โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต้นตอ “นิทานเวตาล” กับลักษณะของ “เวตาล” ปีศาจช่างพูด-นักเล่าเรื่อง

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 30 มิ.ย. 2567 เวลา 07.13 น. • เผยแพร่ 30 มิ.ย. 2567 เวลา 07.11 น.
“เวตาล” จากหนังสือ นิทานเวตาล ฉบับกรมหมื่นพิทยาลงกรณ์ (ภาพจาก Wikimedia Commons) - ปรับแต่งกราฟิกเพิ่มเติมโดยกองบรรณาธิการศิลปวัฒนธรรม

นิทานเวตาล หรือ “เวตาลปัญจวิงศติ” เป็นวรรณกรรมสันสกฤตโบราณอันประกอบด้วยนิทาน 24 เรื่อง ที่เล่าโดย “เวตาล”อมนุษย์นักเล่านิทานภายในเรื่อง นิทานเวตาลนี้รวมอยู่ในหนังสือ กถาสริตสาครของปราชญ์อินเดียนาม โสมเทวะ

ว่ากันว่า กวีชื่อ ศิวทาส เป็นผู้เล่านิทานเวตาลเป็นครั้งแรก และเล่าขานต่อ ๆ กันมาไม่น้อยกว่า 2,500 ปีแล้ว เพราะเรื่องราวที่สนุกสนาน ชวนติดตาม นิทานเวตาลจึงโลดแล่นอย่างมีชีวิตชีวาในความรู้สึกของผู้คนเสมอ นอกจากการนำเสนอแบบ “นิทานซ้อนนิทาน” ที่เป็นเอกลักษณ์ตามคติวรรณกรรมอินเดียแล้ว ตัวของ “เวตาล” ก็มีบุคลิกอันโดดเด่นอย่างมาก คือเต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยม ช่างพูด ช่างเจรจา เหมือนจะอันตราย แต่หลากมิติ เวตาลอาจเป็นหนึ่งในปีศาจเพียงไม่กี่ตนในตำนานปรัมปราทั้งหลาย ที่ผู้คนไม่ได้รู้สึกจงเกลียดจงชังหรือรู้สึกว่าต้องกลัวอมนุษย์ตนนี้

นิทานเวตาล เป็นที่แพร่หลายในไทยเมื่อ พระราชวรวงศ์เธอ กรมหมื่นพิทยาลงกรณ์(พระบวรวงษ์เธอ พระองค์เจ้ารัชนีแจ่มจรัส) หรือ น.ม.ส. ทรงแปลจากฉบับภาษาอังกฤษของ ริชาร์ด ฟรานซิส เบอร์ตัน ( Richard Francis Burton) และ ซี. เอช. ทอว์นีย์(C. H. Tawney) เป็นนิทาน 10 เรื่อง ต่อมา ศาสตราจารย์ ดร. ศักดิ์ศรี แย้มนัดดาได้แปลจากต้นฉบับภาษาสันสกฤตจนครบ 25 เรื่อง

เนื้อเรื่องหลักของนิทานเวตาล เล่าถึงพระเจ้าวิกรมาทิตย์ ที่โยคีเจ้าเล่ห์เข้าเฝ้ากราบทูลให้พระองค์ไปจับเวตาลมาให้ตนประกอบพิธีมหายัชญพิธี โดยเวตาลอาศัยอยู่บนต้นไม้ใหญ่ใจกลางสุสาน วิธีเดียวที่พระองค์จะจับเวตาลได้คือทำทุกอย่างด้วยความเงียบ ไม่ปริปากพูดจาสิ่งใดทั้งสิ้น มิฉะนั้น เวตาลจะหนีกลับทันที แต่ทุกครั้งที่พระเจ้าวิกรมาทิตย์ทรงจับเวตาลได้ มันหลอกล่อพระองค์โดยเล่านิทานให้ฟังแล้วจบเรื่องด้วยคำถามจากนิทานนั้น

