โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ไทยเมดิคอลโกลฟ จับมือ 'ดาวเรือง กรุ๊ป' เปิดธุรกิจดิวตี้ฟรี ฟื้นเศรษฐกิจลุ่มน้ำโขง

MATICHON ONLINE

อัพเดต 03 ก.ย 2565 เวลา 03.32 น. • เผยแพร่ 03 ก.ย 2565 เวลา 03.30 น.

ไทยเมดิคอลโกลฟ จับมือ ดาวเรือง กรุ๊ป เปิดธุรกิจดิวตี้ฟรีหลายแห่งในลาว มั่นใจช่วยพลิกฟื้นเศรษฐกิจในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงให้เติบโตและกลับมาเข้มแข็งได้อีกครั้ง

เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2565 ที่ผ่านมา บริษัท ไทยเมดิคอลโกลฟ จำกัด โดยนายแพทย์บุญ วนาสิน ประธานกรรมการ ได้จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการร่วมลงทุนธุรกิจดิวตี้ฟรี ในสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว กับ บริษัท ดาวเรือง กรุ๊ป จำกัด ณ ห้องประชุมนาคารา 3 โรงแรมรอยัลนาคารา จังหวัดหนองคาย โดยได้รับเกียรติจากนายมนต์สิทธิ์ ไพศาลธนวัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย และนายคำพัน อั่นลาวัน เอกอัครรัฐทูตสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ประจำประเทศไทย ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามดังกล่าว นอกจากนี้ยังได้รับเกียรติจากนางเหลื้อง ลิดดัง ประธานกรรมการบริษัท ดาวเรือง กรุ๊ป จำกัด และนาย กบิล สมพงษ์ชัยกุล กรรมการผู้จัดการบริษัท เคพีพี ดีเวลล็อปเม็นท์ จำกัด ในฐานะตัวแทนที่ได้รับการแต่งตั้งจากทั้งสองฝ่าย พร้อมด้วยแขกผู้มีเกียรติจากทั้งฝั่งไทยและสปป.ลาว เข้าร่วมในพิธีดังกล่าวเป็นจำนวนมาก

การร่วมลงทุนธุรกิจดิวตี้ฟรีในครั้งนี้ จะดำเนินกิจการในพื้นที่เขตเศรษฐกิจการค้าชายแดนบริเวณสะพานมิตรภาพลาว-ไทย 1 ซึ่งเป็นพื้นที่โซนที่ได้รับอนุญาตให้สามารถประกอบธุรกิจดิวตี้ฟรีได้ ซึ่งปัจจุบันพื้นที่บริเวณดังกล่าวเป็นกรรมสิทธิ์ของบริษัท ดาวเรือง กรุ๊ป จำกัด รวมถึงจะดำเนินกิจการในพื้นที่อื่นๆ ซึ่งเป็นที่ตั้งของสาขาทุกแห่งของธุรกิจดิวตี้ฟรี ทั้งที่เปิดดำเนินกิจการอยู่ในปัจจุบัน และที่จะเปิดสาขาแห่งใหม่ขึ้นในอนาคต อาทิ สนามบินวัดไต, สนามบินหลวงพระบาง, สนาบินสะหวันนะเขต, สนามบินปากเซ สถานีรถไฟฟ้าบ่อเต็น, ชายแดนบ่อเต็น, World Trade Center และสถานีขนส่งท่าบก (Dry Port) ซึ่งในอนาคตจะพัฒนาให้เป็นศูนย์กระจายสินค้าของอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง เป็นต้น ด้วยมูลค่าการลงทุนกว่า 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ระยะเวลาสัญญา 50 ปี ทั้งนี้เพื่อมุ่งผลักดัน ให้เป็นศูนย์กลางการค้าปลอดภาษี (Duty Free) ของสปป.ลาว และของอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (Greater Mekong Subregion: GMS) ซึ่งจะทำให้เศรษฐกิจของสปป.ลาวฟื้นตัว และกลับมาเข้มแข็ง ได้อีกครั้ง หลังจากที่ต้องเผชิญหน้ากับวิกฤตเศรษฐกิจ ทั้งจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส โคโรนา 2019 (โควิด-19) ทำให้ประสบปัญหาภาวะเงินเฟ้อขั้นรุนแรง ท่ามกลางสกุลเงินกีบที่อ่อนค่าลงอย่างหนัก และเกิดการคลาดแคลนน้ำมันขึ้นทั่วประเทศอันเนื่องมาจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน

