โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

รถบรรทุกขีดเส้น 7 วันตรึงราคาดีเซลลิตรละ 25บาท หากเมินนำม็อบลงถนน กลุ่มแท็กซี่ขอก๊าซโลละ 9 บาท

MATICHON ONLINE

อัพเดต 09 ก.พ. 2565 เวลา 00.45 น. • เผยแพร่ 09 ก.พ. 2565 เวลา 00.38 น.

รถบรรทุกขีดเส้น 7 วันตรึงราคาดีเซลลิตรละ 25 บาท หากเมินนำม็อบลงถนน กลุ่มแท็กซี่ขอก๊าซโลละ 9 บาท

เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ กรณีปัญหาราคาน้ำมัน และค่าครองชีพที่สูงขึ้น กลายเป็นปัญหาจนทำให้คนที่ได้รับผลกระทบออกมาเรียกร้องรัฐบาล ล่าสุดวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา บริเวณหน้ากระทรวงพลังงาน ถนนวิภาวดีรังสิต สหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทยและสมาชิก จัดกิจกรรมแสดงออกเชิงสัญลักษณ์พลังของคนรถบรรทุกครั้งสุดท้าย หรือทรัคทาวเวอร์ไฟนอลซีซั่น (Truck Power Final Season) มีรถมาร่วมประมาณ 100 คัน เรียกร้องให้ปรับโครงสร้างราคาน้ำมันเชื้อเพลิง ตรึงราคาน้ำมันดีเซลที่ 25 บาทต่อลิตร และขอให้นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ออกจากตำแหน่ง เนื่องจากไม่สามารถแก้ปัญหาโครงสร้างราคาน้ำมันให้ดีขึ้นได้

นายอภิชาติ ไพรรุ่งเรือง ประธานสหพันธ์การขนส่งทางบกฯ กล่าวว่า สหพันธ์ขอย้ำว่าสมาชิกและภาคประชาชน ต้องการให้รัฐบาลดูแลราคาน้ำมันดีเซล ทั้งการตรึงราคา 25-27 บาทต่อลิตร ลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลเหลือ 0.10 บาทต่อลิตร เป็นระยะเวลาอย่างน้อย 1 ปี และให้ยกเลิกการนำไบโอดีเซลมาผสมกับน้ำมันดีเซล

ขู่ขึ้นค่าขนส่ง15-20%

นายอภิชาติกล่าวว่า นอกจากนี้ ผู้ประกอบการรถขนส่งซึ่งแบกรับค่าใช้จ่ายด้านน้ำมันและผลกระทบจากโควิด-19 ยาวนานกว่า 2 ปี หลังจากวันที่ 8 กุมภาพนธ์ เป็นต้นไป ผู้ประกอบการรถขนส่งจะเริ่มปรับขึ้นค่าขนส่ง 15-20% ขึ้นอยู่กับแต่ละเครือข่ายสมาคมขนส่งว่าจะปรับขึ้นมากน้อยแค่ไหน ไม่ได้เป็นการปรับขึ้นทีเดียวทั้งระบบ การปรับขึ้นค่าขนส่งประชาชนจะได้เดือดร้อน และรัฐบาลก็ต้องเป็นผู้แบกรับภาระนี้ต่อไป
“พร้อมกันนี้สหพันธ์ เตรียมยกระดับการเคลื่อนไหวชุมนุม หากรัฐบาลยังนิ่งเฉยต่อข้อเรียกร้อง โดยยื่นคำขาดให้รัฐบาลตอบรับหรือออกมาตรการแก้ไขภายใน 7 วัน หากยังไม่ได้รับการตอบรับ ผมก็พร้อมถอดหมวกประธานสหพันธ์ และจะร่วมกับกลุ่มผู้ที่ได้รับความเดือดออกมาเคลื่อนไหว หรือลงถนนเพื่อเป็นการกดดันรัฐบาลต่อไป” นายอภิชาติกล่าว

