'ชวลิต' ย้ำ จุดยืน ทสท. ไม่แก้หมวด 1-2 หนุนโมเดล ส.ส.ร. จากประชาชน ร่างรธน.
‘ชวลิต’ ย้ำจุดยืน ทสท. ไม่แก้หมวด 1-2 หนุนโมเดล ส.ส.ร. จากประชาชน ร่างรธน. มอง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ‘ก้าวไกล’ เชื่อฝั่งรัฐบาลส่งร่างประกบแน่
เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม นายชวลิต วิชยสุทธิ์ สมาชิกพรรคไทยสร้างไทย (ทสท.) ในฐานะคณะกรรมการเพื่อพิจารณาศึกษาแนวทางในการทำประชามติเพื่อแก้ไขปัญหาความเห็นที่แตกต่างในเรื่องรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 กล่าวถึงการประชุมของคณะกรรมการฯ นัดแรกวันที่ 10 ตุลาคม มีการวางกรอบแนวทางการทำงานไว้อย่างไร ว่า ประการแรกคงต้องฟังจากที่ประชุมว่ามีความเห็นอย่างไร แต่จุดยืนของพรรคทสท. มีจุดยืนชัดเจนเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญซึ่งได้เสนอต่อสภาฯไปแล้ว ในการที่จะไม่แก้ไขหมวด 1 และหมวด 2 รวมทั้งให้มีสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ที่มาจากประชาชน
“หลักๆ แล้วก็คงจะเป็นในเรื่องนี้ แล้วถ้าเดินตามแนวทางนี้มันก็จะสามารถแก้ไขได้ทันภายในไม่นานนัก คิดว่าถ้าเป็นไปตามนี้ก็จะทำสร้างความมั่นใจ ความเชื่อมั่น ให้กับพี่น้องประชาชนที่รัก ศรัทธาในระบอบประชาธิปไตย” นายชวลิต กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า แสดงว่ามีแนวโน้มที่จะนำรัฐธรรมนูญปี 40 มาปรับปรุงหรือใช้เป็นโมเดลหรือไม่ นายชวลิต กล่าวว่า ต้องฟังที่ประชุม แต่ข้อคิดเห็นของพรรคยังไม่ได้มีการหยิบยกโมเดลของปีไหนมาเป็นโมเดลในการพิจารณา เพียงแต่จะแก้ไขจากสิ่งที่เป็นประเด็นการสืบทอดอำนาจที่เราเห็นกันอยู่ว่าเราจะแก้ประเด็นไหนอย่างไรบ้าง และคงจะอยู่ตรงนั้น แต่เท่าที่ฟังการให้ความเห็นของประธานฯ เขาจะไปดูเรื่องประชามติ แนวทางการทำประชามติ ซึ่งมันน่าจะไม้ใช่เวลาที่จะมาพิจารณาเรื่องนี้ แต่เราเป็นพรรคเล็กก็ต้องฟังความเห็นจากที่ประชุมทั้งหมด
เมื่อถามว่าคณะกรรมการจะวางไทม์ไลน์การแก้ไขรัฐธรรมนูญ การทำประชามติ ให้ชัดเจนได้อย่างไร นายชวลิต กล่าวว่า ต้องรอหารือในที่ประชุมฯ แต่อยากจะให้ข้อคิด 2 ประการ คือ ประการแรก ตอนหาเสียงเลือกตั้งทุกพรรคการเมืองล้วนแต่หาเสียงว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องเร่งด่วนที่จะต้องสร้างความเชื่อมั่น โดยเฉพาะความเชื่อมั่นจากนักลงทุนต่างประเทศ ถ้าการเมืองการปกครองของประเทศไม่เป็นที่เชื่อมั่น เราจะหวังได้อย่างไรว่าเขาจะมาลงทุนในบ้านเรา เพราะเขาก็ต้องดูการเมืองการปกครองของประเทศจะมีความต่อเนื่องในระบอบประชาธิปไตยหรือไม่ ถ้ายังลุ่มๆ ดอน ๆ แบบนี้ ก็จะเหมือน 9 ปีที่ผ่านมา คือ มีการย้ายฐานการลงทุน การไม่มาลงทุน เห็นกันอยู่ นั่นคือการเมืองการปกครองที่เขาไม่เชื่อมั่นในประเทศของเรา ซึ่งไม่นับจากในประเทศของเรา ส่วนประการที่สอง คือ ใครจะไปคิดว่าจะมีการข้ามขั้วในการจับมือกันเป็นรัฐบาล ตรงนี้ก็ต้องคิดในมุมกลับเหมือนกันว่าถ้าใช้เวลาถึง 4 ปี ความเชื่อมั่นของประเทศมันไม่เกิดหรอก นี่ก็คือสิ่งที่ตนอยากจะฝากเป็นข้อคิดว่าบางทีมันก็ต้องคิดมุมกลับเหมือนกันว่าพี่น้องประชาชนโดยทั่วไปส่วนใหญ่เขารอความหวังตรงนี้อยู่
