โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

เปิดปฏิบัติการ บุกรวบปลัดอำเภอนอกแถว ทลายเครือข่ายกินหัวคิวบัตรชมพู พบเงินสะพัดกว่า 3 ล้านบาท

สวพ.FM91

อัพเดต 30 มิ.ย. 2568 เวลา 09.49 น. • เผยแพร่ 30 มิ.ย. 2568 เวลา 08.16 น.

30 มิ.ย. 2568 ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยพล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. เป็นประธาน กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) ร่วมกับ ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. แถลงผล การเปิดปฏิบัติการบุกรวบปลัดอำเภอนอกแถว ทลายเครือข่ายกินหัวคิวบัตรชมพู ณ อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ โดยเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม นำหมายค้นของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 5 ที่ 1/2568 ลงวันที่ 26 มิถุนายน 2568 เข้าทำการตรวจค้นที่บ้านของนายบอ (นามสมมุติ) เพื่อรวบรวมพยานหลักฐาน

สืบเนื่องจากสำนักงาน ป.ป.ช. ได้รับแจ้งเบาะแสจากผู้เสียหาย ซึ่งประกอบอาชีพเป็นนายหน้าแรงงานต่างด้าว ได้นำแรงงานต่างด้าวเข้าทำบัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย (บัตรชมพู) และคัดแบบรับรองรายการทะเบียนประวัติของคนต่างด้าวที่ได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นกรณีพิเศษ (ท.ร. 38/1) ตามกฎกระทรวง กำหนดให้คนซึ่งไม่มีสัญชาติไทยปฏิบัติเกี่ยวกับการทะเบียนราษฎร พ.ศ. 2562 กำหนดค่าธรรมเนียมการออกบัตรประจำตัวฯ (บัตรชมพู) ฉบับละ 60 บาท และค่าธรรมเนียมการขอคัดสำเนา
แบบรับรองรายการทะเบียนฯ ฉบับละ 20 บาท

แต่นายบอ (นามสมมุติ) ได้เรียกเก็บค่าธรรมเนียมดังกล่าว จากนายหน้าแรงงานต่างด้าว จำนวน 200 บาทต่อแรงงานต่างด้าว 1 ราย ซึ่งมีเงินส่วนต่างเกินจากค่าธรรมเนียมตามกฎหมาย (เงินส่วนต่าง) จำนวน 120 บาท เฉพาะผู้เสียหายที่เข้าแจ้งเบาะแสกับสำนักงาน ป.ป.ช. เพียงรายเดียว มีเงินส่วนต่างเกินจากค่าธรรมเนียมฯ ตั้งแต่นายบอ เข้ามาปฏิบัติหน้าที่ หัวหน้าศูนย์บริหารการทะเบียนภาค 5 สาขาจังหวัดเชียงใหม่ เมื่อประมาณต้นปี พ.ศ. 2566 เป็นเงินจำนวนกว่า 2.4 ล้าน - 3.6 ล้านบาท

ทั้งนี้พบว่าในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ มีผู้ประกอบอาชีพตัวแทนนายหน้าแรงงานต่างด้าวกว่า 100 ราย ซึ่งพฤติการณ์เก็บค่าธรรมเนียมดังกล่าวเป็นที่รับรู้โดยทั่วไปว่านายบอ(นามสมมุติ) เรียกเก็บค่าธรรมเนียมฯ รายละ 200 บาทต่อแรงงานต่างด้าว 1 ราย หากตัวแทนนายหน้ารายใดไม่จ่ายเงินจำนวนดังกล่าว จะไม่ได้คิวนัดเพื่อนำแรงงานเข้าทำบัตรประจำตัวฯ

สำนักงาน ป.ป.ช. บก.ปปป. และสำนักงาน ป.ป.ท. จึงได้สนธิกำลังร่วมกันสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อขออนุมัติศาลออกหมายจับผู้ที่เกี่ยวข้อง และได้เข้าจับกุมผู้ถูกกล่าวหาพร้อมเงินของกลาง จำนวน 15,200 บาท ณ วิทยาลัยการปกครอง อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งใช้เป็นสถานที่ในการออกบัตรประจำตัวฯ (บัตรชมพู) และคัดสำเนาแบบรับรองรายการทะเบียนฯ

ภายหลังการจับกุมผู้ถูกกล่าวหาเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ.2566 มาตรา 22 และมาตรา 23 โดยได้นำตัวผู้ถูกกล่าวหาไปทำบันทึกการจับที่ สภ.ดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ และนำตัวส่งพนักงานสอบสวน บก.ปปป. เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

โดยปฎิบัติการนี้ เป็นการจับกุมตามหมายจับของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 5 ที่ 21/2568 ลงวันที่ 26 มิถุนายน 2568 ฐานเป็นเจ้าพนักงาน เรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด สำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ ฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใดหรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 149 มาตรา 157 ฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใดหรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต และฐานเป็นเจ้าพนักงานของรัฐ เจ้าหน้าที่ของรัฐต่างประเทศ หรือเจ้าหน้าที่องค์การระหว่างประเทศ เรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ เพื่อกระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่งไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือมิชอบด้วยหน้าที่ ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 172 และมาตรา 173

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...