‘รสนา’วอนรัฐลดภาษีน้ำมัน

ต่อมา น.ส.รสนา โตสิตระกูล ว่าที่ผู้สมัครชิงตำแหน่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) และคณะอนุกรรมการด้านบริการสาธารณะ พลังงาน และสิ่งแวดล้อม สภาองค์กรของผู้บริโภค กล่าวว่า ขอเรียกร้องให้รัฐบาลปรับลดอัตราภาษีสรรพสามิตที่เรียกเก็บจากน้ำมันทุกชนิดลงเหลือ 20 สตางค์ต่อลิตร เป็นเวลา 1 ปี 6 เดือน อาทิ น้ำมันดีเซลปัจจุบันเก็บภาษีสูงถึง 5.99 บาทต่อลิตร

น.ส.รสนากล่าวว่า ปัจจุบันราคาน้ำมันดิบต้นทุนอยู่ที่ 19 บาทต่อลิตร น้ำมันหน้าโรงกลั่นสิงคโปร์ 22 บาทต่อลิตร แต่ราคาน้ำมันหน้าปั๊มในประเทศไทยสูงถึง 24 บาทต่อลิตร

“รัฐบาลมองไม่เห็นหัวประชาชน ตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้เคยให้คำมั่นสัญญาไว้ว่า จะให้ความเป็นธรรมกับราคาพลังงาน จากวันนั้นจนถึงวันนี้ 7-8 ปี เรายังไม่เคยได้ความสุขคืนกลับมา หากรัฐบาลไม่สามารถลดอัตราภาษีสรรพสามิตตามข้อเรียกร้อง เท่ากับเป็นบทพิสูจน์ว่ารัฐบาลถูกแทรกแซงโดยเครือข่ายของกลุ่มธุรกิจพลังงานตั้งแต่รัฐบาลชุดนี้มีรัฐมนตรีพลังงาน ที่ส่งตรงมาจากกลุ่มทุนพลังงานอย่างชัดเจน ซึ่งในอนาคตควรมีข้อบังคับกำหนดว่าไม่ให้ข้าราชการมาจากกลุ่มทุน และไม่ให้รับตำแหน่งนั่งอยู่ในบอร์ดของบริษัทเอกชนด้วย” น.ส.รสนา กล่าว

ส.แท็กซี่ขอเอ็นจีวี 9 บาท/กก.

ด้านนายวิฑูรย์ แนวพานิช นายกสมาคมการค้าเครือข่ายแท็กซี่ไทย ซึ่งเข้าร่วมกิจกรรมกับสหพันธ์การขนส่งทางบกฯ ได้ยื่นหนังสือต่อกระทรวงพลังงาน เรียกร้องพิจารณาปรับลดราคาก๊าซธรรมชาติเหลวสำหรับรถยนต์ (เอ็นจีวี) และก๊าซปิโตรเลียมเหลว (แอลพีจีสำหรับรถยนต์) ลงมาอยู่ที่ 9 บาทต่อกิโลกรัม (กก.) นาน 3-6 เดือน หรือจนกว่าภาวะเศรษฐกิจจะฟื้นตัวกลับมาเป็นปกติ จากปัจจุบันราคาเอ็นจีวีราคา 15.60 บาทต่อกก. และแอลพีจีอยู่ที่ 13.50 บาทต่อกก. และมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง
“ขณะนี้คนขับรถแท็กซี่มีรายได้ประมาณ 800 บาท เป็นค่าเชื้อเพลิง 500 บาท เหลือ 300 บาท หักค่าข้าวค่าน้ำเหลือเงินเข้าบ้านไม่ถึง 100 บาท ถ้าเป็นแท็กซี่เช่าซื้ออยู่ไม่ได้แน่นอน จึงอยากให้กระทรวงพลังงานเร่งช่วยเหลือ ถ้าไม่ได้รับการตอบรับข้อเสนอ สมาคมจะจอดแท็กซี่ทิ้งไว้บริเวณรอบกระทรวงพลังงานเพื่อแสดงออกเชิงสัญลักษณ์” นายวิฑูรย์กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การจัดกิจกรรมดังกล่าว จากเดิมทางสหพันธ์จะปักหลักค้างคืนหน้ากระทรวงพลังงาน ได้เปลี่ยนแปลงโดยจะจัดกิจกรรมถึงเวลา 20.00 น.เท่านั้น

