โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

บ้านพิบูลธรรม ตำนาน 126 ปี จากบ้านเสนาบดีกระทรวงวัง สู่ที่ทำงาน รมว.พีระพันธุ์

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 08 ก.ย 2566 เวลา 14.15 น. • เผยแพร่ 08 ก.ย 2566 เวลา 13.40 น.

เปิดตำนาน 126 ปี จาก “บ้านนนที” ที่รัชกาลที่ 5 และรัชกาลที่ 6 พระราชทานให้ “หม่อมราชวงศ์ปุ้ม มาลากุล” เสนาบดีกระทรวงวัง สู่ “บ้านพิบูลธรรม” ในสมัย “จอมพล ป.” และเป็นที่ทำงานของ รมว. พลังงานในอดีตก่อนจะย้ายไปตึก EnCo จนวันนี้ พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกฯ และ รมว.พลังงาน จะกลับมาใช้สถานที่ในตำนานแห่งนี้บัญชาการอีกครั้ง

สืบเนื่องจากกรณีที่ “นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค” รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้มีการสั่งปรับปรุงห้องทำงานที่ “บ้านพิบูลธรรม” เชิงสะพานกษัตริย์ศึก ถนนพระราม 1 แขวงรองเมือง เขตปทุมวัน ใกล้กับหัวลำโพง แทนที่ห้องทำงานชั้น 25 บนตึก “เอนเนอร์ยี่ คอมเพล็กซ์” (Energy Complex หรือ EnCo) ถนนวิภาวดีรังสิต

ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากบรรดาผู้เกี่ยวข้อง เนื่องจากพื้นที่บริเวณดังกล่าวค่อนข้างแออัด ที่จอดรถน้อย อาจไม่สะดวกเมื่อต้องไปติดต่อราชการ อีกทั้งหน่วยงานของกระทรวงพลังงานหลายส่วนก็อยู่ที่ตึก EnCo อย่างไรก็ดีกระทรวงพลังงานให้เหตุผลว่าห้องที่ตึก EnCo ก็อยู่ระหว่างการปรับปรุงเช่นกัน เรื่องนี้จึงกลายเป็นประเด็นให้สังคมอยากรู้ประวัติความเป็นมาของพื้นที่แห่งนี้ไม่น้อย

บ้านพิบูลธรรม

“ประชาชาติธุรกิจ” จะพาไปทำความรู้จักกับบ้านพิบูลธรรมหลังนี้ ที่ออกแบบอย่างศิลปะนีโอคลาสสิกและอิตาเลียนเรอเนสซองส์ โดยสร้างขึ้นมาตั้งเเต่ปลายรัชสมัยรัชกาลที่ 5

บ้านพิบูลธรรม เดิมชื่อว่า “บ้านนนที” เป็นอาคารที่สร้างใน พ.ศ. 2440 ช่วงรอยต่อของรัชสมัยรัชกาลที่ 5 และ รัชกาลที่ 6 บนเนื้อที่ประมาณ 4-5 ไร่ มี 2 อาคาร ออกแบบอย่างศิลปะนีโอคลาสสิกและอิตาเลียนเรอเนสซองส์ โดยมี “นายแอร์โกเล มันเฟรดี” (Ercole Manfredi หรือ เอกฤทธิ์ หมั่นเฟ้นดี) สถาปนิกชาวอิตาเลียนเป็นผู้ออกแบบ และ “นายคาร์โล ริโกลี” (Carlo Rigoli) เป็นผู้วาดภาพสีปูนเปียกบนผนังและเพดาน

รัชกาลที่ 5 ได้พระราชทานที่ดินและบ้าน (อาคารหลังแรก) ให้กับ “หม่อมราชวงศ์ปุ้ม มาลากุล” หรือ “พระยาอนุรักษราชมณเฑียร” ในขณะนั้น ก่อนเป็น “เจ้าพระยาธรรมาธิกรณาธิบดี” เสนาบดีกระทรวงวัง (สำนักพระราชวัง) ในสมัยรัชกาลที่ 6 โดยพระองค์ได้พระราชทานเงินให้สร้างตึกอีกหลังหนึ่งเป็นอาคาร 3 ชั้น (อาคาร 2 ในปัจจุบัน) และให้มีสะพานเชื่อมต่อกับตึกหลังเเรก

บ้านพิบูลธรรม

ต่อมาเมื่อเกิดทางรถไฟสายเหนือขึ้นที่หัวลำโพง (สถานีรถไฟกรุงเทพ) ที่ดินบางส่วนของบ้านจึงต้องถูกเวนคืนให้แก่ทางราชการเพื่อสร้างทางรถไฟ