ด้าน นายแพทย์บุญ วนาสิน ประธานกรรมการบริษัท ไทยเมดิคอลโกลฟ จำกัด กล่าวว่า “ปัจจุบันสปป.ลาว มีระบบโลจิสติกส์ที่พัฒนาก้าวหน้าเป็นอย่างมาก ดังจะเห็นได้จากเส้นทางรถไฟลาว-จีน ที่เปิดให้บริการอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนธันวาคม 2564 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของระเบียงเศรษฐกิจจีน-อินโดจีน ภายใต้โครงการหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง (Belt and Road Initiative : BRI) ที่รัฐบาลจีนมุ่งเชื่อมโยงกับกว่า 70 ประเทศทั่วทั้งเอเชีย แอฟริกา และยุโรป ขณะเดียวกันก็ผนวกกับยุทธศาสตร์ของสปป.ลาว ที่ต้องการเปลี่ยนแปลงตนเองจากประเทศ ที่ไม่มีทางออกสู่ทะเล ให้กลายเป็นศูนย์กลางการเชื่อมต่อทางบก เชื่อมต่อระหว่างกรุงเวียงจันทน์ สปป.ลาว กับนครคุนหมิง เมืองเอกของมณฑลยูนนาน สาธารณรัฐประชาชนจีน แม้ว่าในช่วงแรกเส้นทางรถไฟสายนี้จะถูกใช้เพื่อขนส่งสินค้าเป็นหลัก แต่เมื่อสถานการณ์โควิด-19 เริ่มคลี่คลาย มีการเปิดให้เดินทางข้ามประเทศได้ จะทำให้เส้นทางรถไฟสายนี้นอกจากจะใช้เชื่อมความร่วมมือทางเศรษฐกิจของลาว-จีนแล้ว ยังสามารถเชื่อมการท่องเที่ยวระหว่างจีน-ลาว และประเทศต่างๆ ในภูมิภาคอาเซียนเพิ่มมากขึ้นด้วย นอกจากนี้ สปป.ลาว ยังได้ร่วมลงทุนกับประเทศเวียดนามในการพัฒนาท่าเรือน้ำลึก ให้สามารถรองรับเรือบรรทุกสินค้าขนาดใหญ่ได้ เพื่อเป็นทางออกสู่ทะเลของสปป.ลาว ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างมากสำหรับประเทศในภูมิภาคอาเซียน และสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยเรามองเห็นโอกาสทางธุรกิจในสปป.ลาว จึงได้ร่วมกับ บริษัท ดาวเรือง กรุ๊ป จำกัด ซึ่งเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ใบอนุญาตประกอบธุรกิจดิวตี้ฟรีหลายแห่ง ในสปป.ลาว ลงทุนทำธุรกิจร่วมกัน ซึ่งนอกจากจะเป็นการสร้างศูนย์กลางการค้าปลอดภาษี (Duty Free) ของสปป.ลาว แล้ว ยังเป็นการส่งเสริมการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยวในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงอีกด้วย ซึ่งจะช่วยพลิกฟื้นเศรษฐกิจของสปป.ลาว และในอนุภูมิภาคลุ่มแม่ น้ำโขงให้เติบโตและกลับมาเข้มแข็งได้อีกครั้ง”

ด้าน นางเหลื้อง ลิดดัง ประธานกรรมการบริษัท ดาวเรือง กรุ๊ป จำกัด กล่าวว่า “การร่วมลงทุนธุรกิจใน ครั้งนี้ถือเป็นความสำเร็จอีกขั้นของกลุ่มบริษัท ดาวเรือง ซึ่งนอกจากจะเป็นการส่งเสริมเศรษฐกิจของประเทศไทยและสปป.ลาว ให้เจริญก้าวหน้าแล้ว ยังเป็นการส่งเสริมเศรษฐกิจในอนุภูมิภาคนี้ให้เติบโตมากยิ่งขึ้นอีกด้วย”

ทางด้านนายกบิล สมพงษ์ชัยกุล ที่ปรึกษาด้านการลงทุนต่างประเทศบริษัท ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “นอกจากการร่วมลงทุนทางด้านการค้าแล้ว ยังจะมีการร่วมลงทุนทางด้านการสาธารณสุขกับสปป.ลาว อีกด้วย โดยจะมีการจัดสร้างโรงพยาบาลขนาด 150 เตียง จำนวน 3 แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาลมิตรภาr นครเวียงจันทน์ โดยร่วมกับกระทรวงสาธารณสุขของสปป.ลาว, โรงพยาบาล World Trade Center และโรงพยาบาลจำปาสัก”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...