โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที

Trend Micro ชี้ทิศทางความปลอดภัยไซเบอร์ในยุค AI ต้องเปลี่ยนจาก "ตั้งรับ" เป็น "รุกไปข้างหน้า"

sanook.com

เผยแพร่ 09 ก.ค. 2568 เวลา 04.16 น. • Sanook
จากรายงานของ Trend Micro เรื่อง

ช่วงปี 2024 - 2025 เราคงได้เห็นว่าโลกดิจิทัลหมุนไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ภูมิทัศน์ของภัยคุกคามทางไซเบอร์ก็เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง Trend Micro (เทรนด์ไมโคร) ผู้นำด้านความปลอดภัยไซเบอร์ระดับโลก ได้เผยแพร่รายงานคาดการณ์แนวโน้มสำคัญสำหรับปี 2025 โดยชี้ว่าองค์กรต่างๆ ไม่สามารถใช้แนวทางความปลอดภัยแบบดั้งเดิมที่เน้นการ "ตั้งรับ" ได้อีกต่อไป แต่ต้องเปลี่ยนผ่านสู่กลยุทธ์ "ความปลอดภัยเชิงรุก" (Proactive Security) เพื่อรับมือกับภัยคุกคามที่ซับซ้อนและทรงพลังยิ่งขึ้น

ครั้งนี้เราจะมาเปิดรายงานของ"Trend 2025 Cyber Risk Report" และ "Securing the Artificial Future" ของ Trend Micro ได้สรุปเทรนด์หลักที่องค์กรต้องเผชิญและเตรียมพร้อมสำหรับปี 2025 ให้คุณได้รู้และรับมือกัน

batch_img_20250708_105028

AI ดาบสองคมที่ขับเคลื่อนทั้งการโจมตีและการป้องกัน

AI คือหัวใจสำคัญของการเปลี่ยนแปลงในปี 2025 โดยมีบทบาทในสองด้านที่ตรงข้ามกันอย่างสิ้นเชิง:

  • AI ในมืออาชญากรไซเบอร์: แฮกเกอร์และกลุ่มอาชญากรไซเบอร์นำ Generative AI มาใช้เป็นเครื่องมือเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความรวดเร็วในการโจมตี ไม่ว่าจะเป็นการสร้างอีเมลฟิชชิ่งที่แนบเนียนและแยกแยะได้ยาก, การสร้างมัลแวร์ที่สามารถหลบเลี่ยงการตรวจจับ, ไปจนถึงการสร้าง "Deepfake" และ "Digital Twin" ปลอมเพื่อใช้ในกลโกงทางวิศวกรรมสังคม (Social Engineering) ทำให้การหลอกลวงเพื่อขโมยข้อมูลประจำตัว (Credentials) หรือทรัพย์สินทำได้อย่างน่าเชื่อถือและขยายวงกว้างได้ง่ายขึ้น

  • AI ในมือผู้พิทักษ์ (Defensive AI): ในทางกลับกัน เทคโนโลยี AI ก็เป็นเครื่องมือที่ทรงพลังที่สุดสำหรับฝ่ายป้องกัน โดยช่วยให้ระบบความปลอดภัยสามารถวิเคราะห์และตรวจจับพฤติกรรมที่ผิดปกติได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ ช่วยให้นักวิเคราะห์ความปลอดภัยสามารถรับมือกับภัยคุกคามที่ไม่เคยพบมาก่อน (Zero-day Threats) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

batch_img_20250708_111802
batch_img_20250708_112013

พื้นที่เสี่ยงต่อการโจมตี (Attack Surface) ขยายตัวและซับซ้อนขึ้น

เมื่อการทำงานในยุคดิจิทัลที่พนักงานทำงานได้จากทุกที่ (Borderless Workforce) และการย้ายระบบขึ้นสู่คลาวด์ (Cloud Environments) ทำให้ "พื้นที่เสี่ยงต่อการโจมตี" ขององค์กรไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในออฟฟิศอีกต่อไป Trend Micro ชี้ว่าจุดเสี่ยงสำคัญในปี 2025 ได้แก่

  • การเข้าถึงแอปพลิเคชันบนคลาวด์ที่ไม่ปลอดภัย (Risky Cloud App Access): การตั้งค่าคลาวด์ที่ผิดพลาดหรือหละหลวมยังคงเป็นประตูหลักที่เปิดทางให้ผู้โจมตีเข้ามาได้

  • บัญชีผู้ใช้ที่ไม่มีการเคลื่อนไหว (Stale Accounts): บัญชีเก่าของพนักงานที่ลาออกไปแล้ว หรือบัญชีที่ไม่ได้ใช้งานในระบบ เช่น Microsoft Entra ID (Azure AD) และ Active Directory กลายเป็นเป้าหมายที่ถูกมองข้ามและสามารถถูกยึดครองเพื่อใช้แทรกซึมเข้ามาในระบบได้

