ย้อนสำรวจ The Bund สัญลักษณ์แห่งการเปลี่ยนผ่านของเซี่ยงไฮ้
ตึกสูงระฟ้าที่เรียงรายทอดยาวสุดลูกหูลูกตา แม้ในยามค่ำคืนก็ถูกประดับด้วยแสงไฟสีทองอร่าม อันเป็นจุดศูนย์กลางความสนใจของผู้คนและนักท่องเที่ยวทั่วโลก “เดอะบันด์” คือสถานที่นั้นที่ตั้งอยู่ในเมืองที่นับว่าทันสมัยที่สุดอย่าง “เซี่ยงไฮ้” บนชายฝั่งตะวันออกของสาธารณรัฐประชาชนจีน ณ ปากแม่น้ำแยงซีเกียง
“เดอะบันด์” เป็นย่านที่ขึ้นชื่อว่าได้รวบรวมความงดงามจากประวัติศาสตร์ที่สำคัญในอดีต มาผสมผสานอย่างกลมกลืนเข้ากับความทันสมัยในปัจจุบันได้อย่างลงตัว และกลายเป็น “ไอคอน” ของการพัฒนาเมืองให้ก้าวหน้าและล้ำสมัย จนหลาย ๆ คนเรียกมันว่า “เมืองแห่งความฝันของเอเชีย”
(Edward He / Unsplash)
“เซี่ยงไฮ้” เมืองแห่งอนาคต
“เซี่ยงไฮ้” เป็นเมืองที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของจีนและมีอัตราการเติบโตเร็วที่สุด โดยเป็นเขตเทศบาลระดับมณฑลหนึ่งในสี่แห่งของจีน ร่วมกับเมืองปักกิ่ง ฉงชิ่ง และเทียนจิน ทั้งยังเป็นเมืองแห่งความหวังที่จะกลายเป็นเมืองมหาอำนาจทางเศรษฐกิจของโลก ทั้งในด้านการเงินและการค้าของประเทศ
ณ ดินแดนแห่งนี้ เซี่ยงไฮ้ยังนับเป็นหนึ่งในท่าเรือแห่งแรก ๆ ของจีนที่เปิดให้ชาวตะวันตกเข้ามาทำมาค้าขายจนกลายเป็นพื้นที่ที่ครองอำนาจในด้านการค้าของประเทศมาอย่างยาวนาน นับตั้งแต่พรรคคอมมิวนิสต์ได้รับชัยชนะในปี 1949 ทั้งยังทำให้เซี่ยงไฮ้กลายเป็นเมืองใหญ่ในด้านอุตสาหกรรมที่มีผลิตภัณฑ์เพื่อตอบสนองความต้องการภายในประเทศที่เพิ่มมากขึ้นแบบทวีคูณของจีน
ย้อนกลับไปราว 5,000 ปีก่อนคริสตกาล ในช่วงศตวรรษที่ 5-7 เซี่ยงไฮ้เคยเป็นเพียงได้หมู่บ้านชาวประมงที่สำคัญ ซึ่งตั้งอยู่ ณ บริเวณจุดตัดระหว่างแม่น้ำหวงผู่และแม่น้ำซูโจว ก่อนจะวิวัฒนาการอย่างก้าวกระโดดกระทั่งในช่วงศตวรรษที่ 18-19 ซึ่งนับเป็นช่วงที่เศรษฐกิจของเซี่ยงไฮ้เจริญรุ่งเรืองสูงสุด เนื่องด้วยได้รับการยอมรับจากยุโรปมากขึ้นจากการมีท่าเรือที่เปี่ยมศักยภาพในการส่งออกผลิตภัณฑ์อย่างไหม ฝ้าย และปุ๋ย
นอกจากนี้ เซี่ยงไฮ้ยังได้เผชิญกับความเปลี่ยนแปลงทางด้านกายภาพอย่างกว้างขวาง ด้วยการสร้างเขตชานเมืองอุตสาหกรรมและอาคารพักอาศัย ปรับปรุงระบบสาธารณูปโภค จัดหาสถานที่สาธารณะและสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อพักผ่อนหย่อนใจ และความพยายามกำจัดมรดกทางเศรษฐกิจที่เคยถูกเอาเปรียบผ่านการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพและสังคมในอดีต เพื่อสนับสนุนบทบาทที่สำคัญในการพัฒนาจีนให้เป็นประเทศที่ล้ำสมัย และได้ชื่อว่าเป็นเมืองนานาชาติที่ผสมผสานวัฒนธรรมต่าง ๆ จากทั่วโลกเข้าด้วยกัน