เวตาลยังสาปพระเจ้าวิกรมาทิตย์ด้วยว่า หากทรงทราบคำตอบ แต่ไม่ยอมเอ่ยคำตอบ พระเศียรของพระองค์จะต้องแตกเป็นเสี่ยง ๆ พระเจ้าวิกรมาทิตย์จึงตอบคำถามจากนิทาน แล้วเวตาลก็หนีกลับไปยังต้นไม้ดังเดิม พระองค์จึงวนกลับไปเอาตัวเวตาลอีก เป็นอยู่เช่นนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า (จากนิทานเรื่องแล้วเรื่องเล่า) นี่คือที่มาของนิทานเวตาลทั้ง 24 เรื่องนั่นเอง

สงสัยกันไหมว่า แท้จริงแล้วลักษณะของนักเล่านิทานอย่าง “เวตาล” เป็นอย่างไรแน่?

มีการอธิบายรูปร่างและรูปลักษณ์ของเวตาลไว้ค่อนข้างหลากหลาย ในหนังสือ นิทานเวตาลของกรมหมื่นพิทยาลงกรณ์ ที่แปลจากฉบับภาษาอังกฤษของเบอร์ตัน ระบุรูปร่างเวตาลว่า “คล้ายค้างคาว” แต่มีหางเป็นท่อนสั้น ๆ เหมือนหางแพะ มักเขียนรูปเวตาลเป็นค้างคาวตัวใหญ่เกาะอยู่ด้วยท่าห้อยหัวตาเบิกโพลง ตาเป็นสีน้ำตาลปนเขียว ขนสีน้ำตาล หน้าก็สีน้ำตาล ตัวผอมเห็นโครงกระดูกชัดเจน ร่างกายเย็นชืด ผิวหนังเหนียวคล้ายงู หากใครได้พบเห็นเวตาล สิ่งเดียวที่บ่งบอกว่าเจ้าตัวนี้มีชีวิตคือหางที่มักกระดิกไปมา

มอเนียร์ วิลเลียมส์(Monier-Williams) และวามนศิวรามอัปตะกล่าวในดิกชันนารีเพียงว่า “เวตาลเป็นผีชนิดหนึ่งซึ่งสิงศพ”

กถาสริตสาครหนังสือรวบรวมนิทานและตำนานปรัมปราอินเดีย อธิบายว่า “เวตาลมีกลิ่นเหมือนเนื้อโสโครก บินไปบินมาดำเหมือนกลางคืน ความดำแข่งคู่กันกับควันอันเป็นกลุ่มขึ้นจากไฟเผาศพ”

หนังสืออื่น ๆ กล่าวถึงลักษณะเวตาลคล้าย ๆ กัน คือเป็นอมนุษย์ คล้ายค้างคาวผี ปรัมปราฮินดูบอกว่าเวตาลคือภูตที่อาศัยอยู่ในซากศพ เพื่อเป็นเครื่องมือสำหรับเดินทางในตอนกลางวัน ขณะที่อาศัยในศพ ศพนั้นจะไม่เน่าเปื่อย ก่อนจะออกจากศพตอนกลางคืนเพื่อหาอาหาร เนื่องจากเป็นวิญญาณร้ายที่สิงสู่ศพ มันอาจทำร้ายมนุษย์ที่เข้าไปรบกวน ลักษณะของเหยื่อที่ถูกเวตาลสิงคือมือและเท้าจะหันไปข้างหลัง

พราหมศรีมเหศวรภัฏฏอธิบายถึงเวตาลว่า อยู่ในจำพวก “มรุตคณะ” คือเป็นเทวดาจำพวกหนึ่ง เป็นบุตรนางอทิติ และเป็นผู้ติดตามพระรุทระ (อีกภาคหนึ่งของพระศิวะ ถือเป็นเทพแห่งลมและพายุ) กับนางภัทรา ปกติเวตาลจะท่องเที่ยวอยู่ตามหนอง ตามพุ่มไม้ ตามป่ารกทึบและมืดอับ บางครั้งจะท่องไปกับลมพายุและฟ้ามืดมัว แต่ส่วนใหญ่จะเป็นเวลากลางคืน

