โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กีฬา

“โก่งตูด” เช็กไลน์ IQ พลิกเกม

Soccersuck

เผยแพร่ 03 ก.ย 2566 เวลา 19.37 น. • Soccersuck


ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าการโก่งตูดที่เป็นเรื่องลามกสำหรับพวกเรากลับมีพลานุภาพถึงขั้นพลิกสถานการณ์ให้ อาร์เซนอล กลับมาเอาชนะ แมนฯยูฯ ช่วงทดเจ็บในเกมดราม่าสุดมัน

ผมยกให้ช็อต “โก่งตูด” ของ กาเบรียล ขึ้นหิ้งเทียบชั้นระดับนักฟิสิกส์ระดับตำนานอย่าง อัลเบิร์ต ไอนส์ไตน์ และ สตีเฟ่น ฮอว์กิ้ง

เพราะในขณะที่ตัวเองถลำไลน์และยืนอยู่ห่าง กานาโช่ หลายเมตรชั่ววินาทีนั้นเองกองหลังแซมบ้าที่ทำท่าจะวิ่งหยุดและจัดท่า ไมเคิ่ล แจ็คสัน วัดใจเทคโนโลยีจนกระทั่ง กานาโช่ “ไหล่เหลื่อม” เส้นแดงฉิวเฉียด

นี่คือจุดเปลี่ยนของเกมนี้และเป็นการถือกำเนิดของ “มีม” ที่กำลังกระฉ่อนโซเชี่ยลไปแล้ว

“ปีศาจแดง” ของ เอริค เทน ฮาก แสดงตัวชัดเจนว่าวันนี้มาซื้อเกมรับและหวังพึ่งทีเด็ดของ มาร์คัส แรชฟอร์ด ในแดนหน้าดังจะเห็นได้จากการยิงครั้งแรกของเกมเป็นประตู 1-0 ทันที

ทีมเยือนรู้ตั้งแต่ก่อนลงสนามว่าต้องเจออะไรจาก “รองแชมป์” ซึ่งกำลังหัวร้อนได้ที่หลังถูก ฟูแล่ม ขโมยแต้มเมื่อสุดสัปดาห์ที่แล้ว

การฉกฉวยโอกาสจากการเคาเตอร์คืออาวุธเดียวที่พวกเขามีในยามที่ฟอร์มเปิดตัวในซีซั่นนี้ยังติดปัญหาหลายประการ

คิดเล่นๆขำๆถ้ามองในมุมที่ ยูไนเต็ด ตั้งใจมารับคือ “บรรลุเป้า” หากอ้างอิงมาตรฐานการทดเจ็บฤดูกาลที่แล้ว

เสียดายที่ความได้เปรียบมีชีวิตอยู่ได้เพียงแค่ 35 วินาที การคุมตัวพลาดเต็มๆปล่อยให้ โอเดการ์ด ได้วางเท้ายิงเหน่งๆทั้งที่ในเขตโทษผู้เล่นทีมเยือนมีมากกว่าแทบจะแบ่งหน้าที่คุมตัวได้สบายๆด้วยซ้ำ

จุดสำคัญสำหรับ แมนฯยูฯ ที่ยวบลงทันตาเห็นและเป็นเหตุทำให้เสีย 2 ประตูในช่วงทดเจ็บ 90+6 และ 90+11 คือการเสีย 2 เซนเตอร์อย่าง มาร์ติเนซ และ ลินเดเลิฟ ไปพร้อมๆกัน

ซ้ำร้ายดวงกุดลูกยิงของ ดีแคลน ไรซ์ ในนาทีบาปแฉลบขา อีแวนส์ ตัวสำรองซะอย่างงั้น

การคัมแบ็คของ กาเบรีย เชซุส น่าจะทำให้สาวก “กูนเนอร์ส” มองเห็นแสงสว่างในระยะยาวได้ซักที

เพราะ เอ็นเคเทียห์ ไม่ใช่ตัวจบสกอร์โป้งเดียวหรือสร้างความแตกต่างในจังหวะสำคัญเท่า เชซุส

ในขณะที่ความดื้อหรือจะบอกว่า “ป๋าดัน” ของ มิเกล อาร์เตต้า ไม่รู้จะไปจบลงตรงไหนในเมื่อเป็นอีกเกมที่ ไค ฮาแวร์ตซ์ มาตรการเล่นยังต่ำกว่าระดับ “ปืนใหญ่” และนักเตะม้านั่งสำรองคนอื่นๆ

อย่างน้อยๆ ฟาบิโอ วิเอร่า ดูวูบวาบมีเทคนิคมีความมั่นใจมากกว่าและแอสซิสต์ให้ เชซุส ในช่วงเกมเครียดๆจนแฟนบอลต้องร้องเพลง “เธอมาได้ทันเวลาพอดี”

