สื่อกัมพูชาวิเคราะห์ สงครามไทย-กัมพูชาเต็มรูปแบบไม่น่าเกิดขึ้น
สำนักข่าว Fresh News ของกัมพูชาเผยแพร่บทวิเคราะห์ความขัดแย้งชายแดนไทย-กัมพูชา โดยระบุว่า แม้สถานการณ์ขณะนี้ดูเหมือนจะตึงเครียดอย่างมาก แต่สงครามเต็มรูปแบบไม่น่าจะเกิดขึ้น
Fresh News บอกว่า เมื่อวันที่ 17 มิ.ย. กัมพูชาตัดสินใจห้ามการนำเข้าผลไม้และผักของไทยทั้งหมดเข้าสู่กัมพูชา รวมถึงเริ่มอพยพประชาชนมากกว่า 3,000 คนจาก 6 หมู่บ้าน ออกจากพื้นที่ตามแนวชายแดน
Fresh News ระบุว่า สงครามเต็มรูปแบบระหว่างกองทัพทั้งสองตามแนวชายแดนนั้นไม่น่าจะเกิดขึ้น อย่างน้อยก็ในอนาคตอันใกล้นี้ เนื่องจากความขัดแย้งชายแดนไทย-กัมพูชามีความแตกต่างจากรูปแบบความขัดแย้งบางอย่างที่โลกเคยพบเห็นในสงครามชายแดนในประเทศอื่น
แม้ความตึงเครียดสูง แต่ยังอยู่ภายใต้การควบคุม
หลังจากเหตุการณ์เมื่อวันที่ 28 พ.ค. 68 ซึ่งทำให้ทหารกัมพูชาเสียชีวิต 1 นาย และมีการเคลื่อนกำลังและยุทโธปกรณ์จากทั้งสองประเทศไปยังพื้นที่ขัดแย้ง การเจรจาระหว่างกัมพูชาและไทยยังคงดำเนินต่อไปโดยไม่หยุดชะงัก
กลไกการเจรจาทวิภาคีนี้เป็นกลไกที่สำคัญมากที่สามารถควบคุมไม่ให้กองทัพทั้งสองปะทะกัน และไม่มีการปะทะกันครั้งสำคัญใหม่ใด ๆ นับตั้งแต่เหตุการณ์วันที่ 28 พ.ค. ซึ่งบ่งชี้ว่า กองทัพของทั้งสองประเทศกำลังใช้ความยับยั้งชั่งใจภายใต้ทิศทางการเมืองเฉพาะของตน
ช่องทางการทูตยังคงเปิดอยู่
กัมพูชาเลือกที่จะยื่นเรื่อง 4 พื้นที่พิพาทต่อศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ) เพื่อแสดงความเต็มใจที่จะใช้อนุญาโตตุลาการทางกฎหมายอย่างสันติเกี่ยวกับความตึงเครียดที่ทวีความรุนแรงขึ้น
และแม้ว่าไทยจะไม่ยอมรับเขตอำนาจศาลของ ICJ แต่ไทยก็ไม่ได้ถอนตัวจากการเจรจาทวิภาคี กลไกทวิภาคี เช่น คณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม (JBC) ยังคงทำงานอยู่ แม้ว่าการประชุมในเดือน มิ.ย. จะไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างสมบูรณ์ แต่การประชุม JBC อีกครั้งมีกำหนดในเดือน ก.ย. ซึ่งหมายความว่าช่องทางการทูตระหว่างสองประเทศยังคงเปิดอยู่
แรงกดดันในระดับภูมิภาคและระดับโลกป้องกันไม่ให้สงครามปะทุ
หลักการสันติภาพของอาเซียนระบุอย่างชัดเจนว่า ประเทศสมาชิกไม่ควรใช้อาวุธเพื่อแก้ไขข้อพิพาท แม้ว่าอาเซียนจะถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าขาดความเข้มแข็งในการนำหลักการเหล่านี้ไปปฏิบัติ แต่อาเซียนซึ่งมักถูกมองว่าเป็นแบบอย่างของสันติภาพในภูมิภาคและระดับโลก ไม่สามารถปล่อยให้การสู้รบระหว่างกัมพูชากับไทยทำลายชื่อเสียงขององค์กรได้
