โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

ไขข้อสงสัย "วัคซีน HPV" เหมาะกับใคร ป้องกันโรคอะไรได้บ้าง

Thai PBS

อัพเดต 10 ก.พ. 2568 เวลา 11.47 น. • เผยแพร่ 10 ก.พ. 2568 เวลา 10.59 น. • Thai PBS

วัคซีน HPV เป็นวัคซีนที่แนะนำให้ฉีดตั้งแต่วัยเด็กทั้งในผู้หญิงและผู้ชาย เพื่อป้องกันการติดเชื้อ HPV เชื้อไวรัสที่เป็นสาเหตุของ มะเร็งปากมดลูก ที่พบมากเป็นอันดับที่ 4 ของผู้หญิงทั่วโลก และลำดับ 5 ของประเทศไทย ชวนมารู้จักไวรัส HPV ให้ชัดเจน รวมทั้งทำความเข้าใจเรื่องวัคซีน HPV ให้มากขึ้น

เชื้อ HPV คืออะไร

ก่อนอื่นมาทำความรู้จักกันก่อน HPV ย่อมาจาก Human papilloma virus เป็นเชื้อไวรัสชนิดหนึ่ง เป็นสาเหตุของ มะเร็งปากมดลูก เชื้อไวรัสนี้ทำให้เซลล์ปากมดลูกอักเสบเรื้อรังและสามารถพัฒนาเป็นเซลล์มะเร็งได้ มีหลากสายพันธุ์มาก แต่สายพันธุ์ที่พบได้มากที่สุดเป็นสายพันธุ์ 16 และ 18

นอกจากนี้ เชื้อ HPV บางสายพันธุ์อาจเป็นสาเหตุของการเกิดมะเร็งชนิดต่าง ๆ เช่น มะเร็งปากมดลูก มะเร็งช่องคลอด มะเร็งปากช่องคลอด มะเร็งอวัยวะเพศชาย มะเร็งทวารหนัก มะเร็งช่องปากและลำคอ เป็นต้น

นพ.สกานต์ บุญนาค รองอธิบดีกรมการแพทย์ ได้เคยอธิบายไว้ว่า ผู้ที่มีเพศสัมพันธ์สามารถติดเชื้อไวรัสนี้ได้ ส่วนใหญ่มักไม่มีอาการ และร่างกายกำจัดเชื้อได้เอง แต่มีเพียง 5-10% เท่านั้นที่ระบบภูมิคุ้มกันไม่สามารถกำจัดเชื้อ HPV สายพันธุ์เสี่ยงสูงจากร่างกายได้ ทำให้การติดเชื้อคงอยู่นาน (persistent HPV)

การติดเชื้อ HPV ในลักษณะคงอยู่นานหากไม่ได้รับการรักษา อาจนำไปสู่การเกิดมะเร็งปากมดลูกได้ถึง 95% ซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 15 - 20 ปี หลังการติดเชื้อจนกลายไปเป็นเซลล์มะเร็ง

อาการของการติดเชื้อ HPV

การแสดงอาการของโรคอาจเกิดขึ้นหลายปีหลังจากติดเชื้อและสามารถแพร่เชื้อไปยังคนอื่นได้ ดังนี้

หูดหงอนไก่

หูดหงอนไก่เกิดจากการติดเชื้อ HPV บางสายพันธุ์ เป็นตุ่มเล็ก ๆ ผิวไม่เรียบหลาย ๆ ตุ่ม มีอาการคันได้ สามารถพบได้ทั้งปากช่องคลอด และปากมดลูก

ลักษณะของหูด หูดชนิดทั่วไป จะมีรูปร่างเป็นตุ่มเล็กๆ เจ็บปวดบ้างในบางครั้ง และหากสัมผัสจะรู้สึกว่าผิวของหูดนั้นมีความขรุขระ มีได้หลายสี พบได้ที่บริเวณมือ นิ้วมือ หรือข้อศอก หูดลักษณะเช่นนี้ส่วนใหญ่ไม่ก่อให้เกิดอันตราย