00เล็งช่วยคนเดือดร้อนพลังงาน

นายสมภพ พัฒนอริยางกูล โฆษกกระทรวงพลังงาน กล่าวถึงกรณีกระทรวงพลังงานการเตรียมปรับขึ้นราคาแอลพีจี (ก๊าซหุงต้ม) วันที่ 1 เมษายน หลังสิ้นมาตรการตรึงราคาไว้ที่ 318 บาทต่อถัง 15 กิโลกรัม (กก.) วันที่ 31 มีนาคมว่า มาตรการดังกล่าวจะเป็นมาตรการสุดท้าย เพราะต้องดูสถานการณ์ราคาแอลพีจีช่วงนั้นอีกครั้ง หากภาพรวมราคาสินค้าและบริการเพิ่มสูงขึ้น ก็จะพิจารณาความเหมาะสมต่อไป ซึ่งราคาแท้จริงปัจจุบันหากไม่มีการช่วยเหลือ จะสูงถึง 434 บาทต่อถัง 15 กก. แต่หากมีการปรับขึ้นเบื้องต้นอาจขยับเป็นขั้นบันได กก.ละ 1 บาทตลอด 1 ไตรมาส รวม 3 ไตรมาสถึงสิ้นปีขึ้น กก.ละ 3 บาท แต่ยังเป็นเพียงข้อเสนอ ยังไม่ผ่านการพิจารณาอย่างเป็นทางการ

00จับตาช่วยรายกลุ่มแท็กซี่-คนจน

รายงานข่าวจากกระทรวงพลังงาน แจ้งว่า มาตรการดูแลราคาพลังงานในภาพรวม นอกจากการมุ่งดูแลราคาน้ำมันดีเซล การเตรียมขึ้นราคาแอลพีจีแบบขั้นบันไดแล้ว กระทรวงพลังงานจะเข้าไปดูแลประชาชนที่ได้รับผลกระทบรายกลุ่มให้ชัดเจนขึ้น อาทิ กลุ่มคนจนที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปัจจุบันกระทรวงคลังช่วยเหลือแอลพีจีอยู่ 45 บาทต่อ 3 เดือน และจะหางบประมาณมาเพิ่มการช่วยเหลืออีก 55 บาทต่อ3เดือน รวมเป็น 100 บาทต่อ 3 เดือน ขณะที่รถแท็กซี่กรุงเทพฯและปริมณฑล จะเข้าไปดูแลในส่วนอ็นจีวีเช่นกัน ซึ่งปัจจุบันกลุ่มนี้ได้ใช้เอ็นจีวีได้รับความช่วยเหลือจาก ปตท. ในราคา 13.62 บาทต่อกก. จนถึงวันที่ 15 มีนาคม 2565 ซึ่งต่ำกว่าราคาปลีก 15.59 บาทต่อกก. นอกจากนี้ คาดว่ากลุ่มผู้ขับขี่รถสาธารณะประเภทอื่น รวมทั้งกลุ่มผู้ใช้เบนซินจะได้รับการดูแลจากมาตรการชุดใหม่ของกระทรวงพลังงานเช่นกัน

