ประสพ เรียงเงิน ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม ผู้ผลักดัน Soft Power ไทยเป็นระบบ บูรณาการงานอนุรักษ์-ต่อยอด-เศรษฐกิจวัฒนธรรม ยกระดับ “วัฒนธรรมไทย” สู่เครื่องยนต์เศรษฐกิจ
THE STATES TIMES
อัพเดต 02 ธ.ค. 2568 เวลา 10.08 น. • เผยแพร่ 03 ธ.ค. 2568 เวลา 06.00 น. • THE STATES TIMES TEAMสำนักงานปลัดกระทรวงวัฒนธรรม อาจเป็นชื่อที่คนทั่วไป “คุ้นตาในหนังสือราชการ” แต่มีความสงสัยว่าทำหน้าที่อะไร แล้วมีผลอะไรต่อชีวิตประจำวันของคนไทย แท้จริงแล้วสำนักงานฯ แห่งนี้คือ “ศูนย์บัญชาการ” ที่แปลงวิสัยทัศน์ของกระทรวงวัฒนธรรมให้กลายเป็นนโยบาย ยุทธศาสตร์ และงานจริงในพื้นที่ เป็นหน่วยงานกลางที่ขับเคลื่อนนโยบายและยุทธศาสตร์ด้านวัฒนธรรมของประเทศ กำกับดูแลหน่วยงานระดับกรมในสังกัด รวมถึงนิเทศ ติดตาม และบังคับบัญชาสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดทั่วประเทศ เพื่อให้การอนุรักษ์ สืบสาน และต่อยอดมรดกทางวัฒนธรรมเดินไปในทิศทางเดียวกันทั้งประเทศ
เมื่อมองลึกลงไป สำนักงานปลัดกระทรวงวัฒนธรรมยังเป็น “กลไกเบื้องหลัง” ของหลายภารกิจที่คนไทยคุ้นเคย ทั้งการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์วัฒนธรรมชาติ การผลักดันเศรษฐกิจวัฒนธรรมและอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ การสนับสนุนงานภาพยนตร์และสื่อร่วมสมัยของไทยในระดับนานาชาติ การประสานเครือข่ายวัฒนธรรมกับจังหวัดและองค์กรต่างประเทศ ตลอดจนการบริหารงบประมาณและทรัพยากรบุคคลของกระทรวงฯ บนฐานงบประมาณหลายพันล้านบาทต่อปี
ภายใต้โครงสร้างที่ซับซ้อนเช่นนี้ บทบาทของ “ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม” ในฐานะหัวหน้าส่วนราชการจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะเป็นผู้กำหนดทิศทาง เชื่อมโยงทุกหน่วยให้ทำงานสอดประสานกัน
การได้ “นายประสพ เรียงเงิน” ขึ้นดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงวัฒนธรรม ตั้งแต่ปลายปี 2567 ตามพระบรมราชโองการที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ถือเป็นการดัน “ลูกหม้อวัฒนธรรม” ที่เติบโตจากภายในกระทรวง มาทำหน้าที่นำทัพในจังหวะที่ประเทศกำลังให้ความสำคัญกับ Soft Power และเศรษฐกิจสร้างสรรค์อย่างจริงจัง เขาได้รับการสนับสนุนจากรัฐมนตรีวัฒนธรรมและคณะรัฐมนตรี ด้วยเหตุผลด้านความเข้าใจหน้างาน ความสามารถในการบริหารจัดการ และประสบการณ์ต่อเนื่องในตำแหน่งสำคัญแทบทุกระดับของกระทรวงวัฒนธรรมตลอดกว่า 20 ปีที่ผ่านมา
>>ประวัติการศึกษา
-ปริญญาตรี สาธารณสุขศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช (พ.ศ. 2534)
-ปริญญาโท ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยขอนแก่น (พ.ศ. 2540)
เส้นทางการทำงานในกระทรวงวัฒนธรรม (โดยสรุป)
-พ.ศ. 2540 - 2554 ข้าราชการกรมส่งเสริมวัฒนธรรม
-18 พ.ค. 2555 - 25 มี.ค. 2556 ผู้อำนวยการสำนักเฝ้าระวังทางวัฒนธรรม
-26 มี.ค. 2556 - 4 พ.ย. 2561 ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ กระทรวงวัฒนธรรม
-5 พ.ย. 2561 - 17 ม.ค. 2563 ผู้ช่วยปลัดกระทรวงวัฒนธรรม
-18 ม.ค. 2563 - 30 ก.ย. 2563 ผู้ตรวจราชการกระทรวงวัฒนธรรม
-1 ต.ค. 2563 - 22 ก.พ. 2565 รองปลัดกระทรวงวัฒนธรรม
-23 ก.พ. 2565 - 30 ก.ย. 2565 หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงวัฒนธรรม
-1 ต.ค. 2565 - 3 มิ.ย. 2567 ผู้อำนวยการสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย (สศร.)
-4 มิ.ย. 2567 - 28 ธ.ค. 2567 อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม (สวธ.)