(Himmel S / Unsplash)
“เดอะบันด์” ภาพสะท้อนของปารีสแห่งตะวันออก
“เดอะบันด์” หรือที่เรียกกันอีกอย่างว่า Wai Tan (外滩) นั้นถูกสร้างขึ้นในปีค.ศ. 1843 สมัยราชวงศ์ชิง ปัจจุบันคือสถานที่ท่องเที่ยวอันโด่งดังที่ได้รับความนิยมอย่างสูงและสร้างความคึกคักสูงสุด นับเป็นแลนด์มาร์กที่นักท่องเที่ยวตั้งให้เป็นจุดหมายปลายทางอันดับหนึ่งหากได้มาเยือน “เซี่ยงไฮ้” โดยเดอะบันด์นั้นตั้งอยู่ริมแม่น้ำหวงผู่ (Huang Pu) ซึ่งเป็นทางเดินเลียบแม่น้ำที่สวยงามราวกับภาพฝัน
หากย้อนกลับไปในจุดเริ่มต้นของเดอะบันด์ ชื่อ “Bund” นั้นมาจากคำว่า “Band” ในภาษาฮินดี ที่แปลว่า เขื่อน สถานที่ที่ไม่เพียงมีเอกลักษณ์ในด้านสถาปัตยกรรมอันสวยงามที่ชวนให้หวนนึกถึงอดีตนี้ ยังเป็นเสมือนหลักฐานชิ้นสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงประวัติศาสตร์อันซับซ้อนของเซี่ยงไฮ้ซึ่งได้ผสมผสานเอาความเก่าและความใหม่ของความเป็นตะวันออกและตะวันตกเข้าไว้ด้วยกันเป็นอย่างดี
ในยุคอาณานิคมของเซี่ยงไฮ้นับตั้งแต่ศตวรรษที่ 19 มาจนถึงกลางศตวรรษที่ 20 ซึ่งเริ่มต้นหลังจากสงครามฝิ่นครั้งที่ 1 สิ้นสุดลง ในปี 1842 ได้มีการลงนามในสนธิสัญญานานกิง ทำให้เดอะบันด์กลายเป็นศูนย์กลางทางการเงินที่สำคัญของเอเชียตะวันออก โดยสิ่งที่ทำให้เดอะบันด์กลายเป็นย่านที่โดดเด่นเป็นพิเศษก็คือ อาคารที่เรียงรายอยู่ริมทางเดิน
โครงสร้างของสถาปัตยกรรมที่ผสมผสานกันอย่างลงตัว สะท้อนให้เห็นถึงการพัฒนาและอิทธิพลของมหาอำนาจอาณานิคมในสมัยนั้นได้อย่างชัดเจนในการที่จะทำให้เดอะบันด์ได้เป็นตัวแทนของการพัฒนาเมืองที่ทันสมัยในเวลานั้น โดยในปี 1920-1930 เดอะบันด์ก็ก้าวเข้าสู่ยุคทองที่หลายคนเปรียบว่าเป็นเสมือน “ปารีสแห่งตะวันออก” โดยได้รับการพัฒนาจนกลายเป็นย่านที่มีชีวิตชีวา เต็มไปด้วยความคึกคักยามค่ำคืน การเปิดรับวัฒนธรรมสากล และเศรษฐกิจที่เฟื่องฟู