นอกจากนี้ยังมีหูดชนิดอื่นๆ เช่นหูดชนิดแบนราบ - เกิดขึ้นได้กับทุกส่วนของร่างกาย หูดฝ่าเท้า - มักขึ้นบริเวณส้นเท้า ทำให้รู้สึกเจ็บในระหว่างยืนหรือเดิน

แต่หูดที่สร้างความทุกข์ใจกับผู้ป่วยมากที่สุดคือ หูดที่อวัยวะเพศ หรือเรียกว่า หูดหงอนไก่ เป็นติ่งเนื้อลักษณะคล้าย ดอกกะหล่ำ มักเกิดขึ้นบริเวณอวัยวะเพศหญิง อวัยวะเพศชาย และทวารหนัก ส่วนใหญ่ไม่มีอาการเจ็บ แต่อาจทำให้รู้สึกคัน

อาการตกขาวผิดปกติ และสัญญาณเตือนอื่น ๆ

ผู้หญิงที่ติดเชื้อ HPV อาจพบอาการผิดปกติของตกขาวร่วมด้วย เช่น

  • ตกขาวมากกว่าปกติ

  • ตกขาวมีกลิ่นเหม็น

  • มีเลือดออกกะปริบกะปรอยจากช่องคลอด มีอาการเป็นๆหายๆ

  • หากติดเชื้อที่ทวารหนัก จะมีแผลหรือก้อนยื่นออกมาผิดปกติ

  • ผู้หญิงบางรายได้รับเชื้อเข้าสู่ร่างกายแต่ไม่แสดงอาการและเชื้อก็จะหายไปเอง

  • หากร่างกายอ่อนแอก็อาจก่อให้เกิดความผิดปกติภายหลัง

เมื่อทราบถึงสาเหตุที่ก่อมะเร็งปากมดลูก ทำให้เราสามารถป้องกันการเกิดมะเร็งชนิดนี้ได้จากการฉีดวัคซีน HPV การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก และการรักษาโรคตั้งแต่ระยะก่อนเป็นมะเร็ง การป้องกันตั้งแต่วันนี้จึงเป็นกุญแจสำคัญในการลดความเสี่ยงของโรคนี้

วัคซีน HPV คืออะไร

วัคซีน HPV เป็นวัคซีนที่ใช้ป้องกันการติดเชื้อ HPV รวมถึงลดความเสี่ยงในการเกิดโรคอื่น ๆ ที่มีสาเหตุมาจากเชื้อไวรัส HPV ได้อีกด้วย เช่น โรคมะเร็งปากมดลูก, โรคมะเร็งช่องคลอด, โรคมะเร็งช่องปาก, โรคมะเร็งทวารหนัก หรือหูดที่อวัยวะเพศ เป็นต้น

วัคซีน HPV มีกี่ชนิด

วัคซีนมะเร็งปากมดลูก ปัจจุบันนี้มีอยู่ทั้งหมด 3 ชนิดหลัก ตามจำนวนของสายพันธุ์ที่บรรจุอยู่ในวัคซีน ดังนี้

  • วัคซีนชนิด 2 สายพันธุ์ (bivalent) ประกอบด้วย แอนติเจนของเชื้อ HPV 16 และ 18

  • วัคซีนชนิด 4 สายพันธุ์ (quadrivalent) ประกอบด้วย แอนติเจนของเชื้อ HPV 6, 11, 16 และ 18

  • วัคซีนชนิด 9 สายพันธุ์ (nonavalent) ประกอบด้วยแอนติเจนของเชื้อ HPV 6, 11, 16, 18, 31, 33, 45, 52 และ 58

อย่างไรก็ตามมีข้อห้ามของการฉีดวัคซีน HPV ได้แก่ สตรีตั้งครรภ์และคนที่มีประวัติแพ้ส่วนประกอบของวัคซีนอย่างรุนแรง หรือการฉีดเข็มก่อนแล้วทำให้มีอาการแพ้อย่างรุนแรง

วัคซีนชนิด 4 และ 9 สายพันธุ์ มีส่วนประกอบของยีสต์โปรตีน หากมีประวัติแพ้ยีสต์ ควรเลี่ยงการฉีด และหากมีภาวะเจ็บป่วยปานกลางหรือรุนแรงจะมีไข้หรือไม่ก็ตาม ควรเลื่อนฉีดวัคซีน

