โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทรัมป์สั่งใช้ภาษี 50% กับบราซิลอ้างค้าขายไม่เป็นธรรม แต่ซ่อนนัย ปกป้องพวกพ้อง ด้านประธานาธิบดีลูลา สวนกลับ ‘จะไม่ยอมให้ใครมาสั่งสอน’

THE STANDARD

อัพเดต 10 ก.ค. 2568 เวลา 05.48 น. • เผยแพร่ 10 ก.ค. 2568 เวลา 05.48 น. • thestandard.co
ทรัมป์สั่งใช้ภาษี 50% กับบราซิลอ้างค้าขายไม่เป็นธรรม แต่ซ่อนนัย ปกป้องพวกพ้อง ด้านประธานาธิบดีลูลา สวนกลับ ‘จะไม่ยอมให้ใครมาสั่งสอน’

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ได้หันหัวเรือสงครามการค้าพุ่งเป้าไปที่บราซิล ชาติมหาอำนาจทางเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดในละตินอเมริกา ด้วยการขู่จะเรียกเก็บภาษีในอัตราสูงถึง 50% กับสินค้าส่งออกของบราซิล และสั่งให้มีการสอบสวนการปฏิบัติทางการค้าที่ไม่เป็นธรรม ซึ่งอาจนำไปสู่กำแพงภาษีที่สูงยิ่งขึ้นไปอีก

เมื่อวันพุธ (9 ก.ค.) ที่ผ่านมา ทรัมป์ประกาศว่าสหรัฐฯ จะบังคับใช้ภาษี 50% กับสินค้านำเข้าจากบราซิล โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม ซึ่งเป็นการกระโดดขึ้นจากอัตรา 10% ที่เคยบังคับใช้เมื่อต้นเดือนเมษายนอย่างมหาศาล ในจดหมายที่ส่งถึงประธานาธิบดีลูลา ทรัมป์อ้างว่าการขึ้นภาษีครั้งนี้เป็นการตอบโต้ ‘ความสัมพันธ์ทางการค้าที่ไม่เป็นธรรม’ ระหว่างสองประเทศ

แต่ที่พิเศษกว่าจดหมายที่ส่งถึงผู้นำชาติอื่นกว่า 20 ฉบับ คือการระบุอย่างชัดเจนว่าเป็นการลงโทษบราซิลต่อการดำเนินคดีกับอดีตประธานาธิบดีฌาอีร์ โบลโซนารู ซึ่งเป็นพันธมิตรคนสำคัญของทรัมป์

ทรัมป์เรียกการดำเนินคดีกับโบลโซนารูในจดหมายว่าเป็น ‘ความอัปยศระดับนานาชาติ’ และเป็นการ ‘ล่าแม่มด’ ซึ่งเป็นวาทกรรมเดียวกับที่เขาเคยใช้บรรยายคดีความต่างๆ ที่เขาเผชิญก่อนชนะการเลือกตั้งในปี 2024

นอกจากนี้ เขายังกล่าวหาบราซิลว่า ‘โจมตีการเลือกตั้งเสรีและสิทธิในการพูดขั้นพื้นฐานของชาวอเมริกัน’ ซึ่งน่าจะหมายถึงคำตัดสินของศาลสูงบราซิลที่อาจทำให้แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียต้องรับผิดชอบต่อเนื้อหาของผู้ใช้ พร้อมทั้งสั่งให้สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) เปิดการสอบสวนบราซิลภายใต้มาตรา 301 ของกฎหมายการค้าปี 1974

ทางด้านประธานาธิบดีลูลา ดา ซิลวา ได้ออกมาตอบโต้จดหมายของทรัมป์อย่างดุเดือด โดยยืนยันว่าจะใช้มาตรการทางการค้าตอบโต้สหรัฐฯ ‘ในระดับที่สมน้ำสมเนื้อ’ กับอัตราภาษี 50% ที่ได้รับมา ภายใต้กฎหมายเศรษฐกิจฉบับใหม่ของประเทศ “บราซิลเป็นประเทศที่มีอำนาจอธิปไตยและมีสถาบันที่เป็นอิสระ และจะไม่ยอมให้ใครมาสั่งสอน” ลูลาระบุในโพสต์บนโซเชียลมีเดีย

ขณะเดียวกันเขาชี้ให้เห็นว่าคำกล่าวอ้างของทรัมป์เรื่องการขาดดุลการค้านั้นไม่เป็นความจริง โดยอ้างอิงตัวเลขของรัฐบาลสหรัฐฯ เองที่ระบุว่า ในปี 2024 สหรัฐฯ กลับเป็นฝ่ายเกินดุลการค้ากับบราซิลถึง 7.4 พันล้านดอลลาร์ (ราว 2.42 แสนล้านบาท)

จดหมายที่ส่งถึงบราซิลครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ ‘จดหมายยื่นคำขาด’ ที่ทรัมป์ใช้กับหลายประเทศทั่วโลก ซึ่งล้วนมีเนื้อหามาตรฐานที่ระบุว่าอัตราภาษีใหม่นี้แยกต่างหากจากภาษีเฉพาะภาคส่วน (เช่น เหล็ก อลูมิเนียม) และหากประเทศใดขึ้นภาษีตอบโต้ สหรัฐฯ ก็จะขึ้นภาษีในอัตราที่เท่ากัน

อย่างไรก็ตาม จดหมายก็ยังเปิดช่องไว้ว่า ‘อาจพิจารณาปรับแก้’ หากประเทศนั้นๆ ยกเลิกอุปสรรคทางการค้าทั้งในรูปแบบภาษีและที่ไม่ใช่ภาษี

น่าสนใจว่า ในขณะที่ทรัมป์กำลังเปิดศึกกับบราซิล รัฐบาลของเขากลับกำลังเข้าใกล้การบรรลุข้อตกลงกับสหภาพยุโรป (EU) ซึ่งเป็นคู่ค้าทวิภาคีที่ใหญ่ที่สุดของสหรัฐฯ ทรัมป์กล่าวว่า EU ปฏิบัติต่อสหรัฐฯ “ดีมากในช่วงหลังนี้ ซึ่งแตกต่างจากเดิมอย่างสิ้นเชิง”

อย่างไรก็ตาม การเคลื่อนไหวทางการค้าที่รวดเร็วของทรัมป์ได้สร้างความปั่นป่วนไปทั่วโลก และถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักภายในประเทศ

มอร่า ฮีลีย์ (Maura Healey) ผู้ว่าการรัฐแมสซาชูเซตส์จากพรรคเดโมแครต ตำหนิทรัมป์ถึง ‘สงครามการค้าที่ล้มเหลว’ ของเขา เธอกล่าวในแถลงการณ์ว่า “ประธานาธิบดีทรัมป์ได้รับเลือกมาเพื่อลดค่าครองชีพ แต่ทั้งหมดที่เขาทำคือการขึ้นราคาสินค้าและทำร้ายธุรกิจของเรา”

ภาพ: Wagner Meier/Getty Images

อ้างอิง:

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...