พาณิชย์แจงผลคุมราคาสินค้า

ที่กระทรวงพาณิชย์ นายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร ปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าวภายหลังการประชุมระบบทางไกลของคณะทำงานกำกับติดตามสถานการณ์ราคาสินค้าแก้ไขปัญหาและดำเนินคดีกับผู้ฝ่าฝืนและกระทำความผิดตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง(วอร์รูม) ว่า จากการติดตามสถานการณ์ราคาสินค้า พบว่าสินค้าบางรายการเริ่มมีราคาทรงตัวและบางชนิดลดลง อาทิ เนื้อหมู ราคาจำหน่ายหมูเนื้อแดง ส่วนสะโพก ไหล่ ไม่รวมหมูเนื้อแดงปรุงแต่ง อยู่ที่กิโลกรัม (กก.) ละ 164-170 บาท ลดจากสัปดาห์ก่อนที่ราคาเฉลี่ยทั้งประเทศ กก.ละ 187 บาท ตอนนี้เฉลี่ยทั้งประเทศ กก.ละ 175 บาท เนื้อไก่ ราคาเริ่มทรงตัว ราคาจำหน่ายในห้าง ไก่เนื้อน่องติดสะโพก กก.ละ 65 บาท ตลาดสดเฉลี่ยอยู่ที่ กก.ละ 70-75 บาท ขณะที่น้ำมันพืชปาล์มแนวโน้มเริ่มลดลง เพราะผลปาล์มสดจะเริ่มออกสู่มากขึ้นในเดือนมีนาคมนี้เป็นต้นไป แต่ราคาย้ำมันปาล์มจะทรงตัวระดับนี้อีกประมาณ 2 สัปดาห์ เนื่องจากยังเป็นสต๊อกเก่าที่ราคาต้นทุนสูง โดยราคาที่สำรวจจากร้านสะดวกซื้อ อยู่ที่ขวด (ลิตร) ละ 64-65 บาท และในห้างขวดละ 61-62 บาท

นายบุณยฤทธิ์กล่าวว่า ส่วนผลการตรวจสอบสต๊อกของห้องเย็นและโรงเชือด ตามประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) ที่กำหนดให้การเก็บเนื้อสุกรตั้งแต่ 5,000 กก.ขึ้นไป พบการกระทำผิดไม่แจ้งปริมาณตามที่กฎหมายกำหนด และผิด พ.ร.บ.คลังสินค้า ไซโลและห้องเย็น 12 ราย มีการส่งฟ้องและมีคำพิพากษาแล้ว 3 ราย คือ 1.ไม่แจ้งข้อมูลตามประกาศ กกร. 1 ราย ศาลสั่งปรับ 1 หมื่นบาท 2.ไม่แจ้งข้อมูล ปรับ 5,000 บาท และปรับรายวันอีกวันละ 500 บาท รวม 13 วัน มีโทษจำคุกด้วย แต่รอลงอาญา 1 ปี 3.ปรับสูงสุด 1 หมื่นบาท ลดกึ่งหนึ่ง และปรับรายวันอีกวันละ 500 บาท รวม 10 วัน ส่วนที่เหลืออีก 9 ราย อยู่ระหว่างดำเนินคดีและส่งฟ้อง
ติดตามผลกระทบน้ำมัน-ก๊าซ

นายบุณยฤทธิ์กล่าวว่า วอร์รูมได้มอบหมายให้มีการติดตามสถานการณ์สินค้าอุปโภคบริโภคอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะสินค้าที่จำเป็นต่อการครองชีพ เช่น ซอสปรุงรส เครื่องใช้ไฟฟ้า บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป สินค้าที่เป็นปัจจัยการผลิต เช่น ปุ๋ยเคมี ยาฆ่าแมลง อาหารสัตว์ และสินค้าเกษตรสำคัญ รวมถึงติดตามปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการปรับลดหรือขึ้นของสินค้า เช่น ราคาน้ำมัน ก๊าซหุงต้ม และติดตามสถานการณ์เงินเฟ้ออย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ ในเบื้องต้นกรมการค้าภายในกำลังติดตามตรวจสอบโครงสร้างต้นทุนสินค้าต่อราคาพลังงานที่สูงขึ้น พบว่ามีผลกระทบต่อการขนส่งในสินค้าแตกต่างกันไป

