โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

มะเร็งตับเกิดจากอะไร ? เรื่องน่าสงสัย ที่ทุกคนควรรู้

Campus Star

อัพเดต 20 ก.ย 2566 เวลา 05.33 น. • เผยแพร่ 19 ก.ย 2566 เวลา 09.40 น.

มะเร็งตับเกิดจากอะไร ?

ปัจจัยเสี่ยงของการเกิดมะเร็งตับ

ปัจจัยเสี่ยงของการเป็นโรคมะเร็งตับเกิดจากหลากหลายสาเหตุ ซึ่งในแต่ละสาเหตุอาจเกิดจากพฤติกรรมการใช้ชีวิต รวมถึงทางกรรมพันธุ์ ซึ่งสามารถสรุปได้ดังนี้

  • การติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีและซี
  • โรคตับแข็ง
  • ไขมันพอกตับ
  • การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
  • การใช้ยาบางชนิด เช่น ยารักษาโรคมะเร็ง ยารักษาโรคความดันโลหิตสูง เป็นต้น
  • ภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง
  • ประวัติครอบครัวเป็นมะเร็งตับ

สาเหตุของการเกิดมะเร็งตับ

โดยสาเหตุที่แน่ชัดว่ามะเร็งตับเกิดจากอะไรนั้นยังไม่เป็นที่ทราบอย่างชัดเจน แต่เชื่อว่าเกิดจากการกลายพันธุ์ของยีน รวมถึงปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ข้างต้นอย่างที่ได้กล่าวไป สำหรับการกลายพันธุ์ของยีนนั้น เมื่อยีนเกิดการเปลี่ยนแปลงจะส่งผลให้เซลล์เจริญเติบโตและมีการแบ่งตัวที่ผิดปกติ จนอาจกลายเป็นเซลล์มะเร็งในที่สุด

อาการของมะเร็งตับ

ได้รู้กันไปแล้วว่ามะเร็งตับเกิดจากอะไร คราวนี้เรามาดูถึงอาการระยะแรกที่มักจะไม่แสดงอาการของโรคนี้กันบ้าง ดังนี้

  • ปวดท้องบริเวณข้างขวาส่วนบน
  • เบื่ออาหาร
  • น้ำหนักลด
  • อ่อนเพลีย
  • ท้องบวม
  • ตาเหลือง
  • ปัสสาวะสีเข้ม
  • อุจจาระสีซีด

การวินิจฉัยมะเร็งตับ

การวินิจฉัยโรคมะเร็งตับนั้นสามารถทำได้โดยการตรวจร่างกาย การตรวจเลือด การตรวจภาพถ่าย รวมถึงการตรวจชิ้นเนื้อ ซึ่งหากตรวจพบว่าเป็นโรคมะเร็งตับในขั้นตอนการรักษานั้นจะขึ้นอยู่กับระยะของโรคและสภาพร่างกายของผู้ป่วย โดยในระยะเริ่มต้นอาจทำได้โดยการผ่าตัดเอาก้อนมะเร็งออก หรือจี้ทำลายก้อนมะเร็งด้วยวิธีต่างๆ เช่น การฉายรังสี การฉีดยาเคมีบำบัด หรือการใช้คลื่นความถี่วิทยุ ส่วนการรักษามะเร็งตับในระยะลุกลาม มักจะมุ่งเน้นไปที่การรักษาเพื่อบรรเทาอาการและยืดอายุการมีชีวิตให้ผู้ป่วย

การป้องกันมะเร็งตับ

ถึงแม้ว่าโรคมะเร็งตับจะมีปัจจัยการเกิดจากหลายหลายสาเหตุถ แต่เราก็ควรที่จะป้องกันตัวเองเอาไว้ ซึ่งนอกจากจะต้องทำให้ร่างกายแข็งแรงทั้งการออกกำลังกาย รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ การป้องกันมะเร็งตับด้วยวิธีเหล่านี้ก็เป็นสิ่งที่ควรทำเช่นกัน

  • ฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบบี
  • หลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
  • รับประทานอาหารที่มีประโยชน์และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
  • ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ
  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับสารเคมีที่เป็นอันตราย
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...