โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

สุดเศร้า! สจ.คนดังเมืองสุพรรณ ถูกไฟคลอกเสียชีวิต พร้อมลูกและภรรยา รวม 4 คน

สยามนิวส์

อัพเดต 11 ม.ค. 2568 เวลา 05.47 น. • เผยแพร่ 11 ม.ค. 2568 เวลา 03.50 น. • สยามนิวส์
สุดเศร้า! สจ.คนดังเมืองสุพรรณ ถูกไฟคลอกเสียชีวิต พร้อมลูกและภรรยา รวม 4 คน

เมื่อเวลาประมาณ 05.25 น. วันที่ 11 ม.ค.68 พ.ต.ท.นิคม ขุนสะอาดศรี พนักงานสอบสวน สภ.เมืองสุพรรณบุรี ได้รับแจ้งมีเหตุเพลิงไหม้ตึกแถว 3 คูหา 3 ชั้น ขายอุปกรณ์ไฟฟ้า-ก่อสร้าง บริเวณสี่แยกนางพิม เลขที่ 103-105-107 ถนนพระพันวษา ต.ท่าพี่เลี้ยง อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี จึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบ พร้อมประสานรถดับเพลิง เทศบาลเมืองสุพรรณ นำระกระเช้าสำหรับอาคารสูง และใกล้เคียงกว่า 10 คันรุ ดไปตรวจสอบ พร้อมนายวิริยะ ฉันทดิลก ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี นายกลวัชร ทรัพย์ส่งสุข รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี พ.ต.อ.กฤศ จันทร์สว่าง รองผู้บังคับการตำรวจภูรจังหวัดสุพรรณบุรี รักษาการผู้กำกับ สภ.เมืองสุพรรณบุรี

ที่เกิดเหตุ เป็นอาคารพาณิชย์ 3 ชั้น 3 คูหา ขายอุปกรณ์ก่อสร้าง และเครื่องใช้ไฟห้าอยู่กลางตลาดเทศบาลเมืองสุพรรณบุรี พบแสงเพลิงและกลุ่มควันพวยพุ่งออกมาจากด้านในตัวอาคารจำนวนมาก เจ้าหน้าที่ดับเพลิง ต้องทุบกุญแจล็อกประตูด้านหน้า ใส่อุปกรณ์ผจญเพลิงบุกเข้าไปด้านใน และระดมฉีดน้ำเพื่อควบคุมไม่ให้ลุกลามขยายวงกว้างไปห้องข้างเคียง ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง เพลิงจึงสงบ จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบทรัพย์สินที่อยู่ภายใน ซึ่งเป็นอุปกรณ์ก่อสร้างประเภทฮาร์ทแวร์ และเครื่องใช้ไฟฟ้าจำนวนมากถูกไฟไหม้เสียหายทั้งหมด

ทางด้านนายเอกพันธ์ อินทร์ใจเอื้อ นายกเทศบาลเมืองสุพรรณบุรี กล่าวว่า หลังจากได้รับแจ้งเจ้าหน้าที่ จึงระดมกำลังพร้อมประสานหน่วยงานข้างเคียง รุดเข้าตรวจสอบ และพยายามติดต่อเจ้าของบ้าน แต่ไม่สามารถติดต่อได้ เมื่อพบว่าประตูปิด จึงทำการงัดประตูบ้านเข้าไป พบเพลิงกำลังลุกไหม้อยู่ภายในเป็นระยะเวลาหนึ่งแล้ว จึงเร่งทำการฉีดน้ำดับเพลิง และส่งชุดผจญเพลิงเข้าไปตรวจสอบ

เบื้องต้นยังไม่พบผู้ตกค้างอยู่ภายใน ขณะนี้สามารถควบคุมเพลิงได้ในวงจำกัดเหลือเพียงกลุ่มควันที่ยังอยู่ด้านใน เจ้าหน้าที่เร่งทำการระบายควันออก เพื่อจะตรวจสอบว่ามีบุคคลตกค้างอยู่ด้านในหรือไม่ ส่วนสาเหตุคงต้องรอทางตำรวจมาตรวจสอบต่อไป ซึ่งระหว่างที่เจ้าหน้าที่ดับเพลิงกำลังระดมฉีด โดยมีนายพูลศักดิ์ รุ่งโรจน์ชัยพร อายุ 78 ปี บิดาของ นายภูษิต ผู้สมัครสจ.เขต 1 และเป็นสจ.ชื่อดังเขตอ.เมืองสุพรรณบุรี เดินทางมาดูที่เกิดเหตุด้วยอาการช็อก บอกกับผู้สื่อข่าวเพียงสั้นๆ ว่า ไม่รู้ว่ามีคนอยู่ภายในหรือไม่