สำหรับแผนการป้องกันและควบคุมโรคมะเร็งปากมดลูกของกระทรวงสาธารณสุขมีการกำหนดนโยบายให้ฉีดวัคซีน HPV แก่เด็กหญิง ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 อายุ 11-12 ปี โดยฉีด 2 เข็มห่างกัน 6-12 เดือน

ใครควรฉีด วัคซีน HPV

กลุ่มประชากรที่เหมาะสมกับการฉีดวัคซีน HPV มีข้อแนะนำจาก สถาบันมะเร็งแห่งชาติ ดังนี้

1. กลุ่มที่น่าจะมีประโยชน์สูงสุดจากการฉีดวัคซีน HPV คือ ผู้ที่ยังไม่เคยมีเพศสัมพันธ์หรือยังไม่เคยติดเชื้อมาก่อน ได้แก่ เด็กหญิง (วัคซีนชนิด 2, 4 หรือ 9 สายพันธุ์) และเด็กชาย (วัคซีนชนิด 4 หรือ 9 สายพันธุ์) ที่อายุ 11-12 ปี และหากไม่ได้รับวัคซีนในช่วงอายุดังกล่าวสามารถฉีดในช่วงอายุ 13-26 ปีได้

2. การฉีดวัคซีนใน ผู้หญิง และ ผู้ชาย อายุ 27-45 ปี ให้พิจารณาฉีดวัคซีนเป็นราย ๆ ไป ผู้ที่ต้องการฉีดวัคซีนควรได้รับคำอธิบายถึงประโยชน์ที่จะได้รับและอาจไม่เทียบเท่ากับการฉีดในช่วงอายุ 9-26 ปี

3. ผู้หญิงที่เคยเป็น หรือกำลังมีหูดหงอนไก่ หรือรอยโรคก่อนมะเร็งปากมดลูก หรือมีผลตรวจคัดกรองทางเซลล์วิทยาปากมดลูกผิดปกติ หรือตรวจพบเชื้อ HPV กลุ่มความเสี่ยงสูง ยังคงแนะนำให้ฉีดวัคซีน HPV เช่นเดียวกับสตรีทั่วไป

4. ผู้หญิงที่มีเพศสัมพันธ์แล้วสามารถฉีดวัคซีนนี้ได้ โดยไม่มีความจำเป็นต้องตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกหรือตรวจหาเชื้อ HPV กลุ่มเสี่ยงสูงก่อนเริ่มฉีดวัคซีน

ผู้หญิงที่ได้รับการฉีดวัคซีน HPV ครบแล้วยังคงต้องรับการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกอย่างสม่ำเสมอ ด้วย

ผลข้างเคียงและข้อแนะนำหลังฉีดวัคซีน HPV

การฉีดวัคซีน HPV ถือเป็นวิธีป้องกันโรคที่มีประสิทธิภาพสูง โดยทั่วไปมีผลข้างเคียงน้อยและสามารถหายได้เอง จึงไม่จำเป็นต้องกังวลมากนัก อย่างไรก็ตาม บางรายอาจมีอาการข้างเคียงเล็กน้อยหลังฉีด ซึ่งพบได้ทั่วไป เช่น

อาการบริเวณที่ฉีด ปวด บวมแดง คัน อาการทั่วไปของร่างกาย มีไข้ต่ำ ๆ คลื่นไส้ หรืออาเจียน ปวดศีรษะ อาการเหล่านี้มักหายไปเอง

แม้ผลข้างเคียงจากวัคซีน HPV จะไม่รุนแรง แต่การปฏิบัติตามคำแนะนำหลังฉีด จะช่วยให้วัคซีนออกฤทธิ์ได้เต็มที่และลดความเสี่ยงจากอาการไม่พึงประสงค์

  • หลังฉีดวัคซีนควรนั่งหรือนอนพัก 30 นาที เพื่อเฝ้าสังเกตอาการผิดปกติ เช่น เวียนศีรษะ หน้ามืด หรือแพ้วัคซีน

