โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

คุมประพฤติเข้ม 8 วันปีใหม่ 68 ติดกำไล EM 43 ราย

The Better

อัพเดต 04 ม.ค. 2568 เวลา 03.33 น. • เผยแพร่ 04 ม.ค. 2568 เวลา 03.40 น. • THE BETTER
คุมประพฤติเข้ม 8 วันปีใหม่ 68 ยอดคุมความประพฤติกว่า 7,237 คดี เป็นคดีเมาขับ  6,927 คดีติดกำไล EM 43 ราย “กทม.-เชียงใหม่-สมุทรปราการ"นำ

พ.ต.ต. สุริยา สิงหกมล อธิบดีกรมคุมประพฤติ เผยสถิติคดีคุมประพฤติช่วงปีใหม่ 2568 โดยวันที่ 3 ม.ค. 2568 มีคดีที่เข้าสู่กระบวนการคุมประพฤติรวมทั้งสิ้น 681 คดี โดยเป็นคดีขับรถขณะเมาสุรา 610 คดี และคดีขับเสพ 71 คดี สรุปยอดสะสม 8 วันที่มีการควบคุมเข้มงวด ตั้งแต่วันที่ 27 ธ.ค. 2567 - 3 ม.ค. 2568 มีคดีคุมประพฤติรวม 7,237 คดี ยอดติด EM สะสม 43 ราย

• คดีขับรถขณะเมาสุรา 6,927 คดี (ร้อยละ 95.72) ติด EM 41 ราย
• คดีขับเสพ 304 คดี (ร้อยละ 4.20) ติด EM 2 ราย
• คดีขับรถประมาท 4 คดี (ร้อยละ 0.05)
• คดีขับรถเร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนด 2 คดี (ร้อยละ 0.03)

จังหวัดที่มียอดสะสมคดีขับรถขณะเมาสุราสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ กรุงเทพมหานคร (511 คดี) / เชียงใหม่ (427 คดี) / และสมุทรปราการ (359 คดี)

พ.ต.ต.สุริยา กล่าวว่า สำนักงานคุมประพฤติจังหวัดสกลนคร และสำนักงานคุมประพฤติจังหวัดปราจีนบุรี สาขากบินทร์บุรี ดำเนินการตามคำสั่งศาลติดอุปกรณ์ EM ให้กับผู้กระทำผิดในคดีเมาขับ จำนวน 4 ราย แม้จะเป็นการกระทำผิดครั้งแรก แต่การขับรถขณะเมาสุรา ถือเป็นการกระทำที่ขาดความรับผิดชอบต่อสังคม เพิ่มความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุทางถนน นอกจากนี้ ศาลได้สั่งคุมความประพฤติกรณีขับรถประมาท จำนวน 2 ราย และขับรถเร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนด 2 คดี โดยผู้ถูกคุมความประพฤติต้องมารายงานตัวกับพนักงานคุมประพฤติ และปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ศาลกำหนด

ทั้งนี้ สำนักงานคุมประพฤติทั่วประเทศยังคงจัดกิจกรรมสร้างความปลอดภัยให้กับประชาชนอย่างต่อเนื่อง โดยการผสานกำลังสำนักงานคุมประพฤติทั่วประเทศ อาสาสมัครคุมประพฤติ ผู้ถูกคุมประพฤติ และภาคีเครือข่าย ในการสนับสนุนการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ณ จุดบริการประชาชน ด่านชุมชน และด่านตรวจค้นบริเวณทางสายรองที่มีความเสี่ยงสูงในการเกิดอุบัติเหตุ รวม 56 จุด โดยมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมกว่า 286 คน และยังเพิ่มกิจกรรมการร่วมสังเกตการณ์การจราจร และพฤติกรรมการใช้ยานพาหนะตามถนนสายหลัก และถนนสายรอง ผ่านกล้อง CCTV แบบเรียลไทม์ในหลายจังหวัด เพื่อสร้างความตระหนัก และให้เห็นพฤติกรรมของผู้ขับขี่ทางถนน สามารถวิเคราะห์ปัจจัยที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุ และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการขับขี่ของตนเองให้กลับมาปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...