จนกระทั่งในเวลาต่อมา เดอะบันด์ก็ได้ประสบกับช่วงเวลาแห่งความยากลำบากในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 และการเข้าสู่ยุคของคอมมิวนิสต์ ณ ช่วงเวลานั้น อาคารอันเป็นสัญลักษณ์หลายแห่งของเดอะบันด์ถูกยึดครองไปใช้ประโยชน์อย่างอื่นแทน ไม่ว่าจะเป็นการจัดตั้งธนาคาร สำนักงานใหญ่ และสถานกงสุลริมฝั่งแม่น้ำ ทำให้เมืองเซี่ยงไฮ้ที่เคยเป็นเมืองริมทะเลเล็ก ๆ เมื่อร้อยปีก่อน กลายมาเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดของประเทศจีนในปัจจุบัน
อย่างไรก็ตาม การเปิดกว้างทางเศรษฐกิจของจีนในยุคฟื้นฟูศิลปวิทยาการและยุคสมัยใหม่ ทำให้ในปี 1990 เดอะบันด์ได้กลับมามีชื่อเสียงอีกครั้ง แม้จะต้องใช้ความพยายามอย่างมากในการบูรณะและอนุรักษ์อาคารแห่งประวัติศาสตร์มากมาย ตลอดจนยังม่การพัฒนาฝั่งผู่ตงที่อยู่ตรงข้ามเดอะบันด์ให้เป็นย่านธุรกิจสมัยใหม่ที่สร้างความตัดกันทางสถาปัตยกรรมอย่างน่าสนใจ จนทำให้ในปัจจุบันเดอะบันด์ได้กลับมาเป็นแลนด์มาร์กและจุดเช็กอินยอดนิยมที่ชวนให้นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกได้ลองเข้ามาสัมผัสสักครั้งหนึ่งในชีวิต
(waltty tang / Unsplash)
เครื่องพิสูจน์แห่งความเปลี่ยนแปลง
“เดอะบันด์” กลายเป็นสถานที่ที่พิสูจน์ให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงและยังเป็นสัญลักษณ์แห่งความทันสมัยของเมืองเซี่ยงไฮ้ จากย่านหมู่บ้านชาวประมงอันแสนเรียบง่ายสู่ตัวแทนของมหานครที่ยิ่งใหญ่ระดับโลก
ย่านที่มีอาคารเรียงรายและทอดยาวกว่า 1.5 กิโลเมตรนี้ ดึงดูดนักท่องเที่ยวและเหล่าผู้มาเยือนด้วยความยิ่งใหญ่ตระการตาของสถาปัตยกรรมนานาชาติ อาคารนีโอคลาสสิกอันโดดเด่นทั้ง 52 หลัง เป็นดั่งตัวแทนของสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรมอันเป็นเอกลักษณ์ของจีนสมัยใหม่ และกลายเป็นส่วนผสมที่ลงตัวระหว่างความเก่ากับใหม่ ทั้งยังตอบสนองความต้องการของผู้คนด้วยการเป็นที่ตั้งของร้านอาหารระดับไฮเอ็นด์ โรงแรมห้าดาว และหอศิลป์ที่มีการจัดแสดงอยู่สับเปลี่ยนกันตลอดทั้งปี
ถ้าเซี่ยงไฮ้เป็นตัวแทนของเมืองที่มีทิวทัศน์อันสวยงามและวิสัยทัศน์ที่โดดเด่น เดอะบันด์ก็คือสัญลักษณ์ของความมหัศจรรย์ให้กับเซี่ยงไฮ้อีกต่อหนึ่ง ทั้งยังเป็นหัวใจสำคัญของเมืองที่ไม่เคยหลับใหล แสดงถึงจิตวิญญาณและพลังงานอันเปี่ยมด้วยชีวิตชีวาของเมืองระดับโลกแห่งนี้ พร้อมด้วยวิวของหอคอยไข่มุกที่อยู่ฝั่งตรงข้าม ทำให้นักท่องเที่ยวที่มาเยือนนั้นพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า พวกเขาได้มาถึงเซี่ยงไฮ้แล้วอย่างแท้จริง
