โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

AOT นำทีม “หุ้นการบิน” วิ่งคึก! ลุ้นนักท่องเที่ยว “จีน” ฟื้นตัว ดันกำไรโตเด่น

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 15 ธ.ค. 2568 เวลา 03.26 น. • เผยแพร่ 15 ธ.ค. 2568 เวลา 03.26 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (15 ธ.ค.68) ณ เวลา 10:10 น. ราคาหุ้น บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT อยู่ที่ระดับ 52 บาท บวก 2 บาท หรือ 4% สูงสุดที่ระดับ 52 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 50.50 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 407.61 ล้านบาท

บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หรือ THAI อยู่ที่ระดับ 8.50 บาท บวก 0.15 บาท หรือ 1.80% สูงสุดที่ระดับ 8.65 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 8.35 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 63.94 ล้านบาท

บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BA อยู่ที่ระดับ 14.60 บาท บวก 0.30 บาท หรือ 2.10% สูงสุดที่ระดับ 14.70 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 14.30 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 19.98 ล้านบาท

บริษัท เอเชีย เอวิเอชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ AAV อยู่ที่ระดับ 1.21 บาท บวก 0.05 บาท หรือ 4.31% สูงสุดที่ระดับ 1.22 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 1.16 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 51.25 ล้านบาท

ทั้งนี้ บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยมุมมองเชิงบวกต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยวจากการเข้าร่วมสัมมนาเรื่อง “จับชีพจรนักท่องเที่ยวจีน : โอกาสและความท้าทายในปี 2026” ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ซึ่งมี นายชนะพันธ์ แก้วกล้าไชยวุฒิ นายกสมาคมผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวสัมพันธ์ไทย-จีน เป็นวิทยากรหลัก

โดยประเมินว่านักท่องเที่ยวจีนได้ผ่านพ้นจุดต่ำสุดแล้วในปี 2568 และคาดว่าจะเห็นการฟื้นตัวอย่างชัดเจนในช่วงเทศกาลตรุษจีนไตรมาสแรกของปี 2569 โดยคาดว่าตลอดปี 2569 จำนวนนักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้าไทยอาจสูงถึง 8 ล้านคน จากช่วง 11 เดือนแรกของปี 2568 ที่มีจำนวนประมาณ 4.1 ล้านคน ปัจจัยสนับสนุนสำคัญมาจากการเสด็จพระราชดำเนินเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งนับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ รวมถึงการกลับมาของนักท่องเที่ยวกลุ่มทัวร์จีน

สำหรับช่วงเทศกาลตรุษจีนระหว่างวันที่ 17 กุมภาพันธ์ ถึง 3 มีนาคม 2569 คาดว่าการท่องเที่ยวจะเติบโตเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนได้อย่างโดดเด่น ส่วนหนึ่งเป็นผลจากข้อจำกัดด้านการท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวจีนไปยังประเทศญี่ปุ่น รวมถึงการฟื้นตัวของกรุ๊ปทัวร์จีน ขณะที่ประเด็นความตึงเครียดระหว่างไทยและกัมพูชา บล.ดาโอประเมินว่ามีผลกระทบต่อภาคท่องเที่ยวค่อนข้างจำกัด

ทั้งนี้ บล.ดาโอ มองว่าไทยยังคงมีศักยภาพในการแข่งขันกับเวียดนาม จากจุดแข็งด้านคุณภาพการให้บริการ การท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ และความสามารถในการรองรับนักท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี แตกต่างจากเวียดนามที่เน้นแหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้นและมีฤดูกาลท่องเที่ยวจำกัด

พร้อมประมาณการกำไรปกติของกลุ่มท่องเที่ยวในปี 2568 และปี 2569 อยู่ที่ 12,200 ล้านบาท และ 13,200 ล้านบาท ตามลำดับ คิดเป็นการเติบโต 8.5% และ 8.4% เมื่อเทียบกับปีก่อน จากการเติบโตของรายได้ต่อห้องพัก การบริหารต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพ พร้อมปรับน้ำหนักการลงทุนในกลุ่มท่องเที่ยวเป็น “มากกว่าตลาด” จากเดิม “เท่ากับตลาด” เนื่องจากช่วงไตรมาส 4 ปี 2568 ถึงไตรมาส 1 ปี 2569 เข้าสู่ฤดูกาลท่องเที่ยวสูงสุดทั้งในประเทศไทยและมัลดีฟส์ ประกอบกับนักท่องเที่ยวจีนเริ่มฟื้นตัวชัดเจน

ด้านมูลค่าหุ้น บล.ดาโอ ระบุว่าราคาหุ้นกลุ่มท่องเที่ยวปรับลดลงมาซื้อขายที่อัตราส่วนราคาต่อกำไรเพียง 13 เท่า จากไตรมาสก่อนที่ระดับ 20 เท่า และยังต่ำกว่าระดับก่อนเกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 ซึ่งอยู่ราว 35 เท่า โดยยังคงเลือกบริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน) หรือ CENTEL และบริษัท ดิ เอราวัณ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ ERW เป็นหุ้นเด่นในกลุ่มนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...