ซิบบับเวจะจัดการช้าง 200 ตัว เพื่อนำไปเป็นอาหาร หลังประเทศเจอภัยแล้งรุนแรง
ซิมบับเวเตรียมสั่งจัดการช้าง 200 ตัว หลังประเทศเผชิญปัญหาขาดแคลนอาหารจากภัยแล้ง จนทำให้ประชาชนจำนวนมากขาดแคลนอาหาร
ซิมบับเวมีช้างแอฟริกาอยู่ในประเทศประมาณ 100,000 ตัว ซึ่งถือเป็นจำนวนมากที่สุดเป็นอันดับ 2 ของโลกรองจากบอตสวานา โดยเป็นผลจากความพยายามด้านการอนุรักษ์ที่ดำเนินมาอย่างยาวนาน ทำให้มีการล่าช้างครั้งสุดท้ายเกิดขึ้นในปี 1988
อย่างไรก็ตาม ในปีนี้ซิมบับเวต้องเผชิญกับภัยแล้งรุนแรง ทำให้รัฐบาลจำเป็นต้องประเทศภาวะภัยพิบัติทั่วประเทศ โดยมีประชาชนได้รับผลกระทบหลายล้านคน ขณะเดียวกันพืชผลก็ได้รับความเสียหายอย่างหนักทั้งขาดแคลนน้ำและอาหาร รัฐบาลจึงตัดสินใจแบบเดียวกับที่นามิเบียได้ประกาศไปก่อนหน้า
“เรากำลังหารือกับ ZimParks (หน่วยงานดูแลสัตว์ป่าของประเทศ) และชุมชนบางแห่งเพื่อทำแบบเดียวกับที่นามิเบียทำ” Sithembiso Nyoni รัฐมนตรีกระทรวงสิ่งแวดล้อมของประเทศ กล่าว “เพื่อที่เราจะได้จัดการช้างและระดมผู้หญิงไปตามเนื้อ บรรจุหีบห่อ และทำให้แน่ใจว่าเนื้อช้างจะไปถึงชุมชนที่ต้องการโปรตีน”
ก่อนหน้าที่เมื่อต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา นามิเบียได้ประกาศจัดการกับสัตว์ป่าจำนวน 700 ตัวเพื่อนำมาเป็นอาหารให้กับประชาชนที่เผชิญปัญหาภัยแล้งจัด โดยระบุว่าการฆ่าครั้งนี้ได้รับการศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์แล้วว่าสามารถทำได้โดยไม่ทำให้ประชากรสัตว์เสียหาย
ขณะเดียวกันทางซิมบับเวก็ให้เหตุผลว่าช้างในประเทศ ‘มีจำนวนมากเกินกว่าที่จำเป็น’ ซึ่งทำให้เกิดความขัดแย้งกับผู้คนท้องถิ่นอยู่หลายครั้งในการแย่งชิงทรัพยากรน้ำและอาหาร ดังนั้นการจัดการช้างแอฟริกาส่วนหนึ่งออกไปก็จะช่วยลดปัญหาดังกล่าวได้ในอีกทางหนึ่ง
“(ช้าง)มีผลกระทบร้ายแรงต่อถิ่นที่อยู่อาศัยหากปล่อยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องและทวีคูณ” Chris Brown นักอนุรักษ์และซีอีโอของ Namibian Chamber of Environment กล่าว “พวกมันทำลายระบบนิเวศและถิ่นที่อยู่อาศัยจริง ๆ พร้อมกับมีผลกระทบมหาศาลต่อสปีชีส์อื่น ๆ ที่ไม่เป็นที่รู้จักมากนัก”
อย่างไรก็ตามผู้เชี่ยวชาญคนอื่น ๆ กังวลว่าการสังหารช้างครั้งนี้ของนามิเบียอาจทำให้ภาพลักษณ์ของประเทศ กับการท่องเที่ยวที่ได้กำไรจากช้างเสียหาย ซึ่งจะส่งผลกระทบในระยะยาว
“รัฐบาลต้องมีวิธีการที่ยั่งยืนและเป็นมิตรต่ตอสิ่งแวดล้อมมากขึ้น เพื่อรับมือกับภัยแล้งโดยไม่กระทบกับการท่องเที่ยว” Farai Maguwu ผู้อำนวยการศูนย์บริหารการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งเป็นองค์กรไม่แสวงหากำไรกล่าว “พวกเขา(ซิมบับเว)เสี่ยงที่จะถูกนักท่องเที่ยวปฏิเสธด้วยเหตผลทางจริยธรรม ช้างมีกำไรมากกว่าเมื่อยังมีชีวิตอยู่”
ตามการประมาณของสหประชาชาติ ชาวซิมบับเวประมาณ 42% อยู่ในสถานะยากจน และทางการระบุว่ามีประมาณ 6 ล้านคนที่ต้องได้รับการช่วยเหลือด้านอาหารในช่วงฤดูแล้ง ระหว่างเดือนพฤศจิกายนถึงมีนาคม ซึ่งเป็นช่วงที่อาหารขาดแคลนมากที่สุด
ที่มา
https://www.theguardian.com/…/zimbabwe-orders-cull-of…
https://www.iflscience.com/zimbabwe-government-orders…
https://www.euronews.com/…/amid-food-insecurity…
Photo: Mint_Images/Envato