โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

“เงินดอลลาร์” แข็งรับบอนด์ยีลด์ขาขึ้น-ทองคำร่วง

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 15 พ.ค. เวลา 02.55 น. • เผยแพร่ 15 พ.ค. เวลา 02.55 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTB เปิดเผยว่า บรรยากาศในตลาดการเงินโลกยังคงผันผวน หลังบอนด์ยีลด์รัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ปรับตัวขึ้นทดสอบระดับ 4.50% อีกครั้ง จากความกังวลว่าธนาคารกลางสหรัฐ (FED) อาจดำเนินนโยบายการเงินเข้มงวดนานกว่าคาด ขณะเดียวกัน ภาวะเปิดรับความเสี่ยง (Risk-On) ในตลาดหุ้นสหรัฐยังลดทอนความน่าสนใจของการถือครองพันธบัตรระยะยาว ส่งผลให้นักลงทุนบางส่วนทยอยขายบอนด์ต่อเนื่อง

มองว่า บอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐยังเผชิญความเสี่ยงแบบ Two-Way Risk หรือสามารถเคลื่อนไหวได้ทั้งขึ้นและลง ขึ้นอยู่กับผลการเจรจา Trump-Xi summit รวมถึงพัฒนาการของการเจรจาหยุดยิงระหว่างสหรัฐและอิหร่าน หากการเจรจามีสัญญาณเชิงบวก อาจช่วยลดแรงกดดันต่อราคาน้ำมันและทำให้ตลาดลดคาดการณ์การขึ้นดอกเบี้ยของ FED ส่งผลให้บอนด์ยีลด์ชะลอการปรับขึ้นหรือย่อตัวลงได้บ้าง

อย่างไรก็ดี ระดับบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐบริเวณ 4.50% ขึ้นไป เริ่มมีความน่าสนใจสำหรับการทยอยเข้าลงทุนในพันธบัตรระยะยาว ทั้งสหรัฐและไทย เนื่องจากมีระดับผลตอบแทนที่สามารถรองรับความเสี่ยงได้ค่อนข้างสูง แม้ในกรณีที่สถานการณ์ตะวันออกกลางรุนแรงขึ้น หรือหาก FED ภายใต้ประธานคนใหม่ตัดสินใจลดดอกเบี้ยเร็วกว่าคาด จนทำให้บอนด์ยีลด์พุ่งขึ้นแตะระดับ 5.00% ก็ตาม โดยยังคงมุมมองว่า FED อาจลดดอกเบี้ย 1 ครั้งในช่วงปลายปีนี้ และอีก 1 ครั้งในต้นปีหน้า ขณะที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มีแนวโน้มคงดอกเบี้ยต่อเนื่อง

ด้านตลาดค่าเงิน เงินดอลลาร์ยังแข็งค่าขึ้นตามทิศทางบอนด์ยีลด์สหรัฐและความคาดหวังการขึ้นดอกเบี้ยของ FED ขณะที่เงินปอนด์อังกฤษอ่อนค่าจากความไม่แน่นอนทางการเมืองในอังกฤษ ยิ่งช่วยหนุนดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) ขยับขึ้นใกล้ระดับ 99 จุด ส่วนราคาทองคำยังเผชิญแรงกดดันจากดอลลาร์แข็งและบอนด์ยีลด์ขาขึ้น ทำให้ราคาทองคำ COMEX ส่งมอบเดือนมิถุนายน 2026 ปรับตัวลดลงเข้าใกล้ระดับ 4,600 ดอลลาร์ต่อออนซ์อีกครั้ง

สำหรับค่าเงินบาท นักวิเคราะห์ยังประเมินว่าอยู่ในภาวะผันผวนสูงและมีความเสี่ยง Two-Way Risk จากความไม่แน่นอนของสถานการณ์ตะวันออกกลาง โดยแม้เงินบาทมีโอกาสอ่อนค่าทดสอบแนวต้าน 32.50 บาทต่อดอลลาร์ จากแรงหนุนของดอลลาร์แข็งและทองคำอ่อนตัว แต่กระแสเงินทุนต่างชาติที่เริ่มไหลกลับเข้าตลาดหุ้นไทย รวมถึงแรงขายดอลลาร์จากผู้ส่งออก อาจช่วยชะลอการอ่อนค่าไว้ได้บางส่วน ทั้งนี้ หากสถานการณ์ตะวันออกกลางไม่รุนแรงขึ้น เงินบาทอาจอ่อนค่าได้จำกัดบริเวณ 32.75-32.85 บาทต่อดอลลาร์ ก่อนมีโอกาสกลับมาแกว่งตัวแข็งค่าขึ้นได้ในระยะถัดไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...