หลังเกิดเหตุญาติของ นายภูษิต จำนวนมากมาดูที่เกิดเหตุ ได้กอดกันร้องไห้ระงม ยืนยันว่า ที่เกิดเหตุ มีคนอาศัย 4 คน คือ สจ.ภูษิต รุ่งโรจน์ชัยพร ภรรยา และลูกอีก 2 คน อยู่ระหว่างรอการเข้าตรวจสอบเพื่อยืนยัน ทางด้าน นางวาสนา มาตรศรี อดีต สจ.อู่ทอง ผู้สมัคร สจ.เขต 3 อำเภออู่ทอง เพื่อนสนิทกับครอบครัวนี้ เดินทางมาดูที่เกิดเหตุกล่าวว่า ในบ้านนี้อาศัยอยู่กัน 4 คน ทั้งครอบครัว ซึ่งหลังทราบข่าว ตนเดินทางก็พยายามโทรหาตลอดทางทั้ง 2 คน จนโทรศัพท์ของ สจ.โทรติด แต่ไม่รับสาย จึงโทรหา คุณติ๊ก ภรรยา สจ.ภูษิต เหมือนแบตหมด ตัดสัญญานไป ก็ตกใจและเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ล่าสุด ทางด้าน นายกลวัชร ทรัพย์ส่งสุข รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี เปิดเผยว่า ที่เกิดเหตุเป็นอาคาร 3 ชั้น 3 คูหา เบื้องต้น มีผู้เสียชีวิต 4 ราย เป็นชาย 2 หญิง 2 อยู่ระหว่างการลำเลียงไปพิสูจน์หลักฐาน ส่วนสาเหตุคาดว่า น่าจะเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจ รเนื่องจากพื้นที่ตรงนี้ เป็นอาคารที่มีเครื่องมืออุปกรณ์ค่อนข้างเยอะ แต่อย่างไรก็ตาม ต้องรอผลตรวจพิสูจน์จากเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน ซึ่งต้องให้อาคารเซ็ตตัวก่อนเพราะยังเป็นพื้นที่อันตราย

จากการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่ชุดผจญเพลิงที่เข้าไปช่วยดับไฟในอาคา รกล่าวว่า เมื่อเข้าไปในอาคาร พบเพลิงลุกไหม้จากชั้นล่างขึ้นไปสู่ชั้นบน และพบร่างผู้เสียชีวิต 4 รายที่ชั้น 2 ตรงบันได 1 ราย ชั้น 3 จำนวน 3 ราย ซึ่งคาดว่า ติดประตู หน้าต่างเหล็กดัด ไม่สามารถหนีออกสู่ด้านบนดาดฟ้าได้ จึงอยากฝากเตือน ประชาชนที่ติดเหล็กดัดไว้ ควรทำช่องประตูฉุกเฉินเอาไว้ด้วย เมื่อเกิดเหตุไม่คาดคิดจะได้หลบหนีออกทัน

สรุปผู้เสียชีวิตทั้งหมด 4 คนประกอบด้วย นายภูษิต รุ่งโรจน์ชัยพร อายุ 52 ปี ผู้สมัครสจ.เขต 1 และเป็นสจ.ชื่อดังเขตอ.เมืองสุพรรณบุรี , นางกนกวรรณ รุ่งโรจน์ชัยพร อายุ 49 ปี สามีภรรยา และลูกอีก 2 คน คือ นายถิรวัสส์ รุ่งโรจน์ชัยพร อายุ 26 ปี และ นางสาววรสิริ รุ่งโรจน์ชัยพร อายุ 24 ปี ทั้ง 4 ราย สภาพโดนไฟไหม้เกิน 90%

ผู้สื่อข่าวจังหวัดสุพรรณบุรี รายงาน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...