พิจารณาจากข้อมูลนี้ เวตาลมีความคล้ายผีกระสืออยู่เหมือนกัน หรืออธิบายให้เป็นวิทยาศาสตร์อีกนิดคือ เวตาลดูจะเกี่ยวข้องกับปรากฏการณ์ที่ก๊าซในหนองน้ำลอยขึ้นมากระทบออกซิเจนในอากาศจนเกิดแสงเป็นดวง เป็นคำอธิบายเดียวกับที่ใช้อธิบายปรากฏการณ์แสงกระสือนั่นเอง

เวตาลสูงประมาณ 2-3 ฟุต กว้าง 1.5 ฟุต อกถึงหลังหนา 0.5-1 ฟุตเห็นจะได้ ผมดกยาว ขนตามตัวก็ยาว หัวกลม หน้ารูปไข่ ตากลมและถลน จมูกยาวเป็นขอเหมือนปากเหยี่ยว ปากอ้า แก้มตอบ คางและขากรรไกรกว้าง ฟันแหลม แขน-มือสั้น ขาสั้น พุงพลุ้ย เล็บคม ปีกแข็งแรงมาก เมื่อเวตาลบินหาอาหารในเวลากลางคืน จะอ้าปากกว้างเห็นเป็นดวงไฟ ทำให้สัตว์ตกใจผละหนีจนเผยตัวจากที่ซ่อน เวตาลก็จะพุ่งไปโฉบกิน

เวตาลถือเป็นข้ารับใช้พระรุทระ หากใครบูชาหรือท่องมนตร์สรรเสริญพระรุทระ เวตาลมักจะไม่ทำร้าย เช่น พระนางจันทรมตีแบกศพโรหิตากษะผู้เป็นพระโอรสไปเผาในเวลาเที่ยงคืน หรือนางทมยันตีเที่ยวตามพระนลกลางป่าองค์เดียว เวตาลก็ไม่ได้ทำร้าย

สำหรับพระเจ้าวิกรมาทิตย์ หลังจากตอบคำถามนิทานเวตาลมาจนถึงเรื่องสุดท้าย เมื่อพระองค์ไม่ทราบคำตอบจึงเลือกที่จะเงียบ ทำให้เวตาลพอใจในตัวกษัตริย์พระองค์นี้มาก เพราะทรงซื่อตรง กล้าหาญ และไม่ย่อท้อ จึงเผยความจริงถึงแผนการร้ายของโยคี ที่ตัวพระองค์เองจะถูกใช้เป็นเครื่องสังเวยด้วย ก่อนจะแนะนำแผนจัดการโยคีเจ้าเล่ห์จนเป็นผลสำเร็จ

เหตุการณ์เสด็จไปจับเวตาลแบบวนเวียนซ้ำ ๆ หลังการตอบคำถามของพระเจ้าวิกรมาทิตย์นี้เรียกว่า “ไวตาลียโยคะ” ถือเป็นการบำเพ็ญเพียรที่เพิ่มพูนบารมีแก่พระองค์อย่างสูง

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

กรมหมื่นพิทยาลงกรณ์; พระราชวรวงศ์เธอ. นิทานเวตาล.พิมพ์แจกในงานพระราชทานเพลิงศพ ม.ร.ว. ปั้ม มาลากุล. กรุงเทพฯ : โสภณพิพรรฒธนาการ. (ในห้องสมุดดิจิทัลวัชรญาณ)

ศักดิ์ศรี แย้มนัดดา. นิทานเวตาล (เวตาลปัญจวิงสติ). Dhamaintrend แบ่งปันและเผยแพร่. (PDF Online)

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 11 สิงหาคม 2566

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ต้นตอ “นิทานเวตาล” กับลักษณะของ “เวตาล” ปีศาจช่างพูด-นักเล่าเรื่อง

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...