โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ซิบบับเวจะจัดการช้าง 200 ตัว เพื่อนำไปเป็นอาหาร หลังประเทศเจอภัยแล้งรุนแรง

Environman

เผยแพร่ 18 ก.ย 2567 เวลา 00.00 น.

ซิมบับเวเตรียมสั่งจัดการช้าง 200 ตัว หลังประเทศเผชิญปัญหาขาดแคลนอาหารจากภัยแล้ง จนทำให้ประชาชนจำนวนมากขาดแคลนอาหาร

ซิมบับเวมีช้างแอฟริกาอยู่ในประเทศประมาณ 100,000 ตัว ซึ่งถือเป็นจำนวนมากที่สุดเป็นอันดับ 2 ของโลกรองจากบอตสวานา โดยเป็นผลจากความพยายามด้านการอนุรักษ์ที่ดำเนินมาอย่างยาวนาน ทำให้มีการล่าช้างครั้งสุดท้ายเกิดขึ้นในปี 1988

อย่างไรก็ตาม ในปีนี้ซิมบับเวต้องเผชิญกับภัยแล้งรุนแรง ทำให้รัฐบาลจำเป็นต้องประเทศภาวะภัยพิบัติทั่วประเทศ โดยมีประชาชนได้รับผลกระทบหลายล้านคน ขณะเดียวกันพืชผลก็ได้รับความเสียหายอย่างหนักทั้งขาดแคลนน้ำและอาหาร รัฐบาลจึงตัดสินใจแบบเดียวกับที่นามิเบียได้ประกาศไปก่อนหน้า

“เรากำลังหารือกับ ZimParks (หน่วยงานดูแลสัตว์ป่าของประเทศ) และชุมชนบางแห่งเพื่อทำแบบเดียวกับที่นามิเบียทำ” Sithembiso Nyoni รัฐมนตรีกระทรวงสิ่งแวดล้อมของประเทศ กล่าว “เพื่อที่เราจะได้จัดการช้างและระดมผู้หญิงไปตามเนื้อ บรรจุหีบห่อ และทำให้แน่ใจว่าเนื้อช้างจะไปถึงชุมชนที่ต้องการโปรตีน”

ก่อนหน้าที่เมื่อต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา นามิเบียได้ประกาศจัดการกับสัตว์ป่าจำนวน 700 ตัวเพื่อนำมาเป็นอาหารให้กับประชาชนที่เผชิญปัญหาภัยแล้งจัด โดยระบุว่าการฆ่าครั้งนี้ได้รับการศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์แล้วว่าสามารถทำได้โดยไม่ทำให้ประชากรสัตว์เสียหาย

ขณะเดียวกันทางซิมบับเวก็ให้เหตุผลว่าช้างในประเทศ ‘มีจำนวนมากเกินกว่าที่จำเป็น’ ซึ่งทำให้เกิดความขัดแย้งกับผู้คนท้องถิ่นอยู่หลายครั้งในการแย่งชิงทรัพยากรน้ำและอาหาร ดังนั้นการจัดการช้างแอฟริกาส่วนหนึ่งออกไปก็จะช่วยลดปัญหาดังกล่าวได้ในอีกทางหนึ่ง

“(ช้าง)มีผลกระทบร้ายแรงต่อถิ่นที่อยู่อาศัยหากปล่อยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องและทวีคูณ” Chris Brown นักอนุรักษ์และซีอีโอของ Namibian Chamber of Environment กล่าว “พวกมันทำลายระบบนิเวศและถิ่นที่อยู่อาศัยจริง ๆ พร้อมกับมีผลกระทบมหาศาลต่อสปีชีส์อื่น ๆ ที่ไม่เป็นที่รู้จักมากนัก”

อย่างไรก็ตามผู้เชี่ยวชาญคนอื่น ๆ กังวลว่าการสังหารช้างครั้งนี้ของนามิเบียอาจทำให้ภาพลักษณ์ของประเทศ กับการท่องเที่ยวที่ได้กำไรจากช้างเสียหาย ซึ่งจะส่งผลกระทบในระยะยาว

“รัฐบาลต้องมีวิธีการที่ยั่งยืนและเป็นมิตรต่ตอสิ่งแวดล้อมมากขึ้น เพื่อรับมือกับภัยแล้งโดยไม่กระทบกับการท่องเที่ยว” Farai Maguwu ผู้อำนวยการศูนย์บริหารการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งเป็นองค์กรไม่แสวงหากำไรกล่าว “พวกเขา(ซิมบับเว)เสี่ยงที่จะถูกนักท่องเที่ยวปฏิเสธด้วยเหตผลทางจริยธรรม ช้างมีกำไรมากกว่าเมื่อยังมีชีวิตอยู่”

ตามการประมาณของสหประชาชาติ ชาวซิมบับเวประมาณ 42% อยู่ในสถานะยากจน และทางการระบุว่ามีประมาณ 6 ล้านคนที่ต้องได้รับการช่วยเหลือด้านอาหารในช่วงฤดูแล้ง ระหว่างเดือนพฤศจิกายนถึงมีนาคม ซึ่งเป็นช่วงที่อาหารขาดแคลนมากที่สุด

ที่มา

https://www.theguardian.com/…/zimbabwe-orders-cull-of…

https://www.iflscience.com/zimbabwe-government-orders…

https://www.euronews.com/…/amid-food-insecurity…

Photo: Mint_Images/Envato

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...