  • หากเป็นไปได้ ควรมีเพื่อนหรือผู้ปกครองมาด้วย เพื่อช่วยดูแลหากเกิดอาการข้างเคียง

  • งดออกกำลังกายอย่างน้อย 24 ชั่วโมง

  • หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับวัคซีน HPV หรือผลข้างเคียงที่เกิดขึ้น ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับคำแนะนำที่เหมาะสมที่สุด

วิธีป้องกัน-ลดความเสี่ยงติดเชื้อ HPV

  • ตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกเป็นประจำทุก 3 ปี หรือตรวจหาเชื้อไวรัส HPV ทุก 5 ปี

  • ฉีดวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูก เพื่อเสริมภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย สามารถฉีดได้ตั้งแต่อายุ 9 ปี

  • สวมถุงยางอนามัยทุกครั้งขณะมีเพศสัมพันธ์

  • เลี่ยงพฤติกรรมเปลี่ยนคู่นอนบ่อย

อ้างอิง : กรมการแพทย์, โรงพยาบาลเปาโล, สมิติเวช

อ่านข่าว : ถ้าเราเป็น “มะเร็ง” ต้องรักษายังไงบ้าง

วันมาฆบูชา 2568 เปิดพิกัดวัดใกล้รถไฟฟ้า "เวียนเทียน-ไหว้พระ"

"นาโอมิ" เยือนไทยพบ "แพทองธาร" ลุยแฟชั่น-ซอฟต์พาวเวอร์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

ล่าสุดจาก Thai PBS

เจาะพิรุธ ! คลิปเมืองติดธงกาตาร์ อ้างยิงจรวดเอาคืน แท้จริงเป็นเพียงคลิป AI

6 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ซัดแนวคิด ‘ป่าปลอดคน’ จำกัดสิทธิชุมชน ทรัพยากร – จี้ รัฐบาลใหม่ หนุนคุ้มครองสิทธิชาติพันธุ์

6 ชั่วโมงที่ผ่านมา

คนไทยกลุ่มแรกจากตะวันออกกลาง เดินทางถึงไทยวันนี้ (9 มี.ค. 69) I ตรงประเด็น

8 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ปิดดีล “ครม.อนุทิน 2” ไร้”กล้าธรรม-ประชาธิปัตย์” ร่วม (9 มี.ค. 69) I ตรงประเด็น

9 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วิดีโอแนะนำ

ข่าว สังคม อื่น ๆ

24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 9 มีนาคม 2569

สวพ.FM91

รัฐบาลย้ำเตือน รับจ้างเปิด “ซิมม้า” โทษจำคุกสูงสุด 3 ปี ปรับสูงสุด 3 แสนบาท โดยเฉพาะเยาวชนอย่าเห็นแก่เงินค่าจ้างเพียงเล็กน้อยรับจ้างเปิดซิมการ์ด หรือให้ข้อมูลส่วนตัวแก่มิจฉาชีพ

สวพ.FM91

ลดราคาน้ำมัน 50 สตางค์วันนี้ แก๊สโซฮอล์ E85-E20 อัปเดตปั๊มบางจาก-ปตท.

ฐานเศรษฐกิจ

ผงะทั้งวัด! พระล้างจานเจอ “ลูกจระเข้” ในคลอง สุดท้ายโล่งอก ที่แท้คือของเล่น

77kaoded

พม.ใกล้คุณ จับมือเครือข่าย ตรวจสอบข้อร้องเรียน ด.ช. 12 ขวบถูกบังคับใช้แรงงานในร้านอาหาร จ.อุดรธานี พบเป็นน้องชายมาช่วยพี่สาวทำงาน ได้ให้คำปรึกษาแนะนำวิธีการเลี้ยงดูเด็กที่ถูกต้อง

สวพ.FM91

กรมการจัดหางาน ลงพื้นที่อยุธยา ย้ำแรงงานต่างด้าวต้องตรวจสุขภาพจริง ป้องกันกระทบระบบสาธารณสุข

สวพ.FM91
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...