(David Veksler / Unsplash)
แลนด์มาร์ก At The Bund
หากมาเยือนถึงเดอะบันด์ นอกจากกิจกรรมถ่ายภาพกับตึกสวยสไตล์ยุโรปที่เรียงราย และหอคอยไข่มุกที่สูงเด่นเป้นสง่าอยู่ฝั่งตรงข้ามแล้ว ก็อย่าลืมที่จะเช็กอินกับอาคารประวัติศาสตร์ต่าง ๆ ของเซี่ยงไฮ้ ด้วยการเดินเล่นไปตามถนนริมแม่น้ำของเดอะบันด์และแวะชมสถาปัตยกรรมที่เราอยากแนะนำ ดังนี้
- Shanghai Customs House หรือศุลกากรเซี่ยงไฮ้ ถูกสร้างขึ้นโดยชาวอังกฤษเพื่อใช้เป็นสำนักงานของผู้ว่าการกรมศุลกากรทางทะเลแห่งอังกฤษ สร้างเสร็จสมบูรณ์เมื่อปี 1927 ตัวอาคารได้ถูกออกแบบให้เป็นสไตล์นีโอคลาสสิกยุคฟื้นฟูกรีก ผนังด้านนอกทำจากอิฐแดงและหินแกรนิต ห้องโถงใหญ่ถูกตกแต่งอย่างสวยงามด้วยหินอ่อนและแผ่นทองคำ มีโดมแปดเหลี่ยมล้อมรอบไปด้วยโมเสกงดงาม ขณะที่หอนาฬิกาอันเป็นเอกลักษณ์ของอาคารแห่งนี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากหอนาฬิกาบิ๊กเบนของอังกฤษ สามารถมองเห็นทิวทัศน์ของเดอะบันด์ได้อย่างชัดเจน ปัจจุบัน อาคารแห่งนี้ยังคงถูกใช้เป็นอาคารศุลกากร ทั้งยังถือเป็นสัญลักษณ์อีกแห่งของเดอะบันด์และเมืองเซี่ยงไฮ้อีกด้วย
- Shanghai Pudong Development Bank หรือธนาคารเพื่อการพัฒนาผู่ตง เป็นธนาคารพาณิชย์ร่วมทุนระดับประเทศที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เซี่ยงไฮ้ในปี 1999 และได้รับการจัดอันดับให้เป็น 1 ใน 100 บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ของจีนโดย Asia Weekly เป็นเวลาหลายปีติดต่อกัน และยังเป็นอาคารที่ไม่ควรพลาดหากได้ไปเยือนเซี่ยงไฮ้ ด้วยเป็นอาคารที่ผสมผสานสถาปัตยกรรมแบบโกธิกและเรอเนซองส์เข้าด้วยกันได้อย่างลงตัวและงดงาม
- Nanjing Road ถนนหนานจิงในเซี่ยงไฮ้นั้นเชื่อมต่อระหว่างเดอะบันด์กับถนนเหอหนาน นับว่าเป็นถนนที่คึกคักที่สุด เพราะเป็นถนนสำหรับสายช้อปปิงที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลก ถนนยาว 6 กิโลเมตรนี้เรียงรายไปด้วยร้านบูติกสุดหรูหรา ห้างสรรพสินค้า คาเฟ่สไตล์ยุโรป และร้านค้าแบบจีนดั้งเดิม นักท่องเที่ยวยังสามารถเพลิดเพลินไปกับร้านอาหารหลากหลายชนิดจากทั้งในภัตตาคารไปจนถึงแผงค้าริมทางเดิน ส่วนสายช้อปก็ยังมีช้อปแบรนด์เนมระดับไฮเอ็นด์ที่ตั้งอยู่ท่ามกลางบรรยากาศอันคึกคักและไม่เคยหลับใหล ให้ได้เลือกชมและช้อปตามความพึงพอใจ
