปิดจับภาพคนร้ายสวมชุดดำ 2 คน พยายามฉุดกระชากคนจีนขึ้นรถ เหตุเกิดหน้าร้านก๋วยเตี๋ยว-อาหารจีน ริมถนนพัทยาเหนือสาย 3 ต.นาเกลือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี เช้ามืดวานนี้ (10 ก.ค.)

พยานให้ข้อมูลว่า ประมาณตี 5 คนจีน 3 คน มานั่งกินก๋วยเตี๋ยว กินเสร็จกำลังจะแยกย้ายกันกลับ คนแรกขึ้นขับรถโตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ สีดำ ออกไป ส่วนคนที่ 2 เดินกลับเข้าไปในซอยซึ่งอยู่ข้างๆ ร้าน ส่วนคนสุดท้ายคือผู้เสียหาย กำลังยืนรอรถที่เรียกผ่านแอปฯ มารับ ไม่ถึง 1 นาที มีรถเอสยูวี สีขาว มาจอดประกบข้าง จากนั้นมีผู้ชายแต่งชุดดำ (เสื้อแขนยาวสีดำมีฮู้ด) ลงจากรถ พยายามผลักผู้เสียหายขึ้นไปบนรถ ตอนนั้นผู้เสียหายดิ้นต่อสู้ขัดขืนวิ่งถอยออกมาทางหลังรถ แต่ถูกชายชุดดำฉุดกระชากขึ้นรถไป ส่วนที่ไม่กล้าเข้าไปยุ่ง เพราะได้ยินเสียงชายชุดดำพูดว่า “ไอโปลิศ ยู คอลเซ็นเตอร์”

ล่าสุด นายหลิน อี้ฟาน ชาวจีนวัย 52 ปี ผู้เสียหาย ถูกปล่อยตัว เข้าแจ้งความ สภ.เมืองพัทยา เล่าว่า หลังกินก๋วยเตี๋ยวกับเพื่อนร่วมชาติอีก 2 คน กำลังแยกย้ายกันกลับ ถูกกลุ่มคนร้าย 4 คน อ้างตัวเป็นตำรวจ เข้าคุมตัวขึ้นรถเอสยูวีไฟฟ้าสีขาว โดยกล่าวหาว่าเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ก่อนจะจับมัดมือไพล่หลัง ใช้อาวุธคล้ายปืนจี้ คนร้ายที่นั่งด้านหลังค้นตัวและชิงเอา iPhone 13 Pro, iPhone 16 Pro, เงินสด 15,000 บาท และแว่นสายตาไปทั้งหมด

จากนั้นคนร้ายนำตัวไปปล่อยทิ้งไว้ที่สนามยิงปืนแห่งหนึ่ง ริมถนนเลียบทางรถไฟ ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 9 กม. โดยคืนคีย์การ์ดห้องพักให้ จากนั้นนายหลินรีบขอความช่วยเหลือจาก รปภ.สนามยิงปืน และติดต่อเพื่อนมาช่วยตรวจสอบ สิ่งที่ทำให้ตกใจยิ่งกว่าคือคนร้ายยังมีการโอนเงินจากแอปพลิเคชันธนาคารของจีนออกไปอีก 150,000 บาท ทำให้มูลค่าความเสียหายรวมสูงถึง 230,000 บาท

หลังรับแจ้งตำรวจลงพื้นที่ตรวจสอบกล้องวงจรปิด พบว่ารถยนต์ของคนร้ายเลี้ยวเข้าซอยเพนียดช้าง ก่อนจะมุ่งหน้าไปยังสนามยิงปืน ย่านซอยชัยพฤกษ์ 2 ซึ่งเป็นจุดที่ปล่อยตัวผู้เสียหาย โดยจะเร่งติดตามจับกุมแก๊งคนร้ายมาดำเนินคดีโดยเร็วที่สุด

ผบช.ภ.2 สั่งเร่งคลี่คลายคดีอ้างเป็นตำรวจอุ้มปล้นชายจีน
พล.ต.ท.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 สั่งการให้เร่งรัดสืบสวนสอบสวนเรื่องนี้แล้ว คนร้ายก่อเหตุอย่างอุกอาจ ไม่เกรงกลัวกฎหมาย ที่สำคัญยังอ้างเป็นตำรวจ ซึ่งเป็นเรื่องที่ยอมไม่ได้ กำชับให้เร่งสืบสวนหาพยานหลักฐานอย่างรอบคอบโดยเร็ว พิสูจน์ทราบว่ากลุ่มคนร้ายเป็นใคร หากเป็นข้าราชการตำรวจจริงต้องดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด ควบคู่กับการดำเนินการทางปกครองเอาผิดทางวินัยอย่างเฉียบขาด หากเป็นนิ้วร้ายก็ต้องตัดทิ้ง แต่หากไม่ใช่ตำรวจแล้วแอบอ้างทำให้เสื่อมเสีย ต้องถูกดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด

ผกก.สภ.เมืองพัทยา ยันคนร้ายอุ้มจีนไม่ใช่ตำรวจ
พ.ต.อ.เอนก สระทองอยู่ ผกก.สภ.เมืองพัทยา ได้เชิญตัวผู้เสียหายชาวจีนมาให้ปากคำเพิ่มเติม หลังก่อนหน้านี้ให้การสับสันหลายเรื่อง ยืนยันกลุ่มผู้ก่อเหตุไม่ใช่ตำรวจ แต่เป็นกลุ่มชายฉกรรจ์ เชื่อว่าหนึ่งในผู้ก่อเหตุอาจจะรู้จักกับผู้เสียหาย โดยพยายามจะพาผู้เสียหายขึ้นรถเพื่อไปพูดคุยอะไรกันบางอย่าง แต่ผู้เสียหายขัดขืนจึงเกิดการฉุดกระชากขึ้นรถ แล้วพาไปก่อเหตุปล้นทรัพย์สิน ขอเวลาตำรวจทำงานก่อน ส่วนสาเหตุของการก่อเหตุครั้งนี้ยังไม่สามารถสรุปได้ว่ามาจากสาเหตุใด โดยเชื่อว่าน่าจะรู้ตัวทั้งหมดในเร็ววันนี้

ขณะที่นายหลิน ผู้เสียหาย ชี้ให้ดูร่องรอยบาดแผลจากการถูกทำร้าย โดยแฟนสาวให้ข้อมูลว่า นายหลินเข้ามาไทยในฐานะนักท่องเที่ยว ตอนนี้เครียดมาก หวังให้ตำรวจไทยช่วยจับตัวกุมคนร้าย อยากได้โทรศัพท์มือถือคืน เพราะมีความสำคัญในเรื่องงานทางธุรกิจที่ประเทศจีน นอกจากนี้ยืนยันว่าระหว่างอยู่ในประเทศไทยไม่เคยมีปัญหากับใครมาก่อน.-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...