นายบุณยฤทธิ์กล่าวว่า ขณะที่รัฐบาลก็มีมาตรการดูแล รวมถึงหากราคาก๊าซหุงต้มที่จะขยับขึ้น เมื่อดูส่วนต่างราคาที่ขึ้นกับการปรุงอาหารจานด่วน ยังไม่ได้รับผลกระทบจนสมควรต้องมีการขยับเมนูอาหาร ซึ่้งกระทรวงพาณิชย์ โดยกรมการค้าภายในจะติดตามและตรวจสอบกำชับผู้ประกอบการในการดูแลราคาสินค้า และเอกชนยังให้ความร่วมมือในการตรึงราคาสินค้า

00สรท.คาดไตรมาสแรกส่งออกโต5%

นายชัยชาญ เจริญสุข ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) แถลงข่าวประเมินการส่งออกไทยในไตรมาสแรกปี 2565 โดยคาดว่าจะขยายตัว 5% และคงเป้าหมายขยายตัวทั้งปีระหว่าง 5-8% โดยมีปัจจัยปัจจัยบวกสำคัญคือ เศรษฐกิจประเทศคู่ค้าสำคัญ อาทิ สหรัฐ จีน ยุโรปและอาเซียนเติบโตต่อเนื่อง รวมไปถึงค่าเงินบาทยังอยู่ในระดับที่เหมาะสม โดยมองกรอบค่าเงินบาททั้งปีอยู่ที่ 33-34 บาทต่อเหรียญสหรัฐ
นายชัยชาญกล่าวว่า ส่วนปัจจัยปัจจัยเสี่ยงสำคัญคือ การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 อีกทั้งราคาพลังงานทรงตัวในระดับสูง แต่มองว่าราคาน้ำมันดิบยังบริหารจัดการได้หากอยู่ในระดับ 90-100 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล รวมไปถึงข้อพิพาทระหว่างรัสเซียและยูเครน ที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดว่าจะเกิดความรุนแรงมากน้อยแค่ไหน รวมถึงปัญหาความหนาแน่นภายในท่าเรือประเทศปลายทาง ทำให้ต้องใช้ระยะเวลานานในการขนถ่ายสินค้า รวมถึงปัญหาการจัดสรรพื้นที่ไม่เพียงพอ ทำให้ไม่สามารถจองระวาง ตลอดจนค่าระวางเรือยังคงทรงตัวในระดับสูง โดยวันที่ 24 กุมภาพันธ์ ทาง สรท.จะเข้าร่วมประชุมกับผู้ส่งออกทั่วโลก เพื่อยื่นข้อเสนอแนะในการลดค่าระวางเรือ ไม่ให้กระทบต่อต้นทุนการส่งออก

นายชัยชาญกล่าวว่า สรท.อยากให้ภาครัฐตรึงราคาพลังงาน โดยเฉพาะน้ำมันดีเซลไม่ให้เกิน 30 บาทต่อลิตร เนื่องจากต้นทุนพลังงานคิดเป็นต้นทุนที่สำคัญในการผลิต ราว 2-10% หากราคาพลังงานมีการปรับตัวสูงเกินไปจะส่งผลกระทบต่อต้นทุนภาคการผลิตของแต่ละอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้นโดยตรง รวมถึงช่วยควบคุมต้นทุนภาคการผลิตตลอดโซ่อุปทาน อาทิ ค่าน้ำ ค่าไฟ วัตถุดิบขั้นกลางสำหรับการผลิตสินค้าอุปโภคบริโภค อีกทั้งขอให้ภาครัฐพิจารณาการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำโดยอ้างอิงจากปัจจัยการปรับขึ้นตามอัตราเงินเฟ้อเป็นหลัก

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...