สำหรับสาเหตุที่ชื่อบ้านนนที เพราะ สัญลักษณ์กระทรวงวังในอดีตเป็นรูป “โค” หรือ “พระนนทิการ” บ้านนี้จึงถูกเรียกว่าบ้านนนที โดยมีศีรษะวัวประดับอยู่บริเวณหน้าบ้าน

บ้านพิบูลธรรม

จุดเด่นของอาคารหลังแรก คือ บนเพดานห้องโถงมีการวาดลาย “นกกรวิก” แบบฝรั่งที่หาชมไม่ได้จากที่อื่น ซึ่งมีความงดงามมาก แต่เกิดความเสียหายจากการทิ้งระเบิดในสงครามมหาเอเชียบูรพา

สำหรับอาคารหลังที่ 2 ที่รัชกาลที่ 6 ทรงมีรับสั่งให้สร้างอาคารขึ้นใหม่นั้นยังคงสัญลักษณ์โคไว้เหมือนอาคารหลังแรก รวมถึงมีภาพวาดบนผนังและเพดานในลักษณะเดียวกัน

ความวิจิตรของอาคารหลังที่ 2 คือห้องโถงหลักซึ่งมีรูปวาดบนเพดานเป็นลาย “นกสดายุ” ที่มาปราบทศกัณฐ์ขณะกำลังลักพาตัวนางสีดา สื่อความหมายว่า นกสดายุเป็นผู้คุ้มครองและป้องกันเหล่าพระบรมวงศานุวงศ์ให้พ้นจากทุกข์และภัยร้าย ซึ่งก็คือหน้าที่ของเสนาบดีกระทรวงวังนั่นเอง

โดยภาพทศกัณฐ์ดังกล่าวไม่ได้เป็นศีรษะโขน แต่เป็นหน้าคนจริง ๆ ซึ่งเกิดจากจินตนาการของผู้วาดที่เป็นหลักเรียลลิสติกของชาวตะวันตก และเลือกใช้ตอนในรามเกียรติ์ที่ไม่ค่อยมีผู้ใดใช้ ซึ่งแสดงถึงความทันสมัยในยุคนั้นได้อย่างชัดเจน

เนื่องจากบ้านนนทีอยู่ใกล้สถานีรถไฟหัวลำโพง จึงถูกทิ้งระเบิดจากการโจมตีของฝ่ายสัมพันธมิตรในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ทำให้ได้รับความเสียหายอย่างหนัก “หม่อมหลวงปีกทิพย์ มาลากุล” บุตรของหม่อมราชวงศ์ปุ้ม เจ้าของบ้านในขณะนั้นจึงได้เสนอขายให้แก่รัฐบาล

ภายหลัง “จอมพล ป. พิบูลสงคราม” ได้รับซื้อบ้านหลังนี้และนำมาซ่อมแซมพร้อมเปลี่ยนชื่อเป็น “บ้านพิบูลธรรม” ใน พ.ศ. 2498 โดยอนุมัติให้โรงงานยาสูบซื้อไว้เป็นสถานที่ราชการด้วยเงินประมาณ 6 ล้านบาท และเป็นที่รับรองบุคคลสำคัญรวมถึงแขกบ้านแขกเมืองในสมัยนั้น ก่อนขายให้กรมพลังงานแห่งชาติ หรือกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงานในปัจจุบัน ใช้เป็นอาคารสำนักงานมาตั้งเเต่วันที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2502

บ้านพิบูลธรรม

บ้านพิบูลธรรมเคยถูกใช้เป็นสถานที่ทำงานของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานในอดีต โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานคนสุดท้ายที่ใช้บ้านหลังนี้เป็นที่ทำงาน คือ “นายแพทย์วรรณรัตน์ ชาญนุกูล” ซึ่งก็ผ่านมากว่า 12 ปีแล้ว ก่อนที่กระทรวงพลังงานจะย้ายมาอยู่ที่ตึก EnCo ที่ก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์เมื่อปลายปี พ.ศ. 2552

จนวันนี้ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานจะกลับมาใช้สถานที่แห่งนี้เป็นที่ทำงานอีกครั้งหนึ่ง

บ้านพิบูลธรรม
บ้านพิบูลธรรม
บ้านพิบูลธรรม
บ้านพิบูลธรรม

ข้อมูลจาก

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...