เรื่องการปรับตัวให้เวลาก็อีกเรื่องนึงแต่ช็อต “น้องไก่” จั่วลมเหน่งๆในครึ่งแรกมันตราตรึง ต่อให้นักเตะจะมีปัญหาอะไรก็ตามลูกแบบนี้มันก็ต้องยิงโดนบอลไหมครับ

นี่ยังไม่นับเรื่องความอ้อนแอ้นและเล่นบอลเหมือนไม่มี passion แล้วผมยังมองไม่เห็นเลยว่า “ไค” ดีพอที่จะเป็นตัวจริง ณ เวลานี้

แกรี่ เนวิลล์ ตำนาน แมนฯยูฯ พูดเอาไว้ว่า ไค พลาดโอกาสทองที่จะปลุกชีพตัวเองและสร้างศรัทธาต่อหน้าแฟนบอลทิ้งไปแบบไม่มีชิ้นดี

สำหรับฝั่ง ยูไนเต็ด วันนี้ประเดิมเห็นฟอร์มของ ราสมุส ฮอยลุนด์ ดูหน่วยก้านและวิธีการเล่นแล้วบอกได้คำเดียวว่า “มึงมาถูกลีกแล้ว”

ด้วยความสูง 191 ซม. เก่งเรื่องถูไถแย่งบอลกับเซนเตอร์จะเข้ามาเพิ่มมิติสไตล์ direct เก็บบอลส่งต่อให้พวกปีกไวๆเอาไปเล่นต่อกินแดนสบายๆ

ลูกที่ VAR ริบเราเห็นกันแล้วนะครับว่า ฮอยลุนด์ เซนส์การเล่นบอลจังหวะเดียวหากใครคิดจะ man on จากด้านหลัง

ครับการชนะ วูลฟ์ และ ฟอเรสต์ ในสภาพที่สะบักสะบอมก่อนมาแพ้ สเปอร์ส และ อาร์เซนอล ถูกระฆังเบรกด้วยฟีฟ่า เดย์ ให้ ETH และลูกทีม regroup กันยาวๆ

แต่มรสุมชีวิตไม่จบง่ายๆเมื่อบทพิสูจน์ของแข็งอีกเกมอย่าง ไบรท์ตัน ณ OTF วันที่ 16 พร้อมลุกเป็นไฟแล้วครับ…

สถิติ สถิติ สถิติ

ประตูนาที 95 กับอีก 43 วินาทีของ ดีแคลน ไรซ์ เป็นประตู “ชัย” ท้ายเกมที่มาเลทที่สุดของการเจอกันระหว่าง อาร์เซนอล และ แมนฯยูฯ ไปเรียบร้อยแล้ว

อาร์เซนอล เสียประตูจากการยิงหนแรกของคู่แข่ง 7 เกมในปี 2023 ซึ่งนับว่ามมากกว่าทุกๆทีมเลยทีเดียว

มีเพียง 5 นักเตะที่ยิงประตูโดยไม่นับจุดโทษมากกว่า มาร์ติน โอเดการ์ด ในพรีเมียร์ลีกนับตั้งแต่ออกสต๊าร์ตฤดุกาลที่แล้ว

โดย 5 แข้งที่ว่าคือ

34 - ฮาลันด์
25 - เคน
19 - ซาลาห์
18 - แรชฟอร์ด
17 - วิลสัน
16 - โอเดการ์ด

“ปืนใหญ่” ไม่แพ้เกมพรีเมียร์ที่ เอมิเรสต์ ในการเจอกับ แมนฯยูฯ 6 เกมหลังสุด (ชนะ 5 เสมอ1) และตอนนี้เข้าเบรกชนะในบ้านเหนือ ยูไนเต็ด 3 เกมติดเป็นหนแรกนับตั้งแต่พฤษภาคม 1991

แมนฯยูฯ ไม่ชนะในเกมพรีเมียร์ที่ลอนดอนมา 6 เกมหลังสุด (เสมอ 2 แพ้ 4) นับเป็นสถิติที่ยาวนานที่สุดนับตั้งแต่ปี 2015-2016 ซึ่งเป็นช่วง หลุยส์ ฟาน กัล และ โจเซ่ มูรินโญ่ (6 เกมเท่ากัน)

มาร์คัส แรชฟอร์ด เป็นนักเตะ แมนฯยูฯ คนที่ 2 ที่ยิงประตูในการเจอกับ อาร์เซนอล 3 เกมติดนับตั้งแต่ โรบิน ฟาน เพอร์ซีย์ ทำไว้เมื่อปี 2012-2013

คริสเตียน เอริคเซ่น ทำ 75 แอสซิสต์ในพรีเมียร์ลีกแล้วแซงหน้า เธียร์รี่ อองรี (74) และ ขยับขึ้นเป็นอันดับ 5 แข้ง “นอก” ที่ทำแอสซิสต์มากที่สุดในประวัติศาสตร์รายการนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...