  • อีเมลยังคงเป็นช่องทางยอดนิยม: การโจมตีผ่านอีเมล ทั้งในรูปแบบของแรนซัมแวร์และอีเมลหลอกลวงเพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจ (Business Email Compromise - BEC) ยังคงมีปริมาณสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

  • ช่องโหว่ในเครื่องมือที่ถูกกฎหมาย (Legitimate Tools): อาชญากรไซเบอร์มุ่งเป้าไปที่การใช้ช่องโหว่ของซอฟต์แวร์และเครื่องมือที่องค์กรใช้งานเป็นประจำ เพื่อใช้เป็นฐานในการโจมตี

จาก "การจัดการภัยคุกคาม" สู่ "การจัดการความเสี่ยงบนพื้นที่การโจมตี" (ASRM)

หัวใจสำคัญของการเปลี่ยนแปลงที่ Trend Micro ผลักดันคือการเปลี่ยนมุมมองจากการไล่ตามแก้ปัญหา (Reactive) ไปสู่การมองภาพรวมและจัดการความเสี่ยงเชิงรุก หรือที่เรียกว่า Attack Surface Risk Management (ASRM) ซึ่งเป็นแนวทางที่ให้ความสำคัญกับ:

  • การมองเห็น (Visibility): องค์กรต้องสามารถมองเห็นภาพรวมของสินทรัพย์ดิจิทัลทั้งหมดของตนเองได้ ไม่ว่าจะเป็น Endpoint, เซิร์ฟเวอร์, ระบบคลาวด์, อีเมล, เครือข่าย และที่สำคัญคือ "ข้อมูลประจำตัว" (Identity) ของผู้ใช้งาน

  • การจัดลำดับความสำคัญ (Prioritization): ใช้ข้อมูลเชิงลึกและ AI เพื่อวิเคราะห์ว่าความเสี่ยงหรือช่องโหว่ใดที่อันตรายที่สุดและควรได้รับการแก้ไขก่อน เพื่อให้ทีมรักษาความปลอดภัยสามารถใช้ทรัพยากรได้อย่างคุ้มค่า

  • การป้องกันและแก้ไข (Mitigation): ดำเนินการอุดช่องโหว่ ปรับปรุงการตั้งค่าความปลอดภัยให้แข็งแกร่งขึ้น (Security Hardening) และวางแนวทางการป้องกันที่เหมาะสมกับความเสี่ยงที่ประเมินไว้

880138_0

คำแนะนำจาก Trend Micro ให้รอดกับเรื่องความปลอดภัยในปีนี้

เมื่อเห็นแบบนี้คุณอาจจะตกใจว่า แล้วเราต้องทำอย่างไรกันดี ทางด้าน Trend Micro ได้เปิดเผยวธีการรับมือผ่าน 3 แนวทางได้แก่

  • ใช้แพลตฟอร์มความปลอดภัยแบบรวมศูนย์: ลงทุนในแพลตฟอร์มที่สามารถมอบมุมมองแบบองค์รวมของความเสี่ยงทั้งหมดได้ในที่เดียว เช่น Trend Vision One™ ซึ่งช่วยให้ทีมงานมองเห็นภาพเดียวกันและตอบสนองต่อเหตุการณ์ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

  • สุขอนามัยไซเบอร์ขั้นพื้นฐานยังคงสำคัญ: อย่าละเลยพื้นฐานที่สำคัญ เช่น การเปิดใช้งานการยืนยันตัวตนหลายปัจจัย (MFA) ให้ครอบคลุม, การจัดการบัญชีผู้ใช้ที่ไม่มีการเคลื่อนไหวอย่างสม่ำเสมอ, และการอัปเดตแพตช์ (Patching) ของซอฟต์แวร์และระบบปฏิบัติการทันทีที่มีการประกาศ

  • สร้างวัฒนธรรมความปลอดภัย: ฝึกอบรมพนักงานให้ตระหนักรู้ถึงกลโกงล่าสุด โดยเฉพาะ Phishing และ Deepfake เพื่อสร้างปราการด่านแรกที่แข็งแกร่งที่สุด นั่นคือ "คน"

ดังนั้นถ้าจะบอกว่าปี 2025 จะเป็นปีที่พิสูจน์ความพร้อมขององค์กรในการปรับตัวสู่ยุค AI อย่างแท้จริง แต่การลงทุนในเทคโนโลยีที่ใช่และปรับเปลี่ยนกลยุทธ์สู่แนวทางเชิงรุกเท่านั้นที่จะช่วยให้ธุรกิจสามารถเติบโตต่อไปได้อย่างมั่นคงและปลอดภัยในโลกดิจิทัลที่ไม่มีวันหยุดนิ่ง ก็ควรจะต้องรับมือให้เหมาะสม ก่อนที่ภัยเหล่านั้นจะเป็นอันตรายต่อคุณเอง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...