โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดใหม่กว่า 7,000 แห่ง - สปาเทรนด์มาแรง กทม. ครองแชมป์จำนวนร้านนวดมากสุด

THE STATES TIMES

อัพเดต 09 ธ.ค. 2567 เวลา 09.47 น. • เผยแพร่ 09 ธ.ค. 2567 เวลา 12.00 น. • Hard News Team

(9 ธ.ค. 67) ธุรกิจนวดและสปาในประเทศไทยกลายเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่องและมีความสำคัญต่อเศรษฐกิจของประเทศ ด้วยความนิยมจากทั้งคนไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติ ทำให้กลายเป็นซอฟต์พาวเวอร์ที่ดึงดูดความสนใจจากนักลงทุนที่ต้องการขยายธุรกิจในตลาดนี้ โดยข้อมูลของกรมสนับสนุนบริการเพื่อสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข เดือนตุลาคม 2567 พบว่าทั้งประเทศไทยมีสถานประกอบการนวดเพื่อสุขภาพทั้งสิ้น 17,897 แห่ง จำนวนนี้แบ่งเป็น ร้านนวดเพื่อสุขภาพ 16,609 แห่ง สปา 1,092 แห่ง และร้านนวดเพื่อความงาม 196 แห่ง ขณะที่ข้อมูลจากสมาคมสปาไทยระบุว่าธุรกิจนวดและสปามีการกระจายตัวทั่วประเทศในแต่ละภูมิภาค ดังนี้ ภาคกลาง 7,502 แห่ง พื้นที่ที่มีธุรกิจนวดมากที่สุด คือกรุงเทพฯ เนื่องจากเป็นแหล่งรวมท่องเที่ยวสำคัญ

รองลงมาคือ ภาคใต้ 3,902 แห่ง เนื่องจากเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลที่มีชื่อเสียงของไทย เป็นจุดหมายปลายทางสำหรับการผ่อนคลายของนักเดินทางทั่วโลก อันดับสามคือ ภาคอีสาน 2,292 แห่ง เป็นภูมิภาคที่มีอัตราการเติบโตของร้านนวดสูงเนื่องจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติที่เพิ่มขึ้น

อันดับสี่คือ ภาคตะวันออก 1,983 แห่ง ส่วนเขต EEC: 1,738 แห่ง เนื่องจากเป็นศูนย์กลางการลงทุนและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานจากต่างชาติซึ่งส่งเสริมธุรกิจนวดในพื้นที่

อันดับห้าคือ ภาคเหนือ 1,861 แห่ง โดยเชียงใหม่และเชียงรายเป็นเมืองยอดนิยมสำหรับธุรกิจร้านนวดเนื่องจากเป็นหัวเมืองสำคัญด้านการท่องเที่ยว และอันดับหกคือ ภาคตะวันตก 124 แห่ง ซึ่งแม้จะมีจำนวนน้อย แต่มีโอกาสเติบโตจากการพัฒนาในด้านการท่องเที่ยวและบริการสุขภาพยังคงสูง

ข้อมูลจากสมาคมสปาไทยยังชี้อีกว่า แม้ธุรกิจนวดและสปาเคยได้รับผลกระทบจากวิกฤตโควิด-19 แต่กลับฟื้นตัวได้อย่างแข็งแกร่ง โดยมีการเปิดธุรกิจใหม่มากกว่า 7,000 แห่งหลังโควิด การเพิ่มขึ้นของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้อุตสาหกรรมนี้เติบโตอย่างต่อเนื่อง นอกจากธุรกิจร้านนวดเพื่อสุขภาพแล้วสปาเป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่มีอัตราการเติบโตสูงโดยเฉพาะในพื้นที่เมืองหลวงและหัวเมืองใหญ่ สอดคล้องกับเทรนด์ของชาวไทยและชาวต่างชาติที่นิยมการหากิจกรรมผ่อนคลายความเหนื่อยล้าจากการทำงาน

นอกจากนี้ การสนับสนุนจากภาครัฐด้านการลงทุนในธุรกิจบริการสุขภาพ รวมถึงการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ เช่น ระบบจองออนไลน์และแอปพลิเคชันบริการนวดและสปา ยังช่วยเพิ่มประสบการณ์และความสะดวกสบายให้กับลูกค้า

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...