ไทยเมดิคอลโกลฟ จับมือ 'ดาวเรือง กรุ๊ป' เปิดธุรกิจดิวตี้ฟรี ฟื้นเศรษฐกิจลุ่มน้ำโขง
ไทยเมดิคอลโกลฟ จับมือ ดาวเรือง กรุ๊ป เปิดธุรกิจดิวตี้ฟรีหลายแห่งในลาว มั่นใจช่วยพลิกฟื้นเศรษฐกิจในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงให้เติบโตและกลับมาเข้มแข็งได้อีกครั้ง
เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2565 ที่ผ่านมา บริษัท ไทยเมดิคอลโกลฟ จำกัด โดยนายแพทย์บุญ วนาสิน ประธานกรรมการ ได้จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการร่วมลงทุนธุรกิจดิวตี้ฟรี ในสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว กับ บริษัท ดาวเรือง กรุ๊ป จำกัด ณ ห้องประชุมนาคารา 3 โรงแรมรอยัลนาคารา จังหวัดหนองคาย โดยได้รับเกียรติจากนายมนต์สิทธิ์ ไพศาลธนวัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย และนายคำพัน อั่นลาวัน เอกอัครรัฐทูตสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ประจำประเทศไทย ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามดังกล่าว นอกจากนี้ยังได้รับเกียรติจากนางเหลื้อง ลิดดัง ประธานกรรมการบริษัท ดาวเรือง กรุ๊ป จำกัด และนาย กบิล สมพงษ์ชัยกุล กรรมการผู้จัดการบริษัท เคพีพี ดีเวลล็อปเม็นท์ จำกัด ในฐานะตัวแทนที่ได้รับการแต่งตั้งจากทั้งสองฝ่าย พร้อมด้วยแขกผู้มีเกียรติจากทั้งฝั่งไทยและสปป.ลาว เข้าร่วมในพิธีดังกล่าวเป็นจำนวนมาก
การร่วมลงทุนธุรกิจดิวตี้ฟรีในครั้งนี้ จะดำเนินกิจการในพื้นที่เขตเศรษฐกิจการค้าชายแดนบริเวณสะพานมิตรภาพลาว-ไทย 1 ซึ่งเป็นพื้นที่โซนที่ได้รับอนุญาตให้สามารถประกอบธุรกิจดิวตี้ฟรีได้ ซึ่งปัจจุบันพื้นที่บริเวณดังกล่าวเป็นกรรมสิทธิ์ของบริษัท ดาวเรือง กรุ๊ป จำกัด รวมถึงจะดำเนินกิจการในพื้นที่อื่นๆ ซึ่งเป็นที่ตั้งของสาขาทุกแห่งของธุรกิจดิวตี้ฟรี ทั้งที่เปิดดำเนินกิจการอยู่ในปัจจุบัน และที่จะเปิดสาขาแห่งใหม่ขึ้นในอนาคต อาทิ สนามบินวัดไต, สนามบินหลวงพระบาง, สนาบินสะหวันนะเขต, สนามบินปากเซ สถานีรถไฟฟ้าบ่อเต็น, ชายแดนบ่อเต็น, World Trade Center และสถานีขนส่งท่าบก (Dry Port) ซึ่งในอนาคตจะพัฒนาให้เป็นศูนย์กระจายสินค้าของอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง เป็นต้น ด้วยมูลค่าการลงทุนกว่า 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ระยะเวลาสัญญา 50 ปี ทั้งนี้เพื่อมุ่งผลักดัน ให้เป็นศูนย์กลางการค้าปลอดภาษี (Duty Free) ของสปป.ลาว และของอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (Greater Mekong Subregion: GMS) ซึ่งจะทำให้เศรษฐกิจของสปป.ลาวฟื้นตัว และกลับมาเข้มแข็ง ได้อีกครั้ง หลังจากที่ต้องเผชิญหน้ากับวิกฤตเศรษฐกิจ ทั้งจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส โคโรนา 2019 (โควิด-19) ทำให้ประสบปัญหาภาวะเงินเฟ้อขั้นรุนแรง ท่ามกลางสกุลเงินกีบที่อ่อนค่าลงอย่างหนัก และเกิดการคลาดแคลนน้ำมันขึ้นทั่วประเทศอันเนื่องมาจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน
ด้าน นายแพทย์บุญ วนาสิน ประธานกรรมการบริษัท ไทยเมดิคอลโกลฟ จำกัด กล่าวว่า “ปัจจุบันสปป.ลาว มีระบบโลจิสติกส์ที่พัฒนาก้าวหน้าเป็นอย่างมาก ดังจะเห็นได้จากเส้นทางรถไฟลาว-จีน ที่เปิดให้บริการอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนธันวาคม 2564 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของระเบียงเศรษฐกิจจีน-อินโดจีน ภายใต้โครงการหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง (Belt and Road Initiative : BRI) ที่รัฐบาลจีนมุ่งเชื่อมโยงกับกว่า 70 ประเทศทั่วทั้งเอเชีย แอฟริกา และยุโรป ขณะเดียวกันก็ผนวกกับยุทธศาสตร์ของสปป.ลาว ที่ต้องการเปลี่ยนแปลงตนเองจากประเทศ ที่ไม่มีทางออกสู่ทะเล ให้กลายเป็นศูนย์กลางการเชื่อมต่อทางบก เชื่อมต่อระหว่างกรุงเวียงจันทน์ สปป.ลาว กับนครคุนหมิง เมืองเอกของมณฑลยูนนาน สาธารณรัฐประชาชนจีน แม้ว่าในช่วงแรกเส้นทางรถไฟสายนี้จะถูกใช้เพื่อขนส่งสินค้าเป็นหลัก แต่เมื่อสถานการณ์โควิด-19 เริ่มคลี่คลาย มีการเปิดให้เดินทางข้ามประเทศได้ จะทำให้เส้นทางรถไฟสายนี้นอกจากจะใช้เชื่อมความร่วมมือทางเศรษฐกิจของลาว-จีนแล้ว ยังสามารถเชื่อมการท่องเที่ยวระหว่างจีน-ลาว และประเทศต่างๆ ในภูมิภาคอาเซียนเพิ่มมากขึ้นด้วย นอกจากนี้ สปป.ลาว ยังได้ร่วมลงทุนกับประเทศเวียดนามในการพัฒนาท่าเรือน้ำลึก ให้สามารถรองรับเรือบรรทุกสินค้าขนาดใหญ่ได้ เพื่อเป็นทางออกสู่ทะเลของสปป.ลาว ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างมากสำหรับประเทศในภูมิภาคอาเซียน และสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยเรามองเห็นโอกาสทางธุรกิจในสปป.ลาว จึงได้ร่วมกับ บริษัท ดาวเรือง กรุ๊ป จำกัด ซึ่งเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ใบอนุญาตประกอบธุรกิจดิวตี้ฟรีหลายแห่ง ในสปป.ลาว ลงทุนทำธุรกิจร่วมกัน ซึ่งนอกจากจะเป็นการสร้างศูนย์กลางการค้าปลอดภาษี (Duty Free) ของสปป.ลาว แล้ว ยังเป็นการส่งเสริมการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยวในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงอีกด้วย ซึ่งจะช่วยพลิกฟื้นเศรษฐกิจของสปป.ลาว และในอนุภูมิภาคลุ่มแม่ น้ำโขงให้เติบโตและกลับมาเข้มแข็งได้อีกครั้ง”
ด้าน นางเหลื้อง ลิดดัง ประธานกรรมการบริษัท ดาวเรือง กรุ๊ป จำกัด กล่าวว่า “การร่วมลงทุนธุรกิจใน ครั้งนี้ถือเป็นความสำเร็จอีกขั้นของกลุ่มบริษัท ดาวเรือง ซึ่งนอกจากจะเป็นการส่งเสริมเศรษฐกิจของประเทศไทยและสปป.ลาว ให้เจริญก้าวหน้าแล้ว ยังเป็นการส่งเสริมเศรษฐกิจในอนุภูมิภาคนี้ให้เติบโตมากยิ่งขึ้นอีกด้วย”
ทางด้านนายกบิล สมพงษ์ชัยกุล ที่ปรึกษาด้านการลงทุนต่างประเทศบริษัท ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “นอกจากการร่วมลงทุนทางด้านการค้าแล้ว ยังจะมีการร่วมลงทุนทางด้านการสาธารณสุขกับสปป.ลาว อีกด้วย โดยจะมีการจัดสร้างโรงพยาบาลขนาด 150 เตียง จำนวน 3 แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาลมิตรภาr นครเวียงจันทน์ โดยร่วมกับกระทรวงสาธารณสุขของสปป.ลาว, โรงพยาบาล World Trade Center และโรงพยาบาลจำปาสัก”