-28 ธ.ค. 2567 เป็นต้นมา ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม (สำนักงานปลัดกระทรวงวัฒนธรรม) และดำรงตำแหน่งกรรมการ/ผู้บริหารในคณะกรรมการสำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (OKMD)
หลังจากได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงวัฒนธรรม นายประสพ เรียงเงิน ได้ประกาศกรอบนโยบายการทำงาน “3+1” ของตนเองทันที สอดรับกับนโยบาย “4-3-2-1” ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม โดยเน้น 3 ด้านหลัก คือ
(1) การใช้ศักยภาพบุคลากรและเครือข่ายวัฒนธรรมทั่วประเทศให้เข้มแข็ง สามารถต่อยอดรากเหง้าวัฒนธรรมไปสู่มูลค่าเศรษฐกิจและเกียรติภูมิในเวทีโลก
(2) การปรับบทบาทกระทรวงวัฒนธรรมให้เป็น “กระทรวงสังคมกึ่งเศรษฐกิจ” ผ่านการขับเคลื่อนเศรษฐกิจวัฒนธรรมอย่างจริงจัง ตั้งแต่ฐานรากถึงระดับนานาชาติ
(3) การขับเคลื่อน Soft Power ไทยในอย่างน้อย 11 สาขาอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ ด้วยพลังของเครือข่ายศิลปิน ผู้ประกอบการ และพันธมิตรทั้งในและนอกกระทรวงฯ
ส่วน “อีก 1 เรื่องสำคัญ” คือ การพัฒนาสมรรถนะองค์กรและการบริหารจัดการเครือข่ายให้เข้มแข็ง โดยตั้งเป้าประเมินการทำงานทุก 3 เดือน เพื่อให้สังคมเห็นผลลัพธ์อย่างต่อเนื่อง
บนภารกิจระดับประเทศ เขายังต้องกำกับดูแลการบูรณาการจัดงานเฉลิมพระเกียรติในโอกาสสำคัญของสถาบันพระมหากษัตริย์ ตลอดจนงานระดับนานาชาติ เช่น มหกรรมศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ Thailand Biennale, Phuket 2025 ที่กระทรวงวัฒนธรรมและสำนักงานปลัดฯ ทำหน้าที่ประสานทุกภาคส่วนให้การจัดงานศิลปะร่วมสมัยของไทยสะท้อนศักยภาพวัฒนธรรมไทยสู่สายตาโลกอย่างงดงาม เป็นระเบียบ และสมพระเกียรติ
เมื่อพิจารณาจากเส้นทางชีวิตราชการ นายประสพ เรียงเงิน จึงไม่ใช่เพียง “ข้าราชการอาวุโส” แต่คือผู้นำที่เติบโตมาจากทุกระดับในกระทรวงวัฒนธรรม ผ่านงานเชิงนโยบาย งานวิเคราะห์ยุทธศาสตร์ งานตรวจราชการในพื้นที่ และงานขับเคลื่อนโครงการศิลปะร่วมสมัยและวัฒนธรรมเชิงเศรษฐกิจ เขาถูกมองว่าเป็นผู้บริหารที่ “เข้าใจทั้งระบบและหน้างาน” สามารถประสานผลประโยชน์ของภาครัฐ ชุมชน ศิลปิน และผู้ประกอบการเข้าด้วยกัน ภายใต้กรอบกฎหมายและคุณธรรมราชการที่เคร่งครัด จึงได้รับความไว้วางใจจากทั้งฝ่ายการเมือง ผู้บริหารในกระทรวง และเครือข่ายวัฒนธรรมในจังหวัดต่าง ๆ ว่าจะนำพากระทรวงวัฒนธรรมก้าวทันความเปลี่ยนแปลงของสังคมยุคใหม่
การได้ “นายประสพ เรียงเงิน” มาดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงวัฒนธรรมในวันนี้ จึงเปรียบเสมือนได้ผู้นำที่รู้ทั้ง “รากเหง้า” และ “โอกาสใหม่” ของวัฒนธรรมไทย เขามีประสบการณ์เต็มมือจากการทำงานด้านวัฒนธรรมมาตั้งแต่ระดับปฏิบัติการจนถึงระดับนโยบาย เข้าใจว่าอนุรักษ์วัฒนธรรมอย่างเดียวไม่พอ แต่ต้องต่อยอดให้เป็นพลังเศรษฐกิจ เพิ่มรายได้ให้ชุมชน และสร้างภาพลักษณ์ประเทศ พร้อมกันนั้นยังยืนยันความมุ่งมั่นในการทำให้กระทรวงวัฒนธรรมเป็น “กระทรวงกึ่งเศรษฐกิจ” ที่คนทั้งประเทศจับตามอง ด้วยระบบบริหารจัดการโปร่งใส ตรวจสอบได้ และยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง หากเดินตามกรอบนโยบายที่วางไว้ได้อย่างต่อเนื่อง ก็มีความหวังว่าภายใต้การนำของเขา สำนักงานปลัดกระทรวงวัฒนธรรมจะสามารถประสานพลังทุกภาคส่วน ให้วัฒนธรรมไทยกลายเป็นพลังสร้างสังคมที่ดี และสร้างอนาคตเศรษฐกิจชาติได้อย่างมั่นคงในระยะยาว