นอกจากนี้ ประชาคมโลก โดยเฉพาะประเทศพันธมิตรที่สำคัญ เช่น จีน เวียดนาม และญี่ปุ่น ยังเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และหลายฝ่ายมุ่งหวังที่จะไกล่เกลี่ยเพื่อป้องกันไม่ให้ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เกิดความไม่มั่นคง
ตัวอย่างความขัดแย้งทางการเมืองระดับโลก เช่น รัสเซีย-ยูเครน และอิสราเอล-กาซา แสดงให้เห็นชัดเจนว่า เมื่อเกิดสงคราม การจัดการสถานการณ์จะเป็นเรื่องยากมาก เนื่องจากสถาบันระหว่างประเทศที่สำคัญ เช่น สหประชาชาติ ไม่มีศักยภาพในการยุติความขัดแย้ง
ประเทศสำคัญในภูมิภาคจึงพยายามป้องกันไม่ให้เกิดสงครามระหว่างกัมพูชากับไทย เนื่องจากเกรงว่าสงครามดังกล่าวจะสร้างบรรทัดฐานเชิงลบเช่นเดียวกับความขัดแย้งในภูมิภาคอื่น ๆ
แรงจูงใจทางการเมืองเพื่อหลีกเลี่ยงสงคราม
การที่สมเด็จ ฮุน เซน ประธานวุฒิสภา และฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา เลือกใช้กฎหมายระหว่างประเทศ เป็นหลักฐานว่า กัมพูชาไม่พร้อมที่จะหาทางแก้ไขปัญหาด้วยความรุนแรงผ่านสงคราม
ขณะเดียวกัน รัฐบาลไทยซึ่งอยู่ภายใต้แรงกดดันจากกลุ่มชาตินิยมในประเทศเองก็แสดงสัญญาณของความยืดหยุ่นทางการทหารเช่นกัน อย่างไรก็ตาม หลายคนคาดหวังว่า ทั้งไทยและกัมพูชาจะไม่เลือกสงครามเป็นทางออกในการแก้ไขข้อพิพาท เนื่องจากสงครามอาจนำไปสู่วิกฤตการณ์ทางการเมืองและเศรษฐกิจที่ร้ายแรงสำหรับทั้งสองประเทศ
นอกจากนี้ โลกกำลังเผชิญกับวิกฤตเศรษฐกิจจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน และความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ซึ่งทำให้เกิดความกังวลว่าจะลุกลามเป็นความขัดแย้งระดับโลก
ดังนั้น สงครามชายแดนระหว่างกัมพูชาและไทยจึงไม่น่าจะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้ อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงของการปะทะกันในระดับเล็ก ๆ หรือความรุนแรงที่เพิ่มมากขึ้นโดยไม่ได้ตั้งใจอาจเกิดขึ้นได้ หากความสัมพันธ์ระหว่างกองทัพของทั้งสองประเทศไม่ได้รับการจัดการอย่างดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับประเทศไทย ซึ่งสถานการณ์ทางการเมืองภายในประเทศมีลักษณะของการไม่เห็นด้วยระหว่างกองทัพและผู้นำรัฐบาลไทย ซึ่งไม่เหมือนกับความสามัคคีที่หยั่งรากลึกระหว่างกองทัพ ประชาชน และรัฐบาลกัมพูชา
เรียบเรียงจาก Fresh News
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ชาวกัมพูชา 150,000 คนร่วมเดินขบวนสนับสนุนรัฐบาลปมชายแดนไทย-กัมพูชา
“ฮุน มาเนต” เดือด! โต้ “นายกฯ อิ๊งค์” ใครกันแน่ไม่มืออาชีพ?
“ฮุน เซน” ถาม ทำไมไทยต้องกลัวเฟซบุ๊กตนจนต้องตั้งทีมติดตาม-ตอบโต้
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สื่อกัมพูชาวิเคราะห์ สงครามไทย-กัมพูชาเต็มรูปแบบไม่น่าเกิดขึ้น
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.pptvhd36.com