โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

Squid Game แผลงฤทธิ์! ดันรายได้ Netflix ไตรมาส 2 พุ่งเกินคาด

PostToday

อัพเดต 17 ก.ค. 2568 เวลา 21.48 น. • เผยแพร่ 18 ก.ค. 2568 เวลา 04.36 น.

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าความสำเร็จของ Squid Game ซีซั่นสุดท้าย ซึ่งเปิดตัวในช่วงปลายไตรมาสที่ 2 คือปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของNetflix ในรอบนี้

โดยซีรีส์เรือธงเรื่องนี้ยังคงครองตำแหน่งคอนเทนต์ภาษาต่างประเทศที่ได้รับความนิยมสูงสุดตลอดกาลของแพลตฟอร์ม และซีซั่นล่าสุดเพียงอย่างเดียวก็กวาดไปยอดผู้ชมไปสูงถึง 122 ล้านครั้ง

อิทธิพล Squid Game ส่ง Netflix ทะยาน

สำนักข่าว Reuters รายงานว่า ผลประกอบการไตรมาส 2 (เมษายน-มิถุนายน) ของ Netflix ออกมาน่าประทับใจเกินคาด โดยมีกำไรต่อหุ้นอยู่ที่ 7.19 ดอลลาร์สหรัฐ

สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ที่ 7.08 ดอลลาร์ ขณะที่รายได้รวมอยู่ที่ 11,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

จากความสำเร็จดังกล่าว ประกอบกับค่าเงินดอลลาร์ที่อ่อนตัวลง ทำให้ Netflix ตัดสินใจปรับเพิ่มคาดการณ์รายได้ตลอดปี 2025 ขึ้นเป็น 44,800 - 45,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

จากเดิมที่คาดการณ์ไว้สูงสุดที่ 44,500 ล้านดอลลาร์ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าพลังของ Squid Game ไม่ได้หยุดอยู่แค่ยอดผู้ชม แต่ยังส่งผลโดยตรงต่อความเชื่อมั่นและตัวเลขทางการเงินของบริษัท

แม้ Squid Game ชูโรง แต่นักลงทุนยังคาดหวังมากกว่านี้

อย่างไรก็ตาม แม้จะมีข่าวดีจากอิทธิพลของ Squid Game แต่ราคาหุ้น Netflix กลับปรับตัวลดลง 1.8% ในการซื้อขายนอกเวลาทำการ

นักวิเคราะห์จาก Investing.com มองว่า ตลาดและนักลงทุนคาดหวังการปรับเพิ่มเป้ารายได้ที่ "สูงกว่านี้มาก"

"แนวโน้มตลอดทั้งปีที่บริษัทประกาศออกมายังดูค่อนข้างระมัดระวัง ซึ่งเป็นปัญหาสำหรับหุ้นที่ถูกคาดหวังความสมบูรณ์แบบไปแล้ว" นายโธมัส มอนเตโร กล่าว

"ในตอนนี้ ดูเหมือนว่ารายได้ในอนาคตของบริษัทอาจต้องพึ่งพาการขึ้นราคาค่าบริการต่อไป อย่างน้อยจนถึงปี 2026"

ก้าวต่อไปของ Netflix หลังยุคทองของ Squid Game

Netflix ตระหนักดีว่าความสำเร็จไม่ได้มาจาก Squid Game เพียงเรื่องเดียว บริษัทจึงเดินหน้ากลยุทธ์สร้างรายได้จากหลายช่องทาง

ทั้งการขยายแพ็คเกจแบบมีโฆษณาเพื่อเข้าถึงผู้ชมกลุ่มใหม่ และการเพิ่มคอนเทนต์ถ่ายทอดสดอย่างมวยปล้ำ WWE เพื่อดึงดูดเม็ดเงินโฆษณา

สำหรับช่วงที่เหลือของปีนี้ Netflix ยังมีซีรีส์ฟอร์มยักษ์จ่อคิวรอสร้างปรากฏการณ์ต่อจาก Squid Game ไม่ว่าจะเป็น "Wednesday" ซีซั่นใหม่ที่จะกลับมาในเดือนสิงหาคม

และบทสรุปสุดท้ายของ "Stranger Things" ที่จะออกฉายในช่วงปลายปี

ซึ่งต้องจับตาดูว่าคอนเทนต์เหล่านี้จะสามารถสร้างแรงกระเพื่อมและเข้ามาเป็นเสาหลักใหม่ให้กับแพลตฟอร์มได้สำเร็จหรือไม่ หลังหมดยุคทองของ Squid Game

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...