เมื่อถามว่า หลายฝ่ายที่ไม่ได้เข้าร่วมเป็นคณะกรรมการฯ ทั้งพรรคก้าวไกล (ก.ก.) กลุ่มไอลอว์ จะมีเวทีรับฟังความเห็นอย่างไร เพื่อให้มีข้อเสนอได้ครบถ้วนนายชวลิต กล่าวว่า การฟังความเห็นจากทางหัวหน้าพรรคก็ดี ผู้ที่ทำหรือรับผิดชอบเกี่ยวกับเรื่องนี้ก็ดี เพราะจะติดตามแล้วก็ให้ข้อคิดข้อเสนอแนะ ซึ่งติดตามอย่างใกล้ชิดอย่างแน่นอน
“เขาประกาศชัดเจนว่าเขาต้องการแก้ทุกหมวด ในสิ่งที่พรรคแกนนำรวมทั้งพรรคไทยสร้างไทยมีความเห็นว่าไม่แก้หมวด 1 หมวด 2 ไม่ใช่ว่าแก้ไม่ได้นะ แต่หมายความว่าเราอยากให้เห็นผลในทางปฏิบัติว่ามันจะทำได้จริง ถ้าเรามีความเห็นว่าจะทำทั้งฉบับโอกาสที่จะถูกต่อต้านมันก็เยอะ แล้วสิ่งที่หวังว่าจะได้ว่ามบ้านเมืองจะเป็นประชาธิปไตย เราก็จะหลุดมือไปหมด ดังนั้นอะไรที่ใกล้มือแล้วก็เป็นประโยชน์กับคนส่วนใหญ่เราก็คิดว่าน่าที่จะมีความเห็นเสียงส่วนใหญ่ไปในทางนี้” นายชวลิต กล่าว
เมื่อถามว่าคณะกรรมการฯ จะแสดงความชัดเจนในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อป้องกันข้อครหาว่าเป็นการซื้อเวลาอย่างไร นายชวลิต กล่าวว่า ต้องถกกันในวันประชุมวันแรก ไทม์ไลน์เป็นอย่างไร เพราะไทม์ไลน์ในการที่จะให้เห็นผลมันปกปิดกันไม่ได้ แต่ละพรรคตอนหาเสียงมาก็บอกเป็นเรื่องเร่งด่วนที่จะต้องดำเนินการในเรื่องนี้ แล้วก็มีการศึกษากันมาพอสมควรแล้ว ตนคิดว่าเรื่องนี้ขอให้มีการเข้าประชุมครั้งแรกก่อน ค่อยตามผลการประชุมอีกครั้งว่าได้มีการกำหนดเป็นมติของที่ประชุมอย่างไร
เมื่อถามถึงกรณีมองเรื่อง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ของพรรคก้าวไกล ที่มีเรื่องความผิดเกี่ยวกับมาตรา 112 ด้วย ประเด็นนี้จะนำมาซึ่งความขัดแย้งทำให้การผลักดันร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมฯ เดินหน้าได้ยากหรือไม่ นายชวลิต กล่าวว่า คิดว่าทางฝั่งรัฐบาลเขาก็คงร่างเข้ามาประกบ เสียงส่วนใหญ่เป็นอย่างไรก็คงจะเป็นอย่างนั้น การเสนอร่างกฎหมายนิรโทษกรรมโดยหลักการแล้วเป็นเรื่องดี เหมือนในอดีตที่บ้านเมืองเราขัดแย้งมานานก็จนสมัย จนสมัยพล.อ. ชวลิต ยงใจยุทธ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ออกคำสั่ง 66/2523 เอาคนออกจากป่ามาร่วมพัฒนาชาติไทย นั่นยิ่งขัดแย้งกันเกือบ 10-20 ปี บาดเจ็บล้มตายกันมากมาย ความขัดแย้งในอดีตเขายังแก้ปัญหากันได้ เราก็ขัดแย้งกันมานาน 17 ปี เกือบ 20 ปีเหมือนกันก็สมควรที่จะมีการนิรโทษกรรมคดีทางการเมือง หรือคดีอาญาที่เกี่ยวเนื่องการเมืองส่วนรายละเอียดปลีกย่อยมันแตกต่างกันได้
“ก็ต้องฟังเสียงส่วนใหญ่ของทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องก็คือที่จะต้องเขาไปในสภาฯ ก็คงจะต้องได้ไปพิจารณากันแล้วก็คิดว่าทางรัฐบาลเมื่อพรรคก้าวไกลเสนอมาอย่างนี้ทางฝั่งพรรคการเมืองอื่น ๆ ก็คงจะต้องมีการเสนอเข้าไปประกบรายละเอียดก็คงจะไปว่ากันในชั้นกรรมาธิการ” นายชวลิต กล่าว