- Yuyuan Garden ถูกสร้างขึ้นในปี 1559 เพื่อเป็นสวนส่วนตัวของพาน หยุ่นตวน (Pan Yunduan) ข้าราชการในสมัยราชวงศ์หมิงของจีน สวนแห่งนี้มีประวัติศาสตร์อันยาวนานเกือบ 500 ปี โดยชื่อ Yuyuan นั้นมาจากคำว่า Yu ที่หมายถึงความสุข เนื่องจากถูกสร้างขึ้นเพื่อความสุขและความเพลิดเพลิน สวนนี้ได้รับการฟื้นฟูและคุ้มครองเมื่อปี 1956 โดยผู้เชี่ยวชาญด้านการก่อสร้างและช่างฝีมือได้ดำเนินการซ่อมแซมและปรับปรุงอย่างเต็มรูปแบบโดยใช้เวลานานหลายปี จนกระทั่งในปี 1961 Yuyuan Garden ก็ได้ถูกเปิดสู่สายตาของผู้คนทั่วโลกอย่างเป็นทางการ จนทำให้กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่อยู่ไม่ไกลจากเดอะบันด์ โดยได้รับความนิยมจากทั้งนักท่องเที่ยวชาวจีนและชาวต่างชาติ จนได้รับการประกาศให้เป็นโบราณสถานแห่งชาติในปี 1982
เมืองเซี่ยงไฮ้ที่ผ่านช่วงเวลาแห่งความวุ่นวายอันเต็มไปด้วยความขัดแย้ง การล่าอาณานิคม การขยายตัวทางเศรษฐกิจและการปฏิวัติทางวัฒนธรรม ได้ก้าวข้ามบทเรียนแห่งความเปลี่ยนแปลง การค้นหาเอกลักษณ์ และการวิวัฒน์ไปอย่างไม่หยุดยั้ง จนพิสูจน์ผ่าน “เดอะบันด์” แล้วว่า นี่คือสัญลักษณ์แห่งอนาคตอันสดใหม่ของเมืองเซี่ยงไฮ้ และตัวแทนที่คอยย้ำเตือนเราว่าสิ่งต่าง ๆ นั้นไม่เคยหยุดนิ่ง แต่ยังคงขับเคลื่อนอย่างไม่หยุดนิ่งบนพื้นฐานทางประวัติศาสตร์ที่ทรงคุณค่า
ที่มา : บทความ “The Bund Shanghai (Wai Tan): Facts, What to See, Things to Do, Tips” โดย Expert Felicia
บทความ “China: The Bund in Shanghai, History and Uniqueness of a Place” โดย Oliver Robert
บทความ “The Bund in Shanghai: a symbol of modern China” โดย Emilie Joulia
บทความ “The Shanghai Bund: A History through Visual Sources” โดย Christian Henriot , Matthew Woodbury
บทความ “Shanghai China” โดย Baruch Boxer
บทความ “Shanghai Facts” จาก guilinchina.net
บทวิจัย “บทบาทของการเมืองในการออกแบบเมือง : สี่บทเรียนจากเมืองใหม่ผู่ตง ในเซี่ยงไฮ้” โดย อาจารย์ นน อัครประเสริฐกุล
บทความ “Visit the symbol of Shanghai - The Bund” จาก asiatours.com
บทความ “The History of Yu Garden” โดย Chen Jing
บทความ “The Customs House, Shanghai” จาก gpsmycity.com
บทความ “Nanjing Road” โดย Shanghai Hightlight
เรื่อง : ณัฐนิธิ ประเสริฐแท่น