โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทำไมเรียกทหารรักษาเท้าช้างว่า “จตุลังคบาท” สำคัญอย่างไร มีเพียง 4 นายหรือมากกว่า?

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 27 ก.ย 2568 เวลา 18.15 น. • เผยแพร่ 27 ก.ย 2568 เวลา 18.14 น.
“สมเด็จพระนเรศวรมหาราชกระทำยุทธหัตถีกับพระมหาอุปราชา” จิตรกรรมฝาผนัง จัดแสดงภายในอาคารภาพปริทัศน์ อนุสรณ์สถานแห่งชาติ

จตุลังคบาท ผู้รักษาเท้าช้าง สำคัญอย่างไร มี 4 นาย หรือมากกว่า?

การทำสงครามในยุคจารีต ช้างเป็นยุทธปัจจัยสำคัญ นอกจากเป็นพาหนะขนส่งเสบียงอาหาร อาวุธยุทธภัณฑ์ ยังเป็นพาหนะสำหรับมูลนายทำการรบบนหลังช้าง เรียกว่า “ยุทธหัตถี”

ศาสตร์แห่งการรบบนหลังช้างถือเป็นศาสตร์ชั้นสูง เรียกว่า ตำราพระคชศาสตร์ ผู้ที่จะร่ำเรียนได้ต้องอยู่ในตระกูลขัตติยะ หรือตระกูลขุนนางที่รับราชการในกรมช้างเท่านั้น ซึ่งในการรบที่มีกองทัพช้างเป็นส่วนประกอบ ช้างทรงของจอมทัพจะต้องมีกลางช้าง ท้ายช้าง และทหารถืออาวุธประจำเท้าช้างทั้ง 4 ข้าง เรียกนักรบกลุ่มนี้ว่า “จตุลังคบาท”

คำว่า จตุลังคบาท มาจากคำ จตุแปลว่า สี่ ลงฺคหรือลังคี แปลว่า เครื่องกีดขวาง และ บาท แปลว่า เท้า ความหมายโดยรวมจึงเป็น 4 ผู้ระวังป้องกัน (กีดขวาง) เท้าช้างจากศัตรู

อย่างไรก็ตาม เชื่อได้ว่าหน่วยนี้ไม่ได้มี 4 คน ต่อ 1 ช้าง ยิ่งเป็นช้างทรงพระมหากษัตริย์ การมีทหารรักษาเท้าช้างเพียง 4 นายย่อมเป็นอันตรายต่อสวัสดิภาพของจอมทัพในสนามรบ หน่วยนี้จึงควรมีมากกว่า 4 ต้องเป็นนักรบมากความสามารถ เชี่ยวชาญศิลปะการต่อสู้ และเป็นนายทหารระดับสูง

ในศึกยุทธหัตถีระหว่างสมเด็จพระนเรศวรมหาราชกับพระมหาอุปราชาแห่งหงสาวดี เมื่อ พ.ศ. 2135 พงศาวดารกรุงศรีอยุธยา ฉบับพันจันทนุมาศ (เจิม)บันทึกว่า “ให้เอาพลายภูเขาทองขึ้นระวางสะพักชื่อเจ้าพญาไชยานุภาพ ๖ ศอกคืบ ๒ นิ้ว ติดน้ำมันหน้าหลัง ผูกคชาภรณ์เครื่องมั่นปักมหาเศวตฉัตรเป็นพระคชาธาร เจ้ารามราฆพเป็นกลางช้าง นายมหานุภาพควาญ

และแวงจัตุลังคบาทนั้น พระมหามนตรีอยู่เท้าหน้าฝ่ายขวา พระมหาเทพอยู่เท้าหน้าฝ่ายซ้าย หลวงอินทรเทพอยู่เท้าหลังเบื้องขวา หลวงพิเรนทรเทพอยู่เท้าหลังเบื้องซ้าย”

จะเห็นว่าจตุลังคบาททั้ง 4 นาย ล้วนเป็นเจ้ากรมพระตำรวจ (หน่วยราชการทหาร มิใช่ตำรวจอย่างปัจจุบัน) ได้แก่ เจ้ากรมพระตำรวจในขวา เจ้ากรมพระตำรวจในซ้าย เจ้ากรมพระตำรวจใหญ่ซ้าย เจ้ากรมพระตำรวจใหญ่ขวา ตามลำดับ ซึ่งหากเป็นยามสงบ พระเจ้าแผ่นดินมิได้ทรงช้างทำศึก เจ้ากรมพระตำรวจเหล่านี้จะตามเสด็จและทำหน้าที่รักษาพระองค์อย่างใกล้ชิด

เมื่อมีระดับเจ้ากรมประจำเท้าช้างทรง ย่อมต้องมีนายทหารในสังกัดเป็นกำลังสนับสนุนด้วย

นอกจากนี้ ในสงครามครั้งนั้นสมเด็จพระนเรศวรฯ ยังมีทหารทะลวงฟันคู่พระทัยอีก 136 คน ติดตามไป ประกอบด้วยพลดาบเขน 22 คน ดาบโล่ 42 คน และดาบสองมือ 72 คน และ “หน้าพระคชาธารนั้นหัวหมื่นพันทะนายสี่พระตำรวจล้วนดาบสะพายแล่ง ถือทวนทอง ๕๐๐”

ด้านจตุลังคบาทประจำช้างทรงพระมหาอุปราชาแห่งหงสาวดี มีการบรรยายไว้ว่า “เสด็จทรงช้างต้นพลายพัทกอสูง ๖ ศกคืบ ๕ นิ้ว ติดน้ำมันหน้าหลังเป็นพระคชาธารกั้นเศวตฉัตร สมิงนันทะมางเป็นกลางช้าง เจ้าเมืองมะลวนควาญ

พร้อมด้วยแวงจัตุลังคบาทและหน้าช้างพระมหาอุปราชานั้นทวนทอง ๔๐๐ ถัดออกมานั้นวางปืนจ่ารงค์มณฑกนกสับกระแบงแก้วดาบโลห์ดาบดั้งสิ่งละ ๕๐๐”

จึงพอจะเป็นข้อสรุปได้ว่า จตุลังคบาทมิได้รักษา 4 เท้าช้างอย่างโดดเดี่ยว แต่มีทหารในสังกัดและนักรบหน่วยอื่น ๆ รายล้อมอารักขาอยู่รอบช้างทรงของจอมทัพอีกหลายร้อยนายเลยทีเดียว

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

ปิยรัตน์ อินทร์อ่อน, สำนักงานราชบัณฑิต. จตุลังคบาท.24 พฤษภาคม 2553. (ออนไลน์)

บาลีวันละคำ, ชมรมธรรมธารา สายน้ำแห่งธรรม. จตุลังคบาท.5 กันยายน 2563. (ออนไลน์)

กลุ่มเผยแพร่และประชาสัมพันธ์. (2512). ประชุมพงศาวดาร เล่ม 38 (ประชุมพงศาวดาร ภาคที่ 64) พงศาวดารกรุงศรีอยุธยา ฉบับพันจันทนุมาศ (เจิม).กรุงเทพฯ : องค์การค้าของคุรุสภา. (ออนไลน์)

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 9 ธันวาคม 2567

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ทำไมเรียกทหารรักษาเท้าช้างว่า “จตุลังคบาท” สำคัญอย่างไร มีเพียง 4 นายหรือมากกว่า?

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...